นำประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวมาทำอาหารมาฝากค่ะ
" น้ำมันมะพร้าว ถูกใช้ในการประกอบอาหารในครัวเรือนของประเทศที่สามารถปลูกมะพร้าวได้ทั่วโลก มาเป็นเวลานานนับพันๆปี ทั้งนี้เพราะน้ำมันมะพร้าว มีคุณสมบัติดีเด่นในเรื่องรสชาติ ความคงรูป การมีอายุเก็บรักษาไว้ได้นาน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง จึงเป็นที่นิยมนำไปใช้ประกอบอาหารหลายประเภท ทั้งคาวและหวาน
การที่น้ำมันมะพร้าวมีไขมันอิ่มตัวสูง จึงทนทานต่อขบวนการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ทำให้เกิดการหืน และเนื่องด้วยคุณลักษณะที่มีอายุการเก็บรักษาได้นาน การคงรูปในรสชาติที่นุ่มนวล มีประสิทธิภาพในการย่อยสลายสูง และรวดเร็วกว่าไขมันประเภทอื่นๆ มีไขมันอิ่มตัวสูง 92 % ในขณะที่เนยที่ทำจากไขมันวัวนม มีไขมันอิ่มตัวสูง 63 % จากไขมันกระบือ 56 % และจากไขมันวัวเนื้อ 48 %
ด้วยคุณลักษณะดังกล่าว น้ำมันมะพร้าวจึงเป็นที่นิยมในการนำมาใช้เป็นแหล่งไขมันที่ใช้ในอุตสาหกรรมนมผงสำหรับเลี้ยงทารก ใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเนย เนยเทียม และเติมลงในหางนมวัวที่เป็นผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมเนย ใช้เป็นส่วนผสมไอศกรีม และใช้ในอุตสาหกรรมทำขนมปัง
คุณสมบัติที่ดีเด่นของน้ำมันมะพร้าวที่ใช้ประกอบอาหารในครัวเรือนก็คือ การนำอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันมะพร้าว หรือกะทิกลับมากอุ่นใหม่แล้วรับประทาน จะไม่เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เพราะโครงสร้างโมเลกุลของไขมันที่ได้จากน้ำมันมะพร้าว มีอะตอมของคาร์บอนเกาะติดอยู่กับอะตอมของไฮโดรเจน ซึ่งเป็นโครงงสร้างที่มั่นคง แข็งแรงและไม่แตกตัวได้ง่ายๆไม่ว่าจะถูกความร้อน หรือบริโภคเข้าไปในร่างกาย
ในทางตรงกันข้าม ไขมันไม่อิ่มตัวมีโครงสร้างโมเลกุลที่มีแขนคู่ระหว่างอะตอมของคาร์บอน ทำให้ไม่อยู่ตัวและถูกเติมออกซิเจน(ในขบวนการ oxidation Xและ ไฮโดรเจน (ในขบวนการ hydrogenation) ได้โดยง่าย การเติมออกซิเจนทำให้น้ำมันหืน และที่สำคัญเกิดเป็นอนุมูลอิสระ ที่ทำอันตรายต่อเซลล์ เช่น ทำให้เยื่อบุเซลล์สลายตัว ปล่อยให้เชื้อโรคและสารพิษเข้าเซลล์ได้ง่าย จึงก่อให่เกิดโรคแห่งความเสื่อมของมนุษย์มากมาย ส่วนการเติมไฮโดรเจนนั้น ก่อให้เกิดไขมันทรานส์ (trans fats) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง ที่เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง และเพิ่มปริมาณของ LDL ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลตัวเลว ที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ
ดังนั้น การบริโภคน้ำมันมะพร้าว หรือกะทิเท่ากับเป็นการหลีกเลี่ยงโรคแห่งความเสื่อมมากมายหลายโรค เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ฯลฯ "
( ขอบคุณน้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์ในด้านอาหาร โดย สมชาย วัฒนโยธิน รองประธารชมรมอนุรักษ์และพัฒนาน้ำมันมะพร้าวแห่งประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญเรื่องมะพร้าว สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร )
