จากจุดเริ่มต้นที่พยายามค้นหาคำตอบ ว่า กิจกรรมบำบัดคืออะไร แตกต่างจากกายภาพบำบัดอย่างไร จนกระทั่งได้เข้ามาเรียนด้วยตัวเอง ผ่านไปปีแรกก็ยัง ไม่ค่อยเข้าใจ ยังงงๆอยู่ ใช้ชีวิตแบบสนุกสนานที่สุดในชีวิตการเป็นนักศึกษา ส่วนใหญ่ก็เรียนวิชาคณะวิทยาศาสตร์ เรียนรวมกับคณะอื่นๆ เป็นปีที่จะได้เจอเพื่อนต่างคณะเยอะที่สุด ปีสองเป็นอีกปีที่หนักหน่วงเอาการ ทั้งวิชา กายวิภาคศาตร์ ประสาทวิทยา และอีกมากมาย พร้อมด้วยกิจกรรมต่างๆนานาๆ แต่ก็ผ่านมันมาได้ คำตอบที่ตามหาก็ยังไม่ชัดเจนมากนัก เมื่อเริ่มเข้าปีที่สาม ปีนี้จะได้เรียนรู้วิชา กิจกรรมบำบัดล้วนๆ อยู่ในคณะทั้งวันเช้าจรดเย็น วิชาเรียน สนุกดีคะ เทอมแรกก็เริ่มได้คำตอบให้ตัวเอง และมันก็ชัดเจนขึ้นๆเรื่อยๆเมื่อเทอมสอง และเทอมนี้จะได้เริ่มฝึกงาน เพื่อนทุกคนตื่นเต้น พยายามหาข้อมูลและเตรียมตัวอ่านหนังสือ ทั้งร่างกายและสมองฟิตเต็มที่

 

   จากที่ไม่รู้อะไรเลยก็เริ่มรู้ มีหนึ่งเรื่องที่มันประทับใจฉันมาก เมื่อครั้งที่ฉันมาเที่ยวบ้านเพื่อนที่ชัยนาท ฉันนั่งคุยกับแม่ของเพื่อนเรื่องจิปาถะ จู่ๆแม่ก็ถามขึ้นว่า สิ่งที่ฉันเรียนช่วยเด็กออทิสติกได้หรือป่าว ฉันก็ตอบไปว่าได้ แม่เพื่อนเลยเล่าเรื่องน้องคนนึงให้ฟัง แม่เล่าว่าแม่ของน้องพาไปหาหมอมาทั่วแต่ก็ไม่หายสักที น้องซนมาก แรงเยอะเล่นได้ทั้งวัน ไม่ยอมพูดทั้งๆที่สามขวบแล้ว จะพูดก็ตอนที่ทนไม่ไหวแล้ว เช่น เผ็ดแล้วต้องการน้ำ ก็จะบอกว่าน้ำสั้นๆคำเดียว พาไปหาหมอดูก็ไปมาแล้ว จะพาไปเข้าโรงเรียนครูก็ไม่รับ จะพาไปเข้าโรงเรียนการศึกษาพิเศษไปแล้วลูกของเราก็ดีกว่าเขาเยอะ กลัวว่าลูกจะแย่กว่าเดิม แม่ไม่รู้จะไปหาที่ไหนแล้ว พอดีพรุ่งนี้แม่ต้องพาน้องไปหาหมอ ฉันจึงมีโอกาสแนะนำ ให้พาน้องไปพบนักกิจกรรมบำบัด คุณแม่ยิ้มได้มากขึ้น มันบอกยากนะคะ การที่คนนึงกำลังมีความทุกไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว แล้วมาเจอคนที่ให้คำแนะนำเห็นเขายิ้มได้เราก็ดีใจ วันนี้ฉันยังไม่เก่งพอที่จะบำบัดน้องเขาได้ แต่สักวันฉันคงมีความรู้และประสบการมากพอที่จะบำบัดและทุเลาความทุกของคนป่วยได้บ้าง