ช่วงบ่ายยามแดดจัดแบบนี้ คงเป็นเวลาแห่งการพักผ่อนของหลายๆคนใช่มั้ยครับ แต่สำหรับพวกเราหรือเพื่อนกลุ่มอื่นๆของเรายังคงเป็นเวลาทำงานต่อไป
สำหรับกลุ่มเราแล้วอย่างที่ทุกท่านทราบกันว่างานจะแบ่งเป็น 3 ส่วน
1. สำรวจชุมขน
2. พิมพ์รายงานและทำแผนที่เดินดิน
3. ประสานงานกับรพ.พระปกเกล้า (รวมถึงรพ.แหลมสิงห์ด้วย)
ในส่วนของงาน 1. และ 2. ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องไปช่วยอีกฝ่ายที่ยังคงต้องทำงานหลังขดหลังแข็งอยู่ต่อไป ซึ่งในช่วงเช้าการสำรวจชุมชนนั้นใช้เวลาไม่มาก เนื่องจากผู้ป่วยโรคเบาหวานที่เหลืออยู่แต่ละคนนั้นออกไปทำงาน ไม่อยู่บ้านให้พวกเราสัมภาษณ์สักคน บางคนก็ถึงขั้นไปสัมภาษณ์ที่สถานที่ทำงานเลย ก็ยังดีที่ได้ข้อมูลกลับมาบ้าง ไปไม่เสียเที่ยว เพราะพี่อสม.เขาเป็นคนไปส่งพวกเรา พอกลับมาถึงบ้านก็รวบรวมข้อมูลแบบสอบถามที่ไปสัมภาษณ์กันมาต่อเพื่อหาว่าผู้ป่วยแต่ละคนมี Stage of change อะไร อยู่ปิงปองจราจรชีวิต 7 สีอันไหน บางคนก็ไปช่วยทำแผนที่เดินดินต่อ ช่วยวาดรูประบายสีเพื่อให้งานของเราสำเร็จและสมบูรณ์โดยเร็ว
ในส่วนของงานที่ 3. ที่ผมประจำอยู่นั้นตอนนี้ออกจากรพ.แหลมสิงห์เพื่อไปรพ.พระปกเกล้าต่อ ระหว่างทางก็ได้แวะกินอาหารกลางวัน เพราะเราไม่ได้กินพร้อมกับคนในกลุ่มคนอื่น ที่ที่เราไปกินเป็นทางผ่านไปรพ.พระปกเกล้าพอดี ลักษณะอาหารเป็นเส้นๆ ไม่ต้องแปลกใจครับ ก๋วยเตี๋ยวนั่นเอง แต่สำหรับร้านนี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงในจังหวัดจันทบุรี นั่นคือร้าน ”ก๋วยเตี๋ยวขาหมูพลิ้ว เจ๊แหน่” ชื่อเห็นแค่ก๋วยเตี๋ยวแต่ความจริงมีข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ขายด้วยนะครับ อาหารสั่งแล้วได้ทันที ราคาเท่ากันคือ 40 บาท ต่อให้ก๋วยเตี๋ยวจะใส่ 10 หน้าก็ราคา 40 บาท ราคาก็ไม่แพงมากนะครับ รสชาติก็อร่อยดีด้วย น้ำดื่มก็มีบริการ แต่น้ำเปล่าต้องบริการตัวเอง =w=b (ตอนนั้นรีบมากเลยไม่ได้ถ่ายรูปมา)
(ใช้ GPS ช่วยด้วย เดี๋ยวหลง)
หลังจากกินอาหารกลางวันเสรืจแล้วก็ออกเดินทางต่อ ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงรพ.พระปกเกล้า ที่เก่าที่พวกเราคุ้นเคยนั่นเอง =w=b ร่มลีลาเปรียบปราณฟ้าประทาน...
