การเดินทางอันแสนมหัศจรรย์ 7 วันครั้งที่ 1

     นับหนึ่งกับวันที่ 8 หนูตั้งเป้ากับตนเองบางอย่าง นับแบบในใจ กับ 7 วัน 7 เดือน และ 7 ปี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ วันแรก ขาด 1 กิจกรรม รวมกับบททดสอบชุดใหญ่

วันที่สอง ภารกิจแทรก บีบรั้งด้วยวิบากเก่า วันที่สามเดี้ยงเลย แต่ก็ได้ครูและกัลยาณมิตรคอยค้ำชู

วันที่สี่ อันนี้เหมือนล้มเอง คล้าย ๆ อาการยอมแพ้ แบบเป็นไส้ศึกภายใน

วันที่ห้า ครูเมตตา อุ้มชู ซึ่งครูทำเช่นนี้สม่ำเสมอ ให้โอกาสลูกศิษย์ได้สร้างกุศลในทางที่ถูกตรง หากผิดพลาดนอกลู่นอกทางครูก็ประคับประคอง

ชีวิตดำเนินไปบนพื้นฐานของคำว่า “หน้าที่ และภารกิจที่ครูเมตตาให้โอกาส”

แต่ก็รู้กับตนเองว่า “สอบตก” (ซ้ำซาก)

ครูเมตตาช่วยประคอง บ่าย ๆ ชีวิตเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ใจรู้สึกอิ่มเอมและยินดี

มันไม่เหนื่อยทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทานปานะเลยจนเย็น ผิดปกติกับร่างกายตนเองมาก

มีเรื่องดี ๆ ที่เหนือความคาดหมายหล่อเลี้ยงจิตใจ

วันที่เจ็ด มีโอกาสดี ๆ เข้ามาแต่เช้า และก็มีวิบากของการทำบาปของหนู ตามติดมาติด ๆ

ครูเมตตาชีทางว่า “ทำชั่วมานาน มันถึงเข้าไม่ถึงธรรม แล้วยังไม่เลิกทำชั่วอีก มันก็ถึงธรรมยาก”

ครูชี้ทางแบบที่ใจรับทราบ แม้จะมีความรู้สึกอ่อนล้า แต่ใจก็ไม่ได้ปฏิเสธ

ณ นาทีที่ก้มกราบลาครูกลับบ้าน เป็น นาทีที่ใจระลึกกราบขอขมา และกราบขอบพระคุณจากภายใน ไม่ได้กังวลถึงบริบท ไม่ได้โชว์ ขับรถออกมาแม้ข้างในล้า ส่วนหนึ่งร่างกายถูกบีบคั้นด้วย ฮอร์โมน ส่วนหนึ่งเหมือนทานชามะนาวแบบผสมน้ำชงเย็น เหมือนร่างกายได้รับคาเฟอีนเกินขนาด มีอาการคล้ายตาค้าง ปวดหัวแบบเครียด ๆ ระลึกว่า อาจจะเป็นกรรมที่ให้ เทคโนโลยีซับซ้อน จนทำให้แม่มีปวดหัว อีกส่วนคือ กรรมที่ไปทานชานั่นแหละทั้ง ๆ ที่จิบไปไม่กี่อึก

สรุปเจ็ดวันที่ได้เรียนรู้ แม้มันจะล้มเหลวไม่ค่อยจะเป็นท่า แต่รู้ว่า

เมื่อวานครูเมตตาตั้งใจให้กำลังใจ แบบกู้ใจหนูให้มีกำลังสู้

พอถึงบ้านหนูเอาผ้าลงซัก แล้วคนก็นอนรอ แบบหลับไป

กิเลสมันเอาทุกทางจริง ๆ ตากผ้ายังไม่ทันเลยค่ะ อาทิตย์นี้

แค่จัดการชีวิตตนเองยังไม่เรียบร้อย จะไปแก้ปัญหาใหญ่ได้ยังไง

นี่คือเหตุผลหนึ่ง ที่กิเลสยังใช้อ้างในการที่จะหนี ภาระงานที่ใหญ่ ทั้ง ๆที่ถ้าตั้งใจก็ทำได้ ทำไปเรียนรู้ไป แต่นี่หล่ะ ของจริง มันไม่รออะไรเลย มันหลอกหน้า หลอกหลัง หนูหนูเลิกศรัทธากับวิถีชีวิตตนเองที่เลือกเดินมา ตราบเท่าที่กำลังพอมีก็จะยังคงเดินไป แม้เจ็ดวันที่ผ่านมา สรุปกับตนเองว่า “ล้มเหลว”

แต่มันก็เป็นความล้มเหลวที่รู้สาเหตุ กับตนเอง

ทำอะไรก็ให้มันรู้ ดูอะไรก็ให้มันเห็น เป็นอะไรก็ให้ยอมรับ

 

วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม 2557

ภาวดี  น้อยอาษา (ติ๋ว)