CASE ที่ 4

นาย ข. อายุ 28 ปี มาขอรับการตรวจเลือดหา HIV เนื่องจากไปมีภรรยาน้อย และเพิ่งทราบว่าภรรยาน้อยแอบไปมีเพศสัมพันธ์กับชายอื่นด้วย ผลการตรวจพบ HIV ให้ผลบวก นาย ข.ขอร้องให้ท่านปกปิดความลับแต่ท่านพบว่าขณะนี้ภรรยา นาย ข .กำลังตั้งครรภ์ 2 เดือน ท่านได้พยายามพูดเกลี้ยกล่อม นาย ข.แล้วถึงผลเสียของการปกปิดความลับว่าภรรยาและบุตรมีโอกาสติดเชื้อ HIV นาย ข.ยังคงยืนยันไม่ยอมให้บอกเพราะเกรงภรรยาซึ่งมีฐานะร่ำรวยจะขอหย่า ท่านจะทำอย่างไร ?

1. รักษาความลับของผู้ป่วย

2. เปิดเผยความจริง

ทา งกลุ่มพิจรณาแล้วเห็นว่า ควรจะรักษาความลับของผู้ป่วยไว้ โดยอ้างอิงจากหลักจริยศาสตร์ของ Kant เนื่องจากผู้ป่วยยืนยันที่จะไม่บอกความจริงแก่ภรรยาของตนว่าติดเชื้อ HIV แต่แพทย์ควรชี้นำให้เห็นถึงโทษและผลที่จะตามมาหลังจากการที่ไม่บอกความจริง แก่ภรรยา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อภรรยาและเด็กในครรภ์ นอกจากนี้แพทย์ควรให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยในการรักษาและดูแลตนเองให้ถูกวิธี ไม่นำโรคไปติดต่อให้กับผู้อืนอีก และรักษาสุขภาพจิตของผู้ป่วย ไม่ให้ซึมเศร้า

เหตุผล ที่ไม่เลือก การเปิดเผยความจริงตามจริยศาสตร์ สำนักประโยชน์นิยม Utilitarianism ซึ่งกล่าวไว้ว่า การกระทำที่ถูกคือการกระทำที่ก่อให้เกิดความสุขหรือประโยชน์มากที่สุดแก่คน จำนวนมากที่สุด โดยทางกลุ่มพิจารณาแล้วเห็นว่า ความสุขของคนหนึ่งอาจไม่ใช่ความสุขของอีกคนหนึ่ง หากแพทย์เลือกที่จะบอกความจริงโดยที่ผู้ป่วยไม่ยินยอม จะขัดกับจรรยาบรรณของแพทย์ ถึงแม้ว่าจะเกิดผลดีตามมาก็ตาม และไม่ยุติธรรมต่อนาย ข.