(อันนี้เป็นภาพศูนย์แพทยศาสตร์ชั้นคลีนิคของรพ.พระปกเกล้า มีอายุมากว่า 30 ปีแล้ว =w=b ผู้เขียนรุ่น 32 นะครับ)
(อันนี้เป็นตึกสุขภาพ ที่เราจะมาหาอ.อุไรกัน)
พอไปถึงกลุ่มงานเวชกรรมสังคม เวลาประมาณ 12.30 น. ก็ได้พบกับอ.อุไร ที่เราได้ขอข้อมูลผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มารักษาที่รพ.พระปกเกล้าและอาศัยอยู่ที่หมู่ 2 ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ พบว่ามีอยู่ประมาณ 10 คน ซึ่งเราต้องนำข้อมูลนี้เองไปเทียบกับข้อมูลผู้ป่วยที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อดูว่า 1. ลงไปสำรวจบ้านแล้วหรือไม่ 2. เพื่อไปสัมภาษณ์พฤติกรรมสุขภาพ นำไปจัดสีและ Stage of change 3. บ้านอยู่บริเวณใดในแผนที่เดินดิน และรับของรางวัลที่ทางรพ.พระปกเกล้าอนุเคราะห์ให้เอาไว้ให้กับผู้คนในชุมชนที่มาร่วมทำกิจกรรมกับเรา
จากนั้นอ.อุไรก็ถามความคืบหน้าของงานที่เราทำกันอยู่ว่าไปถึงไหนแล้ว ก็บอกว่าตอนนี้รวบรวมรายชื่อผู้ป่วยโรคเบาหวานได้เยอะแล้ว สามารถบอกเป็นแผนที่เดินดินได้แล้ว แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เริ่มเตรียมตัวทำกิจกรรมตามโครงการที่พวกเราวางแผนไว้ มีแผ่นป้ายให้ความรู้ มีฐานให้ความรู้ในเรื่องต่างๆ ส่วนใหญ่ก็คือจะเน้น 3อ 2ส อาจมีคลิปวิดีโอเปิดให้ดูสั้นๆ เป็นต้น งานทุกอย่างกำลังเป็นรูปเป็นร่าง แค่มันมีหลายอย่างที่ดำเนินไปพร้อมๆกันจนเราไม่ทันรู้ตัว เพราะมันเป็นการทำงานหลายกลุ่มย่อย ไม่ใช่ทำงานหลักทีละ 1 อย่าง คุยกันอยู่นานประมาณ 15-20 นาทีก็เสร็จ และได้รับคำแนะนำว่าพยายามชี้ให้เห็นกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน และจัดกลุ่มตามปิงปอง 7 สีและตาม Stage of change ให้ได้ การใส่กิจกรรมอะไรสักอย่างลงไปก็จะสอดคล้องกับข้อมูลที่พวกเราแบ่งประเภทและแปลผลออกมาครับ ขอขอบคุณอ.สำหรับคำแนะนำครับ
หลังจากที่ได้พบปะกับอ.อุไรแล้ว พวกเราก็ไปหาผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รพ.พระปกเกล้ากัน ส่วนหนึ่งของกิจกรรมเราคือคลิปวิดีโออย่างที่บอกไป การที่จะทำให้คนในชุมขนมีความตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับความรุนแรงของโรคเบาหวานนั้น กลุ่มพวกเราคิดว่าควรจะให้คนในชุมชนได้เห็นหรือรับรู้ความรู้สึกและความคิดของคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน ไม่ได้ดูแลตนเอง แล้วมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอันทำให้เกิดความพิการตามมา ฟังดูแล้วน่ากลัวใช่มั้ยล่ะครับ เราคิดว่าน่าจะกระตุ้นความคิดของผู้คนในชุมชนได้ดีกว่าการที่ไปบอกปากเปล่าเฉยๆ คนที่ไม่สนใจเขาก็จะไม่สนใจอยู่แล้ว การที่ให้เชาเห็นในสิ่งที่น่ากลัวที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขาถ้าไม่ดูแลตนเองน่าจะสร้างแรงจูงใจเชิงลบให้ได้พอสมควร ซึ่งสิ่งที่พวกเราคาดหวังก็คืออยากให้ชุมชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดี อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในระยะสั้นๆ แต่ถ้าทำได้สม่ำเสมอจนเกิดเป็นวงจรความเคยชินอันใหม่ การคงสภาพพฤติกรรมนี้ก็จะเกิดขึ้นตามมาด้วย ในส่วนคนที่ดีอยู่แล้ว เราก็จะสนับสนุนผลักดันให้ทำต่อไป อาจให้เป็นคนช่วยสอนคนไข้ด้วยกันเองก็ได้ด้วยเช่นกัน
