บันทึกนี้เป็นบันทึกที่ 3 เกี่ยวกับอาหารค่ะ ซึ่งเกริ่น ๆ ไปบ้างว่า ทำอะไรไม่ค่อยเป็น แต่ก็ยังหลงเหลือความรู้ย้างจากที่ได้ฝึกทำกัยคุณครูสมัยประถมศึกษา  จากนั้นแทบไม่ได้ทำอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน อาจมีต้มมาม่าบ้างตามประสาคนอยู่หอ

       ตอนแต่งงานใหม่ ๆ ก็ทำแต่ต้มยำปลากระป๋อง ยำปลากระป๋อง เมนูไข่ต่าง ๆ และพอหมดมุขก็กินนอกย้านแต่พอมาลาออกมาเป็นแม่เต็มตัวแล้ว ก็คิดว่าควรปรับปรุงพัฒนาฝีมือด้านการทำอาหาร เพื่อให้สมเกียรติกับตำแหน่งซะหน่อย ประกอบกับผลตรวจสุขภาพของสามีไม่ค่อยดี เลยเกิดความฮึด อยากทำอาหารให้สามีรับประทานมากขึ้น เพราะสุขภาพสามีสำคัญต่อความมั่นคงมาก ๆ ค่ะ ^^

        วันเสาร์นั่งหาเมนูอาหาร จนเจอ "แกงเลียงกระทิสด" น่าสนใจ แกงเลียงมันใส่กระทิด้วย เกิดมาเพิ่งรู้  ตอนนั้นอยากทำแกงเลียงมาก แต่ไม่แน่ใจว่า สามีจะยอมกินหรือไหม จึงถามสามี ก็ได้รับคำตอบว่า "กินได้ แต่ไม่เอากระทินะ" อ้าว ทำอย่างไรดีเนี่ย สามีไม่อยากกินกระทิ  แต่สุดท้ายสามีก็บอกว่า " อะ ลองดูก็ได้ จะกินได้ไหมเหนอ อะ จะลองเสี่ยงดู"  

        วันอาทิตย์ไปตลาดรถไฟค่ะ  เพื่อซื้อฟักทอง กุ้งแห้ง กุ้งสด กระทิ ใบแมงลัก ใบนี้ดิฉันเคยซื้อไปใส่แกงเขียวหวานด้วยค่ะ ดีว่า สามีเห็นเสียก่อน แต่ดิฉันก็แอบคิดว่า น่าจะแทนกันได้นะ  

         กลับมาก็เตรียมของทันทีค่ะ  ระหว่างก็ลุ้นเหมือนกันว่าจะกินได้ไหม แต่สุดท้าย แกงเลียงหม้อนี้ก็หมดค่ะ

ทุกอย่างดิฉันจะล้างให้สะอาด ยกเว้นกระทิค่ะ

ต่อมา ก็เตรียมเครื่องปรุงทั้งหลาย 

เตรียมของให้พร้อม เวลาทำอาหารจะได้ทำอย่างมีความสุขค่ะ ไม่เผลอเติมอะไร ๆ เพิ่มเข้าไปค่ะ กระปินี้ ผิดสูตรค่ะ ตามสูตรต้องห่อใบตองย่าง แต่ไม่มีใบตอง เลยเอากระปิไปย่างบนกระทะเลย  (ปลูกต้นกล้วยตานีซะดีไหม แอบพึมพำ สามีเลยบอกว่า "อย่าเลย" 555)

ทีนี่ก็ต้มกุ้งกับกระทิ ผสมกับเกลือนิดหนึ่ง แล้วเอามาแกะ ผ่าหลังเอาเส้นดำ ๆ ออก  และเอากุ้งแห้งแช่น้ำร้อนสัก  1 นาที แล้วบีบน้ำออก  ที

พอเตรียมของทุกอย่างเสร็จ ก็เข้าสู่เวลาของการออกกำลังนิดหน่อย ตำพริกไทยดำ ตำหอมแดง และก็กุ้งแห้ง ซึ่งดิฉันเอาแช่น้ำร้อนและบีบน้ำออกแล้วค่ะ เพราะลองชิมแล้วมันเค็มไปค่ะ

 

 

ครกที่เห็นในภาพนี้ ขอแม่ซื้อให้ค่ะ จริง ๆ ซื้อเองก็ได้แต่อยากได้จากท่าน เวลาตำไปก็คิดถึงท่านไปด้วย