3. อึด ฮึด สู้จิต วันที่ 2 ของสัปดาห์ที่ 2

          รู้สึกใจส่วนที่เว้าแหว่งได้รับการเติมเต็ม จากการมาวัดของน้องกาจน์ น้องไม่ได้เติมเต็มแค่ใจ ยังช่วยทำในสิ่งที่ใจหนูเป็นกังวลได้อย่างยอดเยี่ยม ดูแลเด็ก ๆ น้องทำได้ดีและเป็นธรรมชาติ ทำอาหารได้อย่างสดใสและเบิกบาน

          ทบทวนกับตนเองเรื่องการตื่นขึ้นมาทำวัตรแล้วเขียนบันทึกตอนเช้า เป็นการเขียนที่ยังต้องใช้การนึกย้อน ครูก็เคยชี้ว่า “มันลงตะกอนเข้าไปแล้ว จัดว่าช้า”

ถ้าจะให้ดีคือ เขียนตอนก่อนเข้านอน

เป็นความคิดที่ดังขึ้นมา จากคำสอนครูที่เก็บไว้ในลิ้นชักภายใน

การทำกับข้าวตอนเช้าเป็นไปอย่างลื่นคล่อง แม้จะต้องทำครัวกันเป็นจำนวนมาก เข้าเตาแทบไม่ได้ แต่ใจทุกคนก็ไม่ได้อ่อนล้า รวมถึงใจหนูด้วย เสียงที่เข้ามากระทบก็เพียงฟังพิจารณาแล้วก็เลยผ่านไป เรื่องนี้ครูชี้แล้ว พิจารณาแล้วจบแล้ว

เสียงที่ชาวบ้านพูดจึงเป็นเพียงแค่นั้น เข้ามาแล้วก็ผ่านไป ข้างในไม่เอามาเป็นอารมณ์

พอครูเมตตา เรียกไปบอกว่า ต้องไปทำภารกิจในเมืองก่อนสิบโมงยี่สิบ

ใจโน้ตไว้เป็นเป้าหมาย หนูสังเกตเห็นอย่างหนึ่งในจิตนี้ว่า อะไรก็ตามที่มันวางเป็นเป้าหมาย จะถูกลงมือทำแบบตั้งใจ พยายาม แม้จะเจออุปสรรคแต่มันก็พยายาม แต่เมื่อไหร่ที่ จิตวางสิ่งที่ครูมอบหมายเป็นภาระ มันจะหนักขึ้นมาเป็นกังวลแล้วไร้ทิศทางกับตนเองมาก ๆ

          พอรับข้าวเสร็จครูเมตตา ช่วยเร่งรัดเรื่องเวลา หนูฝากข้อวัตรการดูและบาตรครูและของตนเองกับน้องกาญจ์ บึ่งรถไป ทั้งๆ ที่รับเงินสดจาดครู จิคมันพุ่งเป้าไปที่ ATM ด้วยความจำเก่าว่า “ครั้งก่อนทำแบบนี้” ภาพนี้เกิดขึ้นตั้งแต่รับ order และแล้วก็ผิดกระบวนการ

ใจหนู “ฮ่วย จิตนี้มันยังไง”

นั่งสงบใจกับตนเองอยู่หลังพวงมาลัย “อะไรวะ แกจะแกล้งฉันไปถึงไหน”

แล้วก็ได้คิดกับตนเองว่า เอาวะ

“แม้จิตมันจะแกล้งให้ผิดขนาดไหน ก็จะอดทนเรียน ก็ครูเมตตาสอนสั่งมากขนาดนี้ จะทิ้งโอกาสดี ดี ไปได้ยังไง”

แล้วโพสต์ขึ้น FB แบบตั้งใจให้กำลังใจและสู้กับตนเอง

มันยาก ฝืนความเคยชินมันยาก แต่ก็ต้องสู้ เพราะโอกาสมันมีน้อย

ไปทำรถต่อ แล้วก็แวะซื้อของตามที่ครูชี้ วันนี้เป็นการรับคำสั่งแบบตามลำดับ แต่ก็ยังมีพลาด

ครูสอนแบบนี้ให้หนูได้เห็นข้อบกพร่องหนูชัดว่า “ไปติดกับของเก่า”

ติดที่ครั้งก่อนทำแบบนี้ ก็จะทำแบบเดิม ๆ ไม่ดูให้ชัด ๆ ว่า ตอนนี้ทำอะไรอย่างไร

ทำให้พลาด ไม่วิเคราะห์บริบทใหม่ ไม่ปรับแนวทาง ทำให้ผิดกระบวนการพลาดเป้าหมาย

มีอีกเรื่องคือวันนี้หนูนั่งรับข้าวใกล้ครู ใจหนูรู้สึกกังวลกับความสกปรกของตนเอง

 

ผัสสะครูบาอาจารย์ละเอียดลึกซึ้ง ระหว่างขับรถคิดขึ้นมากับตนเองว่า

“ถ้าคิดว่าตนเองสกปรก ทำไมไม่ชำระ”

หนูเลือกที่จะวางตนเองห่าง ๆ ครูเพราะรู้สึกว่า ตนเอง “เหม็น สกปรก”

อันนี้แค่ภายนอก ภายในน่าจะหนักกว่านี้

มานึกทบทวน ถ้าคิดว่าเหม็นแล้วทำไมไม่ชำระ ไม่ล้าง ไม่อาบน้ำ

ถ้าในใจสกปรกทำไม ไม่ชำระ ไม่ภาวนา ไม่เอาพุทโธมาล้าง

เป็นดำที่ดังขึ้นมาเอ็ดตนเอง กับการที่ รู้แต่ไม่ทำ ผิดแล้ว ไม่จำไม่แก้ไข

วันนี้เป็นอีกวันที่ใจ พยายามแก้ไข แต่ก็ยังผิดซ้ำ แต่ข้างในไม่ได้โกรธทุรนทุรายกับความผิด

รู้สึกคล้าย ๆ ยอมรับ และรู้สึกว่า ครูเมตตามาก ๆ ที่ยังคง

“ให้โอกาส ได้เรียนรู้” สาธุเจ้าค่ะ

 

ณ กุฏิแฝดสำนักแม่ชี วัดป่าหนองไคร้

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2557

ภาวดี  น้อยอาษา (ติ๋ว)