"การให้อภัยเปรียบดอกไม้ที่ให้แก่กัน จุดเริ่มต้นด้วยการแบ่งปัน ความสุขนั้นจะมีทั่วไป...

...ให้ความเมตตา ความกรุณาเป็นคุณยิ่งใหญ่ ให้ความรักความจริงจากใจ นั้นคือการให้ที่ดี

จะให้สิ่งใดโปรดจำไว้จงให้ทันที ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมี การให้นี้เป็นเครื่องผูกใจ...

จะเป็นแต่เพียงผู้รับนั้น ไม่ควรพึงใจ ขจัดความเห็นแก่ตัวสิ้นไปโลกเราจะได้...ร่มเย็น"

เพลงนี้ได้ฟังตอนเข้าค่ายลูกเสือ สมัยเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น การเข้าค่ายลูกเสือ ถือเป็นอะไรที่สนุกและตื่นเต้นมากๆ

แต่สิ่งที่ผมประทับใจมากๆ คือ เสียงเพลงขับร้องประสานเสียงของเหล่าลูกเสือ-เนตรนารีที่มาชุมนุมกันในค่ำคืนนั้น

มาจากต่างห้อง ต่างเพื่อนกัน ต้องมาใช้ชีวิตร่วมกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เสียสละ รู้จักให้อภัย

ผมว่าเนื้อหาของเพลงนี้มันลึกซึ้งกินใจมาก ฟังแค่รอบเดียวผมก็ร้องได้ ความรู้สึกตอนแรกที่ได้ยิน

รู้สึกขนลุก และทำให้เราคิดตามไปว่า ถ้าคนเราทำได้ดังที่เพลงนี้บรรเลงเสียงประสานอันกังวาล

โลกเราก็คงจะ "ร่มเย็น" ดังที่เพลงนั้น ว่าไว้ ผมมีความสุขเสมอที่ได้ร้องเวลาผมรู้สึกโกรธใคร

เสียงแห่งจังหวะและท่วงทำนอง เนื้อหาของเพลง ทำให้เรามีสติที่จะหยุดเพ่งพินิจพิเคราะห์ว่า 

สาเหตุที่เขาแต่งเพลงนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะจรรโลงจิตใจ สร้างสติ ให้เวลากับใจได้คิด

อย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหา จงใช้ปัญญาแก้ไขทุกสิ่ง เพียงแค่หยุดนิ่ง แล้วตั้งสติให้เกิดเสียก่อน ปัญญาจะตามมา

"เมื่อความโกรธกระทบกับใจ อย่าแลกเปลี่ยนโลกที่สวยงามของเรา กับความสะใจ...เพียงไม่กี่วินาที"