สวัสดีคะ วันนี้เรากลับมาพบกันอีกครั้งในบันทึกในการสัมมนาที่ต่อเนื่องจากครั้งที่แล้ว ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของการสัมมนา และเป็นวันสุดท้ายของวิชาเรียนนี้คะ วันนี้ข้าพเจ้าและเพื่อนๆ นักศึกษากิจกรรมบำบัดชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เข้าฟังการสัมมนาเรื่อง กิจกรรมบำบัดในผู้รับบริการในฝ่ายเด็ก โดย อาจารย์ ดร.กันนิกา เพิ่มพูนพัฒนา การสัมมนาในครั้งนี่ทำให้พวกเราได้รับความรู้ต่างๆมากมาย
ในวันนี้ข้าพเจ้าได้นำสิ่งต่างๆ ที่ได้จากการฟังสัมมนามาเล่าสู่กันฟังให้ผู้อ่านได้อ่านกัน โดยข้าพเจ้าหวังว่าท่านผู้อ่านจะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อยจากการอ่านในครั้งนี้
กิจกรรมบำบัดในฝ่ายเด็กมีภารกิจใดที่สำคัญ
กิจกรรมบำบัดในฝ่ายเด็กจะเน้นและคำนึงถึงพัฒนาการที่สมวัยของเด็กในแต่ละช่วงวัย ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งในเด็กพิเศษและเด็กปกติ (health promotion) รวมไปถึงการประสานงานการดูแลกับผู้ปกครองของเด็ก ช่วยในการทำกิจกรรมที่บ้าน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการรักษา เนื่องจากในแต่ละครั้ง เด็กจะมาฝึกกับนักกิจกรรมบำบัดเพียงครั้งละ 1 ชั่วโมงเท่านั้น เวลาส่วนใหญ่นั้นจะอยู่กับผู้ปกครอง
สำหรับในประเทศไทยนั้น นักกิจกรรมบำบัดในฝ่ายเด็กเป็นที่รู้จักค่อนข้างมากกว่าฝ่ายอื่นๆ เล็กน้อย แม้ในปัจจุบันจำนวนนักกิจกรรมบำบัดค่อนข้างน้อยทำให้ไม่เพียงพอต่อจำนวนเด็กที่มาเข้ารับบริการ แต่เราก็หวังว่าจะมีนักกิจกรรมบำบัดเพิ่มขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ เพื่อช่วยส่งเสริมความสามารถของเด็กให้มีพัฒนาการที่สมวัย
ทำอย่างไรให้การรักษานั้นประสบผลสำเร็จสูงสุด
ประการแรก นักกิจกรรมบำบัดต้องมีการประเมินปัญหาอย่างครอบคลุมในครั้งแรก เพื่อที่จะสามารถทำไปตั้งเป้าหมายและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์มากที่สุด
ประการที่สอง นักกิจกรรมบำบัดต้องร่วมลงมือวางแผนการรักษา และร่วมกันตั้งเป้าประสงค์กับผู้ปกครอง รวมถึงการทำความเข้าใจกับผู้ปกครองเกี่ยวกับตัวโรคหคือพยาธสภาพของเด็ก
ประการที่สาม เมื่อทำการรักษาตามแผนการรักษา นักกิจกรรมบำบัดต้องทำการประเมินซ้ำ เพื่อดูความก้าวหน้าของการรักษา โดยนักกิจกรรมบำบัดจะประเมินผลลัพธ์ของเด็กจากการแสดงความสามารถในการทำกิจกรรม อารมณ์ การแสดงออกทางสังคม หรือแม่แต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็ก ก็มีส่วนวำคัญในการประเมินความสามารถของเด็กในด้านต่างๆ
จุดแข็งและจูดอ่อนของกิจกรรมบำบัดในฝ่ายเด็กคืออะไร
จุดอ่อนของนักกิจกรรมบำบัดในฝ่ายนี้ก็จะเหมือนนเช่นในฝ่ายอื่นๆ คือ ปัจจุบัน ในประเทศไทยยังมีนักกิจกรรมบำบัดอยู่น้อยมาก จึงทำให้ไม่เพียงพอต่อการบำบัด รักษาฟื้นฟู เด็กบางคนได้รับการบำบัด เพียงแค่ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อีกทั้งครอบครัวบางครั้งยังไม่เข้าในถึงตัวโรคที่แท้จริง และวิธีการดูแล จึงทำให้ผู้รับบริการมีความก้าวหน้าทางการรักษาน้อยมาก ครอบครัวมีส่วนช่วยในการปรับทัศนคติต่อเด็กและการดูแลช่วยเหลือเด็ก ซึ่งจพเป็นมากต่อผู้ปกครอลและนักกิจกรรมบำบัด
กลยุทธ์สำคัญในกิจกรรมบำบัดฝ่ายเด็ก
กลยุทธ์ที่สำคัญของนักกิจกรรมบำบัดในฝ่ายเด็กคือ การนำกรอบอ้างอิงและโมเดลต่างๆ มาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับผู้รับบริการในแต่ละราบ ให้การรักษาโดยมองเป็นองค์รวม เรียนรู้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด และหมั่นพัฒนาตนเอง ฝึกฝน หาแนวทางการรักษาใหม่ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแต่ผู้รับบริการ
ความแตกต่างของกิจกรรมบำบัดมหิดล และ เชียงใหม่
Occupational therapy = Natural neuroscience เป็นการศึกษาธรรมชาติของมนุษย์ รวมถึงทฤษฎีและกรอบอ้างอิงทั้งหลาย ก็มาจากความจีิงของมนุษย์
การเรียนการสอนของทั้งสองมหาวิทยาลัยนั้นมีความเรียนคล้ายๆ กัน เพียงแต่เราต้องเรียนรู้ นำมาปรับปละนำมาใช้ให้เหมาะสม (Application + Implementation)
คุณอยากเห็นกิจกรรมบำบัดในฝ่ายเด็กเป็นอย่างไรในอนาคต
ในอนาคตอยากให้มีนักกิจกรรมบำบัดเพิ่มมากขึ้น อยากให้มีนโยบายเกี่ยวกับการลงชุมชนที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการมีสายด่วนคอยให้ความรู้กับผู้ปกครอง เพื่อเป็นการช่วยเหลือเด็กอย่างครบวงจรและรวมเร็วมากที่สุด ยอกจากนี้ยังรวมถึงนโยบายเกี่ยวกับการสงเสริมคุณภาพชีวิตของเด็ก การใช้ family planer เพิ่อเป็รการวางแผนครอบครัว ป้องกันการมีปัญหาท้องไม่พร้อมตามมา หรือการแบ่งเวลาและการเตรียมตัวต่างๆ
คุณมีความคิดเห็นอย่างไรในการเปิด AEC
เราต้องพัฒนาตนเองให้สามารถสื่อสารและทำงานกับผู้อื่นได้ เพราะเมื่อมีการเปิด AEC แล้ว เราต้องมีการติดต่อสื่อสารกับประเทศอื่นๆ เพื่อทำงานร่วมกัน เป็นการเปิดโอกาสให้เราสามารถไปทำงานในต่างประเทศและการเรียนรู้วัฒนธรรมของชาติอื่นๆ รวมถึงภาษาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เราจะทำให้เราสามารถไปทำงานในประเทศนั้นๆ และได้ผลสัมฤทธิ์ในการรักษาสูงสุด
--------------------------------- END -----------------------------------------
English version >>>>> http://www.gotoknow.org/posts/561682