บทความทางกิจกรรมบำบัดเกี่ยวกับผู้สูงอายุ : แบบอย่างแห่งชีวิต


 

                     

 

                            

 

 

         เมื่อดิฉันได้รับการมอบหมายให้ทำงานการสัมภาษณ์ผู้สูงอายุ  ในขณะนั้นดิฉันก็นึกถึงว่าแถวบ้านดิฉันมีผู้สูงอายุคนไหนบ้างที่ดิฉันจะสามารถไปสัมภาษณ์ท่านได้ เมื่อคิดไปคิดมา ดิฉันก็ได้นึกถึงคนๆหนึ่งซึ่งเป็นบุคคลที่ฉันรักมาก นั้นก็คือ พ่อ ของดิฉันเอง

                พ่อของดิฉัน ชื่อ นาย อนันต์ ขันทอง ท่านมีอายุ 67 ปี เพิ่งได้ขึ้นชื่อว่าผู้สูงอายุเพียง 7 ปีเอง ท่านมีโรคประจำตัวคือ ไขมันสูง แต่ปัจจุบันคุณหมอได้ทำการหยุดยาแล้วให้ท่านออกกำลังกายเพียงอย่างเดียว ท่านประกอบอาชีพ ขับรถรับจ้างมาตั้งแต่อายุ 20 ปี จนถึงปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่มีความคิดที่จะเลิกขับ ดิฉันจึงถามท่านว่า เพราะอะไรถึงไม่คิดจะเลิกขับ คำตอบของผู้เป็นพ่อที่แน่แท้ที่ทุกคนน่าจะรู้คือ ท่านบอกว่า ท่านทำเพื่อลูก อยากเห็นลูกมีอนาคตที่ดีกว่าที่พ่อเป็น

                พ่อของดิฉันได้เล่าว่า พ่อนั้นลำบากมาตั้งแต่เด็กๆ เรียนไม่จบเพราะคุณย่าไม่มีเงินส่งและคุณปู่ก็ได้เสียตั้งแต่พ่อยังจำความได้ พ่อจึงต้องออกจากการเรียนมาเพื่อ ทำงานส่งน้องๆเรียน ทั้งหมด 5 คน และทำงานเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว ท่านบอกว่า ทำทุกอย่างเท่าที่ท่านจะทำได้ โดยท่านมีหลักคิดว่า “ ขยัน  อดทน  ประหยัด “ แล้วดิฉันก็ถามท่านต่อว่า เคยคิดน้อยใจไหมที่ไม่ได้เรียนเหมือนน้องๆ ท่านก็บอกอีกว่า “ ไม่รู้จะคิดทำไม คิดไปก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา สู้เอาเวลาคิด มาทำอย่างอื่นให้มันเกิดประโยชน์ไม่ดีกว่าเหรอ “ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองและครอบครัวก้าวต่อไปได้

                หลังจากนั้น ดิฉันจึงได้ทำการประเมินทางกิจกรรมบำบัด คือ แบบทดสอบ Thai Mental State Examination (TMSE) และแบบประเมินภาวะซึมเศร้า ซึ่งท่าน ปกติ ไม่มีภาวะสมองเสื่อม และ ภาวะซึมเศร้า

                ดิฉันได้ถามถึงการวางแผนชีวิตในอนาคตของท่าน ว่า ท่านได้วางแผนไว้ว่าอย่างไรบ้าง ท่านบอกว่า ท่านจะรับจ้างขับรถหาเงินจนกว่า ลูกจะเรียนจบและเลี้ยงดูตัวเองได้ เมื่อนั้นท่านก็ถือว่าชีวิตของท่านประสบความสำเร็จที่สุดแล้ว เพราะท่านได้คำนวณแล้วว่า ท่านจะมีเงินไว้สำรองเหลือถึงชีวิตบั้นปลายที่พอจะเลี้ยงดูครอบครัวและตนเองได้โดยอยู่อย่างพอเพียง

                มีสิ่งๆหนึ่งที่ดิฉันได้รับกำลังใจจากผู้เป็นพ่อมา คือ “ ไม่ต้องคิดย้อนหลังว่า เราได้ทำอะไรลงไปบ้าง ทำไม่ดี หรือโอกาสน้อยกว่าคนอื่นยังไง คิดแต่ว่า วันต่อไปเราจะทำอะไรให้ดีกว่านี้ ในเมื่ออดีตมันย้อนไปแก้ไขไม่ได้ก็จงทำอนาคตให้ดีที่สุด ดีที่สุดเท่าที่เราจะไม่สามารถทำได้ดีกว่านี้อีกแล้ว

                รู้สึกดีใจที่ได้นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับครอบครัวของตัวเองได้ที่ไม่ใช่ในแง่ของเงินเพียงอย่างเดียว

 

 

 

บันทึกที่เกี่ยวข้อง

บทความกิจกรรมบำบัดกับผู้สูงอายุ : เหนือกว่าวัยคือใจแข็งแรง

บทความทางกิจกรรมบำบัดที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ : ศิลปินใหญ่ ผู้อุทิศชีวิตทั้งกายและใจให้ดนตรีไทย

บทความกิจกรรมบำบัดสำหรับผู้สูงอายุ : เปลี่ยนแต่กาย ใจเกินร้อย

บทความกิจกรรมบำบัด กับการเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุหลังเกษียณ

กิจกรรมบำบัด กับ " คุณภาพชีวิต " หลังวัยเกษียณ

 

หมายเลขบันทึก: 559141เขียนเมื่อ 14 มกราคม 2014 22:36 น. ()แก้ไขเมื่อ 14 มกราคม 2014 22:55 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

ขอให้คุณพ่อสุขภาพแข็งแรงนะบี บีเองด้วย

ขอบคุณจ้ายัส เช่นกันนะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี