สุขภาวะของครอบครัวย่อมเกิดขึ้นเมื่อผู้ใหญ่หรือผู้ที่อาวุโสมากกว่าได้รับรู้ถึงความเป็นเด็กดีในผู้ที่มีวุฒิภาวะน้อยกว่าเสมอ แต่หลักการพัฒนาเด็กดีโดยกรอบอ้างอิง Model of Human Occupation ทางกิจกรรมบำบัด - กิจกรรมการดำเนินชีวิตของมนุษย์ ซึ่งหลักการสำคัญคือ การพัฒนาเจตจำนงค์ที่หล่อหลอมอัตโนมัติจากคุณความดีของพ่อแม่ในช่วง 6 เดือนแรก (จิตประสาทผ่านเซลล์กระจกเงา) 6 ปีแรก (จิตสำนึกผ่านการปรับแต่งบุคลิกภาพ-พฤตินิสัย) และ 12 ปีแรก (ความสามารถสูงสุดที่สังเกตได้ผ่านการฝึกฝนจนเป็นทักษะชีวิตภายใต้ครอบครัวและครูที่มีชีวิตชีวา) คลิกเรียนรู้เพิ่มเติมได้ ที่นี่

ในที่นี่เราทุกคนสามารถทบทวนความเป็นเด็กได้เสมอ แต่ถ้านำความเป็นเด็กดีกลับมาปรับปรุงพฤตินิสัยของตนเอง แม้ว่าจะมีอายุล่วงเลยเกินเด็กก็ตาม ถือว่า เราทุกคนสามารถมีความสดชื่นแจ่มใสเสมือนเด็กและนำกระบวนการคิดใสซื่อตรงนั้นมาถ่ายทอดกับลูกหลานของเราได้เสมอครับ เช่น เด็กลูกคนเดียวของครอบครัวก็ต้องการให้พ่อแม่เล่นเป็นเด็กด้วย

ผมเลยนึกถึงเพลง "เด็กเอ๋ยเด็กดี" ซึ่งมีประวัติและเนื้อร้องที่น่าสนใจในวิกีพีเดีย โดยผมขอขอบพระคุณคุณครูชอุ่ม ปัญจพรรค์ผู้แต่งคำร้อง และคุณครูเอื้อ สุนทรสนานแต่งทำนอง คลิกฟังเพลงจาก Youtube ได้ ที่นี่

เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
หนึ่ง นับถือศาสนา
สอง รักษาธรรมเนียมมั่น
สาม เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์
สี่ วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน
ห้า ยึดมั่นกตัญญู
หก เป็นผู้รู้รักการงาน
เจ็ด ต้องศึกษาให้เชี่ยวชาญ
ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจไม่คร้าน
แปด รู้จักออมประหยัด
เก้า ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล
น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ
ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา
สิบ ทำตนให้เป็นประโยชน์
รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา
เด็กสมัยชาติพัฒนา
จะเป็นเด็กที่พาชาติไทยเจริญ
เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน
เด็กเอ๋ยเด็กดี
ต้องมีหน้าที่สิบอย่างด้วยกัน

        (ซ้ำตั้งแต่ต้นอีกครั้ง)

ผมเลยพยายามนึกถึงความเป็นเด็กจนถึงจบป.เอก พอมาเจ็บป่วย คุณแม่ต้องขับรถมารับส่งเกือบ 2 เดือนในปีเก่า มีวันหนึ่งแม่ค้าขายผักคุยกับคุณแม่ผมว่า "ลูกป้าอยู่ปออะไรถึงยังต้องไปรับส่งอะจ๊ะ" แม่ผมก็ยิ้มแล้วเห็นผมยังเป็นเด็กในสายตาผู้ใหญ่ก็ตอบว่า "ลูกป้าอยู่ปอเอก รู้จักไหม...555"

ผมจึงมีคลิปพิธีรับปริญญาเอกที่เมือง Perth ออสเตรเลีย ซึ่งความเป็นเด็กดีของผมสามารถเก็บตังค์จากการสอนภาษาไทยให้ชาวออสเตรเลีย ทำงานเป็นติวเตอร์พิเศษ และออมเงินสมัยได้ทุนรัฐบาล ก็พอที่จะจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้พ่อแม่เดินทางไปเข้าร่วมพิธีดังกล่าวที่ออสเตรเลียได้ ลองคลิก Youtube ที่นี่

ด้วยความขอบพระคุณกัลยาณมิตรทั้งหลายครับผม ขอให้ทุกท่านเป็นเด็กดี

ที่มา: http://www.bewell.co.th/html/index.php?action=detail&id=276