กำเเพงทิฐิ เริ่มสลายออกเรื่อยๆ

งานผ้าป่า สมทบทุนสร้างอาคารโดม

       อาคารพระครูโสภณธรรมอุดมหรือที่เรารู้จักกันในชื่ออาคารโดมเป็นอาคารที่ถือว่าเป็นอาคารเอนกประสงค์ที่สามารถใช้ได้หลายๆงานก็ว่าได้ ใช้กับการเรียนการสอนชั่วคราว เป็นห้องเรียนชั่วคราว ใช้ในการจัดงาน  เป็นร่มบังเเดดบังฝนให้กับนักเรียน อาคารนี้เป็นอาคารในลักษณะโดมที่เป็นเเถวเรียงยาว สร้างไว้สำหรับเด็กที่เดินเรียนที่ไม่มีที่เรียน ศิษย์เก่า คือ พระครูโสภณธรรมอุดมได้บริจาคเป็นเเนวทางเเห่งวิถีการสร้างบุญ ก่อให้เกิดเเนวทางการสร้างผ้าป่าเกิดขึ้นโดยให้นักเรียนมีส่วนร่วม ผู้ปกครองมีส่วนร่วม เเละคนอื่นๆในหน่วยงานต่างๆมีส่วนร่วม คณะกรรมการนักเรียนมีส่วนร่วมเป็นอย่างสูงในงานผ้าป่าครั้งนี้ที่ทางโรงเรียนได้จัดขึ้น ด้วยการออก "บอกบุญ" ผู้ปกครองในชุมชนให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วม ได้รู้ ได้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น โดยในครั้งนี้ได้ออกบอกบุญไปยังพ่อเเม่พี่น้องชุมชนเป้าหมาย ในครั้งเเรกที่ประชุมพูดคุยกันที่ทางครูพูดว่า จะให้ออกไปบอกบุญผ้าป่าที่ทางโรงเรียนเราได้จัดขึ้นในวันพรุ่งนี้ เมื่อครูพูดจบทันใดนั้นนักเรียนคนหนึ่งเเย้งขึ้นมาว่า วันนี้เป็นวันตลาดนัดคลองถมนะครับคุณครู วันนี้เป็นโอกาสสำคัญนะครับ "อ๋อ..ครูลืมไปเสียสนิท  งั้นเราไปวันนี้กันเลย" เเล้วเมื่อพูดว่าเราจะไปวันนี้ นักเรียนคนหนึ่งซึ่งเป็นคณะกรรมการก็รีบไปหยิบยืมอุปกรณ์ทันใด หลังจากยืมมาเส็จเเล้ว ก็มาสรุปกันอีกครั้งว่า จะไปวันนี้ เเต่เพียงคณะกรรมการนักเรียนนั้นไม่เพียงพอ ต้องมีเพื่อนๆไปร่วมด้วย ครูจึงพูดว่าถ้าอย่างนั้น วันนีเเราเเละเพื่อนๆของเราจะไปตลาดคลองถม ไปบอกบุญคนเดินตลาดด้วยกัน เเล้วที่ครูพูดว่าจะไปพรุ่งนี้นั้นให้ไปที่ตลาดสดก็เเล้วกัน จึงเป็นการบอกบุญทั้ง 2 วัน คือ วันเเรกไปตลาดนัดคลองถม ส่วนวันที่สองไปที่ตลาดสด เหตุที่เลือกตลาดก็เพราะว่า ตลาดเป็นศูนย์รวมการค้า ทำให้น่าจะมีคนบริจาคเยอะพอสมควร 

        เดินมาบอกบุญที่ตลาดนัดคลองถม เริ่มจากการวางเเผน คือ รอบเเรกจะเดินไปเเจกซอง เเล้วเราจะตั้งเป็นหลักเป็นฐานอยู่จุดเดียวเพื่อเรียกความสนใจเเล้ว เก็บซองในรอบที่สองที่สาม เมื่อก้าวเเรกที่เดินบอกบุญพอ่ค้าเเม่ค้าเเละคนเดินตลาดนั้น เเรกๆเดินไปที่ร้านหนึ่งซึ่งขายรองเท้า ที่สังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจนว่า น้าคนนั้นไม่มีลูกค้า พอเดินทางไปบอกบุญเเล้วนั้น น้าคนนั้นให้เงินใส่ซองมาด้วยหน้าตายิ้มเเย้มเเจ่มใส เดินไปสักพักไปเจอเเม่ค้าที่กำลังยุ่งๆอยู่เเล้วก็ประชาสัมพันธ์ ปรากฎว่าเเม่ค้าคนนั้นน้อมรับด้วยความเต็มใจทั้งๆที่กำลังยุ่งอยู่กับการขายของ เดินไปสักพักก็ไปบอกบุญตามกำลังศัทธาอีกในร้านหนึ่งเห็นเขากำลังยุ่งมากก็ถอยห่างออกมา ในจังหวะเวลาใหม่ เเล้วก็เดินๆ มาถึงจุดที่ต้องตั้งเป็นจุดสำคัญ ในครั้งนี้มีกีต้าเล่นผ่านลำโพงที่ยืมมาจากโรงเรียน มีคนร้อง มีคนพูด ทำให้เป็นที่สนใจเเก่ผู้คนทั่วไป คนที่ไปส่วนใหญ่ที่มองเห็นประมาณ 95 เปอร์เซนต์ไม่อายในสิ่งที่เขาคิดว่าเขาทำดี เเล้วยังมีน้อยนิดที่อาจเขินอายบ้างในครั้งเเรกๆ เมื่อตั้งเป็นจุดสำคัญเเล้วนั้นคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ก็สนใจเเล้วก็บริจาคเรื่อยๆ คนละสิบ ยี่สิบ เมื่อค่ำลง ถึงเวลาที่ต้องเดินทางกลับ ทุกๆคนกลับโดยสวัสดิภาพ มีเสียงบอกว่าเหนื่อย มีเสียงบอกว่าปวดขา ซึ่งก็เป็นธรรมดาของการเดินๆ

