ทฤษฎี ButterFly Effect

 

         พฤหัสบดีที่ผ่านมาหนุ่มน้อยยิ้มง่ายของห้องสองมาเล่าเรื่อง "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" ให้เพื่อนและครูฟัง   ในมุมของครูนกเริ่มสังเกตว่านักเรียนผู้ชายจะชอบแนวคิดจินตนาการและเทคโนโลยี และนักเรียนผู้หญิงจะมาแนวเรื่องข้อคิด หรือปรัชญาชีวิตซึ่งเป็นไปตามหลักธรรมชาติของเพศหญิงและเพศชาย


          โดยรายละเอียดของ ทฤษฎี Butterfly Effect เป็นคำที่ใช้อธิบาย การค้นพบครั้งสำคัญในปี ค.ศ.1961 ของ Edward N. Lorenz นักคณิตศาสตร์และ
นักอุตุนิยมวิทยาเริ่มจากที่ Lorenz ได้ออกแบบ แบบจำลองคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในงานพยากรณ์อากาศ ซึ่งในการคำนวณข้อมูลเพื่อพยากรณ์อากาศครั้งหนึ่ง เขาต้องการจะดูผลการพยากรณ์ซ้ำ จึงได้ทำการคำนวณเป็นครั้งที่ 2 แต่เขาต้องการประหยัดเวลา ดังนั้นแทนที่ Lorenz จะให้คอมพิวเตอร์เริ่มประมวลผลใหม่ตั้งแต่ต้น เขากลับใช้วิธีการใส่ตัวเลขซึ่งเขาได้บันทึกไว้ลงในแบบจำลอง โดย Lorenz คาดว่าผลการพยากรณ์ที่ได้ ไม่น่าจะแตกต่างอะไรกับการทำงานครั้งแรก แต่ปรากฎว่าเขาคิดผิด
           หลังจากที่ปล่อยให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงาน แล้วแวะไปหาสถานที่ดีๆ นั่งจิบกาแฟ หากแต่เมื่อ Lorenz กลับมาอีกครั้งในหลายชั่วโมงให้หลัง ข้อมูลที่เขาเห็นบนจอคอมพิวเตอร์ นำมาสู่การเปลี่ยนวิธีการที่มนุษย์ใช้มองธรรมชาติและจักรวาลบนวิถีทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ไปโดยสิ้นเชิง  Lorenz รู้สึกอัศจรรย์ใจยิ่ง เมื่อพบว่าการประมวลผลครั้งใหม่ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ผลในครึ่งหลังแตกต่างจากการประมวลผลครั้งแรกอย่างมหาศาล Lorenz นึกขึ้นได้ว่า ค่าของตัวแปรที่เขาใส่ในโมเดลในการรันโปรแกรมเป็นครั้งที่สองนั้น คือ 0.506 ส่วนตัวแปรสำหรับการรันโปรแกรมครั้งแรก ตัวเลขคือ 0.506127 เขาตัดทศนิยมออก 3 ตำแหน่ง เพื่อต้องการให้การคำนวณเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยที่คาดไม่ถึงว่า 0.000127 หรือคิดเป็น 1 ในพันส่วน ของข้อมูลที่ป้อนเข้าไป จะให้ผลที่แตกต่างกันเหลือล้น  การทดสอบในเวลาต่อมาทำให้รู้ความจริงว่า แม้ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเป็นทีละเล็กละน้อย แต่ด้วยการคำนวณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัวเลขจึงทบทวีขึ้นและหันเหออกไปเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อแปรข้อมูลออกมาแล้ว จะถึงกับแสดงภาวะอากาศที่ต่างไปอีกแบบหนึ่งเลยทีเดียว Lorenz ได้ตระหนักว่าเขาได้ค้นพบหลักการบางอย่างที่ใหม่และสำคัญมาก นั่นคือความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย ก็สามารถสร้างความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงให้เกิดขึ้นได้ เปรียบเหมือนกับ การกระพือปีกของผีเสื้อตัวเล็กๆ ในวันนี้ ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยนิดต่อบรรยากาศ แต่เมื่อเวลาผ่านไป แรงกระพือปีกอันเบาหวิวนั้น ก็สามารถก่อผลให้บรรยากาศเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงได้
           นั่นจึงเป็นที่มาที่ Lorenz ใช้วลี คำว่า "Butterfly Effect" มาอธิบายสิ่งที่เขาได้เรียนรู้นี้
           หาก Butterfly Effect เป็นเรื่องจริง ภายหลังการกระพือปีกของผีเสื้อ ในชั่วเวลาหนึ่งเดือน ผลของมันอาจสามารถทำให้พายุทอร์นาโด ซึ่งแต่แรกมีทีท่าว่าจะเกิดขึ้นนั้นให้หยุดลงได้ และในทำนองเดียวกัน เพียงการกระพือปีกของผีเสื้อในประเทศไทย ก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดพายุทอร์นาโด ในประเทศสหรัฐอเมริกาได้เช่นกัน
           ที่มา  http://board.trekkingthai.com/board/show.php?forum_id=3&topic_no=376&topic_id=376


          การนำเสนอของหนุ่มน้อยยิ้มง่ายเขาสามารถพูดเรื่องยากๆ ให้ครูและเพื่อนเข้าใจได้โดยใช้การเขียนกระดานประกอบการอธิบาย ทำให้เราเข้าใจว่า เรื่องเล็กๆน้อยๆก็มีผลหรือมีอิทธิพลดังนั้นจึงต้องใส่ใจในรายละเอียดของบางเรื่องราวจะทำให้เราทำอะไรได้ดีขึ้น หรือสิ่งดีๆจะเกิดขึ้นได้