สวดมนต์เรียกสติ วันที่ 1 ของอาทิตย์ที่ 4
เผลอแป๊บเดียว นี่จะครบเดือนแล้ว ยังตุ๊บปั๊ก ตุ๊บเป๋ กับใจตนเอง
เช้ามาก็ยังมีโหมดงอแง แต่ก็จัดแจงเตรียมของและตั้งใจ วันนี้ต้องออกเดินทางให้เร็ว และงานต้องเสร็จอย่างน้อย 1 ชิ้นงาน ก่อนไปวัด
แม้จะงอแงบ้าง ด้วยจิตมันหลงไปกับความเคยชินเก่า ๆ
แต่งานก็ออกมาเกินเป้าวันนี้เสร็จไปสองชิ้นงาน แล้วก็ออกเดินทางได้ตรงเวลาเป๊ะ
ครูเมตตาโทรมาให้กำลังใจ
ตอนเช้าครูชี้ เรื่องให้ใส่ใจ การใช้ของผู้ใหญ่ และเรื่องความเหมาะสม
อายุมากพอจะเป็นแม่คนได้แล้ว ซึ่งก็คือ ข้อเท็จจริง
อายุมากกว่าแม่ของเด็ก ๆ ที่วัดกลายคนเลยทีเดียวค่ะ
แต่นิสัยยังไม่ค่อยแตกต่างจากเด็ก ออกแนว โตแต่ตัว แก่แต่อายุ
ใจก็ทบทวน ความเป็นอิสระและไม่ชอบ แม้กระทั่งการนอนร่วมกับคนอื่น
เหมือนนอนคนเดียวมานานจนชิน การที่จะมีคนอื่นนอนด้วย จัดว่าน้อยครั้งมาก ๆ
แบบนับคนได้ รักอิสระ เอาแต่ใจ ข้อเสียเยอะมากที่ควรแก้ไข
เอาหล่ะ อันไหนแก้ได้แก้ก่อน อย่ามัวเสียกำลังใจ
เพราะมันแย่แหละ ถึงต้องมาฝึก ถ้าดีแล้วประเสริฐแล้วก็ หมดหน้าที่ ที่ยังมีหน้าที่ก็เพราะ
มันยังมีกิเลส จบไหม
ไม่ใช่คนอื่นเห็น คนอื่นยอมรับด้วย
มันต้องใจตนเองเห็น ตนเองยอมรับ ตนเองแก้ไข
เหมือนเรื่องกิน ถ้ารู้ว่า หมดเวลา อะไรกินไม่ได้ มันก็ อดเอานะ
เพราะก็คิดว่า ไม่รู้จะหลอกตนเองไปทำไม
แต่เรื่องอื่นนี่ยัง ไม่มาลงช่องนี้ ยังอีกมากมายหลายเรื่อง ที่เห็นแต่ยังแก้ไม่ได้
สรุปว่า “สู้ต่อไป”
เพราะยอมรับว่า “จิตมันหมอง แย่ ราคะเต็มจิตไปหมด”
หาวิธีกับตนเอง ขึ้นหลังพวงมาลัย
สวดอิติปิโส แต่พอช่วงมีภารกิจก็ทำหน้าที่
ขับถึงวัดนับได้ 82 จบ
ตอนทำวัตรเย็นมาเก็บตกต่ออีกให้ครบ 108 จบ
มาถึงวัด ราคะยังเต็มอยู่ข้างใน ครูบาอาจารย์ให้โอกาสในการเตรียมของทำภารกิจ
เข้ามาทำความรู้กับตนเอง ประเมินประมวลผลชีวิต
หลวงพี่ชี้ ลองเพิ่มสิ่งพิเศษให้กับตนเองซิว่า จะทำอะไรเพิ่มจากข้อวัตร ในแต่ละสัปดาห์
แล้วเอามาประมวล ผล
จิตที่มีกิเลสมันก็หงอย เพราะข้อวัตรยังล่ม
อย่างอื่นจะรอดไหม
แต่ยังไงซะ ก็ต้องลอง ชีวิตคือ การทดลอง
เบื่อที่จะเล่นเกมชีวิติ ก็ต้องคิดหาทาง รีบเรียน รีบจบ
ไม่หาทาง มันก็วน ๆ อยู่นั่นแหละ วนมาตั้งหลายปี
ทั้ง ๆ ที่มีครูดี คอยชี้คอยเมตตา
วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2557
ณ กุฏิแฝด สำนักแม่ชีวัดป่าหนองไคร้