สถานที่ที่เราไปเป็นหอผู้ป่วยศัลยกรรมของโรงพยาบาลพระปกเกล้า คนไข้ที่เราไปสัมภาษณ์จะเป็นคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวานแล้วมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นคือเป็นแผลเรื้อรัง และเป็นโรคเส้นเลือดส่วนปลายอุดตันจนสุดท้ายจะต้องถูกตัดนิ้วเท้าเพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อไปมากกว่านี้ คนไข้เป็นโรคเบาหวานมา 18 ปีแล้ว ไม่ค่อยได้ใส่ใจเรื่องสุขภาพเท่าไร คนไข้เข้าใจว่าโรคนี้ไม่มีอาการก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรที่รุนแรงเกิดขึ้น ความคิดนี้คงอยู่ไปเรื่อยๆ ทำให้พฤติกรรมสุขภาพต่างๆของเขานั้นไม่ดี ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย กินข้าวเยอะ แต่ไม่ค่อยกินอาหารเค็มหรืออาหารหวาน จะเป็นอาหารทอดมากกว่า สูบยาเส้นและดื่มสุรา จนเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นจึงเริ่มตระหนักเรื่องพฤติกรรมสุชภาพ แต่ว่ามาเป็นตอนอายุมากแล้วและสายไปแล้ว จะทำอะไรมากกว่านี้ก็ลำบาก โชคดีที่ว่าญาติของคนไข้ให้ความร่วมมือและดูแลคนไข้เต็มที่ คนไข้ไม่มีปัญหาในด้านความคิดและอารมณ์ เข้าใจเหตุและผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตนเองทำตนเองจึงมีกำลังใจที่ดีอยู่ ถือเป็นความประทับใจและเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่งที่ได้มาคุยแบ่งปันประสบการณ์กับคนไข้โรคเบาหวานนี้ครับ
(การถ่ายภาพวิดีโอได้ขออนุญาตคนไข้ก่อนถ่ายเรียบร้อยแล้ว ในส่วนของภาพถ่ายขอไม่ลงไว้ใน blog ครั้งนี้นะครับ)
หลังจากทำงานที่รพ.พระปกเกล้าเสร็จสิ้นแล้ว พวกเราก็ไปซื้ออุปกรณ์ของใช้ส่วนตัวที่ขาดอยู่และอุปกรณ์ทำป้ายเชิญชวนกัน อุปกรณ์ทำป้ายที่ซื้อหลักๆจะเป็นของพู่กันระบายสี สีโปสเตอร์ และก็ผ้าขาว ส่วนหนึ่งจะซื้อไปฝากเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งด้วยโดยพี่จิ๋ม เจ้าหน้าที่รพ.แหลมสิงห์จะอาสาเอาของไปให้เพื่อนของพวกเราเอง ดังนั้นระหว่างทางกลับก็ต้องแวะรพ.แหลมสิงห์ก่อนเพื่อส่งมอบของเหล่านี้ครับ
(ภาพพิธีส่งมอบ lol)
เวลาประมาณ 17.30 น. ก็กลับมาถึงบ้านพักโดยสวัสดิภาพ ขนของลงจากรถ และขั้นต่อไปก็คือการเตรียมอาหารเย็นนั่นเอง
เพื่อนๆที่ยังว่างงานอยู่ก็ให้ไปทำงานเอกสารที่เพิ่งไปถ่ายเอกสารมา เช่น พับหนังสือแนะนำการปฏิบัติตัว และเย็บเล่มให้เรียบร้อย มีขาดมีเกินบ้าง เรื่องธรรมดาครับ เป็นการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์จริงๆครับ =w=b
บางส่วนก็ยังทำงานแบบสอบถามต่อไป สู้ๆครับ *\(^0^)/*
ถึงจุดนี้ก็ผ่านพ้นช่วงบ่ายของกลุ่มพวกเราแล้ว ต่อไปจะเข้าสู่ช่วงเย็นที่วันนี้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น ทำให้พวกเราหลายคนตื่นตระหนกและรำคาญพอสมควรครับ =w=b จะเป็นอะไรนั้น คอยติดตามชมกันนะครับ ^0^/
by Kiba-kun












งานไปได้ดีนะคะ ชอบคำนี้ ลมหายใจเป็นงาน
ทุกคนตื่นเช้า. ขยันขันแข็ง เฮ้อ หายห่วง
อยากให้ไปเยี่ยมบ่อยๆ นัดวันมาได้นะคะ.....อิอิ^^
ครับ ขอบคุณฮะอาจารย์ lol