ประชาชนชาวไทยเรามีอีกมากมายที่ไม่รู้จักน้ำมันมะพร้าว หรือรู้จักแต่เมินเฉย และเข้าใจว่าเป็นน้ำมันอิ่มตัวที่มีอันตรายต่อสุขภาพ จึงไม่ยอมที่จะทำความรู้จัก ไม่ช่วยกันบอกกล่าวสิ่งดีๆที่จะได้จากน้ำมันมะพร้าวทั้งที่สื่อดีๆในบ้านเราก็มีมากมายบอกกันได้ แต่ไม่ทำเมยเฉยจริงๆ บางครั้งจึงมีความรู้สึกว่าคนบางคนบางสื่อ หวังดีกับประชาชนชาวไทยจริงหรือ สิ่งดีๆทำได้เองจากวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในประเทศกลับไม่มีการช่วยกันสนับสนุนให้ประชาชนได้รู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพที่ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายในร่างกาย และรู้จักทำ มีอาหารชนิดไหนบ้างในโลกนี้ที่มีคุณสมบัติ เหมือนน้ำนมแม่ เท่านี้ก็เป็นสิ่งพิสูจน์แล้วว่าน้ำมันมะพร้าวนั้นมหัศจรรย์ดีพิเศษจริงๆ แต่คนส่วนมากเมินเฉยโดยเฉพาะสื่อบางสำนักฯที่มีโอกาสแต่ไม่ทำเพื่อประชาชนคนไทยเรา ก็ได้แต่หวังว่าอนาคตน้ำมันมะพร้าวคงไม่ถูกลืมใช้
ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี
วันเสาร์ที่ ๔ มกราคม พ.ศ ๒๕๕๗

หน้าหนาวนี้ ใช้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ทาบริเวณผิวที่แห้ง แตก ได้ผลดีมากจ้ะพี่ดา
น้ำมัน มะพร้าวนั้นมหัศจรรย์ดีพิเศษจริงๆ แต่คนส่วนมากเมินเฉยโดยเฉพาะสื่อบางสำนักฯที่มีโอกาสแต่ไม่ทำเพื่อประชาชนคน ไทยเรา ก็ได้แต่หวังว่าอนาคตน้ำมันมะพร้าวคงไม่ถูกลืมใช้
ใช่เลย สนับสนุน ที่บ้าน เคี่ยวน้ำมันจากมะพร้าวใช้เสมอๆๆ
ยืนยัน นอนยัน
พุธที่แล้วไปงาน OTOP วันแรก เห็นหลายบู๊ทขายน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น เกิดสนใจอยากรู้ว่าดีอย่างไร กลับบ้านจึงหาข้อมูล ถึงรู้ว่าฮิตกันมากเมื่อหลายปีที่แล้ว พยายามหาข้อมูลทั้งเวปไทยและต่างประเทศ
เมื่อวานไปงาน OTOP วันปิด หลายร้านลดราคาวันสุดท้ายเพื่อเคลียร์สินค้า เจอซื้อ 2 ขวด (1,000 ml.) ขายขวดละ 400 บาท เลยจัดมา 3 ขวด มีแถมเจลอโลเวร่ากับลิปบาล์มด้วย
หลังจากนั้นคุณแม่แวะไปบู๊ธแพทย์แผนไทย ได้โอกาศถามเภสัชสมุนไพรประจำบู๊ธ เค้าบอกไม่ดี ไขมันอิ่มตัวเป็นโทษ แล้วถามว่าทานน้ำแค่ไหนต่อวัน ซึ่งคำนวนจากน้ำหนักส่วนสูงว่าควรทาน 1.8 ลิตร/วัน ก็ตอบาบางวันทานมากกว่านั้น เภสัชบอกไตจะเหนื่อย ก็แย้งไปว่าจิบเรื่อยๆ เมื่อร่างกายส่งสัญญาณ คือ ริมฝีปากแห้ง แต่สีหน้าเภสัขดูไม่เห็นด้วย
อาจเป็นเพราะทัศนคติการวินิจฉัยของเภสัชค่อนข้างไม่ยืดหยุ่น จึงรู้สึกไม่เชื่อถือเมื่อถึงบ้านก็จัดเลย 2 ช้อนโต๊ะก่อนอาหารเย็น มีเทคนิคในการกลืนโดยไม่ผ่านลิ้น จึงทานได้สบายๆ วันนี้ก่อนอาหารเช้าจัดไปอีก 2 ช้อนโต๊ะ รู้สึกคันคอจึงดื่มน้ำอุ่นจัดตามก็หาย (ศึกษาวิธีทานมาอย่างดีค่ะ 555)
เริ่มเห็นผล มื้อเที่ยงรู้สึกตื้อทานได้น้อยลง และเข้าห้องน้ำ (ท้องผูกมา 2 วันแล้ว) ที่เหลือเชื่อ คือ รู้สึกนุ่มๆ ที่ผิวตามมือและตัว (ใช้เป็น MakeUp Remover ด้วย) เดี๋ยวจะทดลองใช้เป็นโลชั่นตัวและหน้า หมักผม แล้วจะมารายงานผลอีกทีค่ะ