อาจารย์คณะเกษตรฯ มข. ร่วมงานตานข้าวใหม่เทิดไท้องค์ราชันย์ จังหวัดน่าน

อาจารย์คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมงานและออกร้านงานเทศกาลตานข้าวใหม่เทิดไท้องค์ราชันย์ อำเภอท่าวังผา พร้อมฝึกอบรม ทำการเกษตรระบบปลอดภัย และติดตามงานวิจัยในพื้นที่จังหวัดน่านและจังหวัดแพร่


อบรมเกษตรกรและเจ้าหน้าที่ภาคสนามโครงการปิดทองหลังพระ พื้นที่บ้านเปียงก่อ ต.ขุนน่าน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน

          อาจารย์วีระ ภาคอุทัย ภาควิชาเศรษฐศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หัวหน้าโครงการการพัฒนาระบบการตัดสินใจและจัดการโซ่อุปทานพริกปลอดภัย จังหวัดแพร่ น่าน และชัยภูมิ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และคณะนักวิจัย ร่วมงานและออกร้านนำองค์ความรู้การจัดการการผลิตพริกปลอดภัย โดยใช้สารชีวภัณฑ์ ในงานเทศกาลตานข้าวใหม่เทิดไท้องค์ราชันย์ อำเภอท่าวังผา เพื่อความมั่นคงด้านอาหารของชุมชน ครั้งที่ 4 จัดขึ้นโดยความร่วมมือของภาคประชาชนและหน่วยงานราชการ มีนายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานเปิดงาน เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองหลังฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าว มีการออกร้านของหน่วยงานต่างๆ มีการรับบริจาคข้าวเปลือก ข้าวสารและเงิน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามวิถีของสังคมเกษตรกรรม ซึ่งได้รับความสนใจจากหน่วยงานราชการและเกษตรกรเป็นอย่างมาก ณ โรงสีข้าวพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี บ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ 3 อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2556
          อาจารย์วีระ ภาคอุทัย กล่าวว่า เนื่องจากจังหวัดน่านมีเกษตรกรที่ปลูกพริกเพื่อการค้าเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2556 โครงการวิจัยฯได้จัดฝึกอบรมเรื่อง การทำการเกษตรระบบปลอดภัย โดยการใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันและกำจัดโรคและแมลง แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่ภาคสนามโครงการปิดทองหลังพระ จังหวัดน่าน จำนวน 30 คน ที่ศูนย์พื้นที่บ้านเปียงก่อ ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน
          อาจารย์วีระ กล่าวต่ออีกว่า จากนั้นในวันที่ 27 ธันวาคม 2556 โครงการวิจัยฯ ได้ติดตามงานวิจัยฯ ในพื้นที่อำเภอท่าวังผา และอำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน อำเภอหนองม่วงไข่และอำเภอสอง จังหวัดแพร่ เนื่องจากในปีที่ผ่านมา ราคาพริกที่เกษตรกรขายได้มีราคาสูงมากถึงกิโลกรัมละ 20-26 บาท ทำให้ในปี 2556 นี้ เกษตรกรมีการขยายพื้นที่เพาะปลูกพริกใหญ่หรือพริกชี้ฟ้า เพื่อเข้าสู่ตลาดพริกสดและโรงงานซอสพริกมากขึ้น แต่เกษตรกรกลับขายพริกแดงเด็ดก้านส่งโรงงานซอสพริกได้เพียง กิโลกรัมละ 13-15 บาทเท่านั้น และมีข้อมูลว่าเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2556 ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุหลงฤดูพัดเข้ามาสู่จังหวัดน่านและจังหวัดแพร่ ทำให้พื้นที่ปลูกพริกเสียหายจำนวนมาก เกษตรกรจำเป็นต้องรีบเก็บพริกใหญ่ที่ยังเป็นพริกเขียวหรือพริกหนุ่มเขียว ออกขายเป็นจำนวนมาก มีผลทำให้ราคาพริกเขียวราคาตกจากกิโลกรัมละ 15-17 บาท เหลือเพียงกิโลกรัมละ 9-10 บาท และคาดว่าหลังปีใหม่ 2557 ผลผลิตพริกจะเข้าสู่ตลาดก็คงไม่มากนัก เนื่องจากเกษตรกรได้ตัดต้นพริกบางส่วนออกจากพื้นที่ปลูกพริก เพื่อปลูกพืชอื่นแทนแล้ว และราคาพริกที่เกษตรกรขายได้ก็คงไม่สูงเหมือนปีที่ผ่านมา
          “ส่วนเกษตรกรที่ปลูกพริกขี้หนูผลใหญ่ เช่น พริกหัวเรือ ที่โครงการวิจัยฯ เคยแนะนำให้เกษตรกรปลูกพร้อมกับพริกใหญ่หรือพริกชี้ฟ้า เพื่อลดพื้นที่ปลูกพริกใหญ่ลง แต่ก็มีพื้นที่ปลูกพริกขี้หนูผลใหญ่ไม่มากนัก กลับปรากฏว่าเกษตรกรขายพริกได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 60-65 บาท และแม้ว่าราคาพริกขี้หนูผลใหญ่จะค่อนข้างสูงมาก แต่เกษตรกรก็ไม่นิยมปลูกในพื้นที่มากนัก เนื่องจากต้องใช้เวลาในการเก็บผลผลิตค่อนข้างมากตามไปด้วยนั่นเอง” อาจารย์วีระ ภาคอุทัย กล่าวในที่สุด

          อาจารย์วีระ ภาคอุทัย ข้อมูลข่าว/ภาพ
          กิตติศักดิ์ สิงหา วิเคราะห์ สังเคราะห์และเผยแพร่


ได้รับความสนใจอย่างมากจากเจ้าหน้าเกษตรและเกษตรกร เกี่ยวกับการใช้สารชีวภัณฑ์ในการป้องกันและกำจัดโรคและแมลง


พริกเขียวปีนี้ราคาไม่ดี ขายได้กก.ละ 9 บาท


ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาในช่วงเพาะกล้าและรองก้นหลุมก่อนปลูกพริกทำให้พริกแข็งแรง ปลูกพริกเร็วกว่าคนอื่นทำให้ขายพริกได้ราคาสูง


พริกพันธุ์หัวเรือที่อำเภอหนองม่วงไข่ จ.แพร่ ขายได้กิโลกรัมละ 65 บาท


พริกบรรจุกล่องของเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการวิจัยฯ


การคัดพริกก่อนบรรจุกล่องช่วยให้ขายได้ราคาสูงขึ้น


ร่วมงานตานข้าวใหม่ อ.ท่าวังผา จ.น่าน


สาธิตการขยายสารชีวภัณฑ์


ติดตามงานวิจัยที่อำเภอเวียงสา จ.น่าน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิชาการเกษตร



ความเห็น (0)