วิกฤติ...

   ช่วงนี้งานน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เลิกงานเร็วขึ้น หัวหน้างานก็เครียดน้อยลง แต่ลูกน้องเครียดมากขึ้นเพราะรายได้จากการทำงานล่วงเวลา(OT)หายไปเกือบครึ่ง

   ช่วงที่งานเยอะมากๆ การบริหารงานก็ยากตามไปด้วย หัวหน้าต้องหาวิธีที่จะต้องทำให้งานเสร้จภายในเวลาที่ตั้งไว้เป็นKPIของแต่ละแผนกๆ ส่วนลูกน้องก็ทำงานมากมาย บางคนขยันมากมายจนได้ค่าล่วงเวลามากกว่าเงินเดือนก็มี

   ขึ้นปีใหม่ ผู้บริหารใหม่ นโยบายใหม่ ง่ายๆไม่ต้องคิดอะไรมากของผู้บริหารระดับสูงก็คือ Save Cost และง่ายๆโดยไม่ต้องคิดอะไรมากของหัวหน้างานก็คือการลด OT

   และพอมาเจอเหตุการณ์ชุมนุมในช่วงนี้ ดูจะเข้าทางกับการ Save Cost โดยไม่ต้องออกแรงคิดหาวิธีอะไรเพิ่มเติมมาก เพราะยอดการสั่งซื้อน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

   ค่า OT  ค่า Insentive ต่างๆ เป็นสิ่งลวงล่อให้พนักงานทุกระดับหลงคิดไปว่านั่นคือรายได้ประจำ จนนำไปคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายประจำ ทั้งค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองต่างๆถูกนำมารวมอยู่ในรายได้ทั้งหมด

  นั่นเป็นวิกฤตการณ์ในช่วงนี้ของชีวิตมนุษย์เงินเดือนในแวดวงของอุตสาหกรรมอย่างพวกเรา หวังไว้ว่าจะเป็นวิกฤติในช่วงสั้นๆ เพื่อที่จะให้พวกเราได้ปรับตัวได้บ้าง

.............

   โอกาส...

   และในช่วงนี้อีกเหมือนกันที่ได้เลิกงานเร็วขึ้น จากเคยเลิกสามทุ่มสี่ทุ่มก็ได้เลิกทุ่มสองทุ่ม วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้หยุด สิ่งที่เป็นโอกาสจากการได้เลิกงานเร็วก็คือ ได้ดูละครมากขึ้น รายการโชว์ต่างๆที่ไม่เคยได้ดูก็ได้ดูได้เห็น (ยกเว้นรายการข่าวการเมือง555)บางคนก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวเดินห้าง พักผ่อนหย่อนอารมณ์ตามแต่จะชอบของแต่ละคน

   ตัวผู้เขียนเองได้หยุดอยู่บ้านวันเสาร์อาทิตย์ ได้มีโอกาสทำความสะอาดบ้าน ซ่อมแซมบ้าน เก็บสิ่งของที่ไม่ได้ใช้ที่หมกไว้สะสมไว้จนเต้มห้องเก็บของ ได้มีเวลาดูสวนน้อยหน้าบ้านได้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน

   ที่สำคัญได้มีโอกาส หันกลับมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้นโดยเฉพาะ สุขภาพใจ...

   ที่ได้มีโอกาส มาดู ปัจจุบันขณะ... ของใจได้มากขึ้น

   ขอบคุณวิกฤติที่ให้มีโอกาสในครั้งนี้

..............

.................

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน

12 กุมภาพันธ์ 2557

พ.แจ่มจำรัส