        เดินทางมาบอกบุญที่ตลาดสดในตัวอำเภอ การบอกบุญในวันที่สองเริ่มขึ้นโดยครั้งนี้มีคนอาสาจำนวนมาก ที่อยากไปรับเงินบริจาคร่วมสมทบทุน มีการวางเเผนกันว่า ตลาดนัดในตัวอำเภอนี้ใหญ่มากต้องเเบ่งเราออกเป็น 4 สายรอบๆตลาด โดยในครั้งนี้กระผมเองอยู่ในสายที่หนึ่งที่ต้องเดินทางไปตามถนนร้านค้าต่างๆ พอเดินมาในจุดเริ่มต้นของตนเองเดินไปที่สถานีตำรวจ ท่านก็ให้ตามกำลังศัทธา  เดินมาถึงร้านค้าเเห่งหนึ่งเเม่ค้าบอกว่า นี่ลูกอมลุกมากินก่อนก็ได้ ซึ่งเป็นน้ำใจที่ตัวกระผมเองที่เป็นครั้งเเรกเห็นเป็นครั้งเเรกเช่นเดียวกัน  เดินมาถึงธนาคารเเห่งหนึ่งคิดว่าจะเข้าไปเเต่ถามยามก่อนว่าจะสามารถเข้าไปได้ไหม ยามตอบว่าเข้าไปไม่ได้ครับ หลังจากนั้นเองยามก็หยิบเงินมาใส่ซองให้ตามกำลังศัทธา เราก็ยิ้มเเล้วเดินหน้าต่อไป เดินมาถึงร้านค้าเเห่งหนึ่งเเล้วเราก็อธิบายเรื่องผ้าป่าไป เเม่ค้าก็บอกว่า มีซองมาเเล้ว เราก็ยิ้มเเล้วเดินต่อไป เดินมาถึงร้านเเห่งหนึ่งที่มีผนังเป็นไม้เก่าๆ มีคุณยายกำลังนั่งขายของ เราก็บอกสิ่งที่เรากำลังทำไปให้ท่านได้รับทราบ ท่านบอกว่าเอาซองมาหนึ่งซองลูก เเล้วท่านบริจาค เป็นเงินจำนวนมาก (ใบสีน้ำตาล) หลังจากพอที่ได้เห็น นักเรียนที่เดินมารู้สึกปลื้มใจ ดีใจ ในเงินบริจาคที่ทางคุณยายได้มอบเเก่เด็กๆ หลังจากนั้นเด็กๆก็อวยพรให้คุณยายเป็นการใหญ่เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะตอบเเทนได้ หลังจากนั้น ถามเพื่อนๆว่ารู้สึกอย่างไร เพื่อนตอบว่าผู้สึกมีกำลังใจเยอะเลย ทำให้เดินต่อไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มเเย้มมากกว่าเดิม เดินมาในช่วงหนึ่งก็หมดเวลาการบอกบุญเเล้ว เดินทางกลับโรงเรียนอย่างปลื้มใจที่หลายๆคนได้ทำบุญกับเด็กๆอย่างเราๆ

         จากที่ได้เดินทางบอกบุญมาเป็นระยะเวลา 2 วันด้วยกันได้เงินสมทบทุนจำนวนหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากถ้ามองอย่างเด็กๆ คนที่ไปเป็นคนที่อาสาไปช่วยกันที่ไม่เพียงเเค่คณะกรรมการนักเรียน เเต่เป็นเพื่อนๆของคณะกรรมการนักเรียนด้วย ความฝันที่อยากเห็นของกระผมเองเริ่มก่อเกิด ที่อยากจะละลายกำเเพงที่ชื่อว่าคณะกรรมการ ที่ไม่ควรยึดมั่นอยู่ในการทำงานนั้นออกไปให้มากที่สุด งานนี้เริ่มก่อเกิดให้เห็นอย่างชัดเจนเเล้วว่า เพื่อนที่ไม่ใช่คณะกรรมการไม่ได้ยึดตัวตนของตนเอง ไม่ได้ยึดว่าเป็นคณะกรรมการนักเรียนหรือไม่ได้เป็นคณะกรรมการ เริ่มมองว่า ทุกๆคนเป็นเพื่อนกัน เรามีหัวใจเหมือนกัน มีสถาบันเดียวกัน  เมื่อเริ่มงานเเล้วนั้นมีการเเบ่งเเยกงานกันทำซึ่งเป็นเพื่อนของเราที่ไม่ใช่คระกรรมการนักเรียนยิ่งตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ไม่ได้ยึดตัวตน  กำเเพงทิฐิ เริ่มสลายออกเรื่อยๆ หลังจากเสร็จงาน เเล้วนั้น กำเเพงนี้คงละลายออกไปได้เยอะพอสมควร...

บทเรียนสำคัญ

1.ในสถานที่บางสถานที่ ที่จะเดินไปรับบริจาคหรือบอกบุญครั้งใดใดการไตร่ถามก่อนเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้าเราเดินขึ้นไปเเล้วนั้นอาจทำให้งานล่าช้า หรืองานของเขาเสียหายได้

2.การยิ้มอย่างมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี ในการเดินรับบริจาคนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะหากเรายิ้มเเย้มเเจ่มใส คนทั่วไปมักมองในเเง่ดี

3.การมองก่อนไปบอกบุญ โดยที่เป็นการมองก่อนว่าเขาสามารถให้เราได้ไหม เขาอยู่ในช่วงอารมณ์เเบบใด

..........................................................................................................