"สรรพสิ่ง มีจริง เพราะมีสิ่งไม่จริง"
สรรพสิ่งในโลกนี้ เรามีเครื่องหมายอะไรบ้างที่บอกให้รู้ว่า เป็นสิ่งนั้น สิ่งนี้ สิ่งเหล่านี้ เป็นจริงได้อย่างไร เราใช้อะไรวัดว่า "เป็นจริง" และอะไรบอกว่า "ไม่จริง" เป็นเรื่องน่าคิด น่าสืบสวนหาเส้นทางของมันให้กระจ่างแจ้งแก่ใจอยู่
สิ่งที่เราเรียกว่า "เป็นจริง" มีอยู่รอบตัวเรา บางทีเราอาจมองเห็นเป็นภาพซ้อนกันสองชั้น คือ ของจริง และของไม่จริง เครื่องมือที่เราวัดสรรพสิ่งให้เป็นจริงมีดังนี้
๑) ประสาททั้ง ๕ ของเรา
๒) ภาษาที่เราใช้เรียกสิ่งใด สิ่งหนึ่ง ฯ
๓) คุณสมบัติของสิ่งนั้นๆ
๔) แสง สี ความสว่าง กาล
๕) มีหลักการพิสูจน์
สรรพสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา ล้วนครอบคลุมไปด้วยสองทางคือ ของจริง และของไม่จริง เราอาจถกเถียงกันบ่อยๆว่า อันไหนจริง อันไหนปลอม หรือเลียนแบบกัน สิ่งและสภาวะต่อไปนี่คือ สิ่งที่ถูกเรียกว่า "เป็นจริง" ตามเครื่องวัด ๕ กรอบข้างบน
๑) "โลก" คือ สิ่งที่เป็นจริงด้วยสายตาของเรา ด้วยประสาทของร่างกายเราที่สัมผัสได้แบบสากล เพราะทุกๆสิ่งสามารถรับรู้ได้เหมือนกัน เราเรียกโลกได้เพราะใช้ภาษาเรียก เพราะโลกมีคุณสมบัติให้เราเรียกได้ นั่นคือ มีแสง มีสี รูปทรง ฯ ทั้งหมดสามารถพิสูจน์ได้
ส่วนโลกที่ไม่ใช่ของจริงคือ โลกแห่งความฝัน จินตนาการ ความรู้สึกเช่นนั้น เช่นนี้ เพราะเราสัมผัสได้ไม่เท่ากัน และมีความหมายแตกต่างกัน ไม่ใช่เป็นสากลทั่วไป
๒) "ชีวิต" คือ สิ่งที่เป็นจริง เพราะเป็นฐานแห่งประสาททั้งมวล ประสาททั้งหมดคือ เครื่องมือวัดว่าเป็นของจริงในทางกายภาพ เพราะเรามีภาษาเรียกอวัยวะและกิริยาท่าทางให้รู้ว่าเป็นจริง มีจริง มีคุณสมบัติทางจิตที่รับรู้ รู้สึกได้ มีรูปทรง มีสัณฐาน สีสันในกาลหนึ่ง ซึ่งสามารถพิสูจน์ในตัวเองได้
๓) "สสาร" คือ วัตถุ สสารที่อยู่ทั่วไปของอวกาศ ซึ่งสายตาเราจะมองเห็นด้วย การใช้เครื่องมือช่วย มีภาษาเรียกมัน มีคุณสมบัติที่ละเอียด ที่พร้อมที่จะแปรเป็นรูปทรงเป็นสิ่งมีชีวิตได้ หรือเป็นวัตถุขยายใหญ่ด้วย จนกลายเป็นคุณสมบัติต่างๆ ตามกลเวลา แสงสี
๔) "ปรากฏการณ์" คือ การปรากฏขึ้น หรือการแสดงออกที่เป็นไปตามเส้นทางของมัน เช่น ตะวันขึ้น ตะวันตก เราเห็นด้วยสายตา แม้จริงๆ นั่นเป็นการอยู่นิ่งของดวงอาทิตย์ก็ตาม โลกต่างหากที่หมุนวนรอบดวงอาทิตย์ หรือการตาย การเกิดของสิ่งมีชีวิต ที่ปรากฏอยู่ตลอดเวลา เราสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเราได้ด้วยกาลเวลาที่ผันแปรทุกๆปี
๕) "การเคลื่นไหว" คือ สิ่งที่เราเห็นรอบตัวเรา มีลักษณะการไหลไป การเคลื่อนไหว การปรากฏอยู่อย่างไม่นิ่ง มีการเปลี่ยนแปลง เป็นสิ่งที่บอกให้เรารู้ว่า นั่นคือ บางสิ่งที่ปรากฏตัวอยู่ ซึ่งเราสามารถพูดหรืออธิบายภาพการณ์นั้นได้ นี่คือ คุณสมบัติที่ฝังอยู่ในตัวเราที่พิสูจน์ได้ เช่น สายเลือดในการไหลเวียน ลมหายใจ การเคลื่อนไหวของอวัยวะของเรานั่นเอง
๖) "กฏ" คือ ตาราง แผนการที่ฝังอยู่ในโลก ชีวิต และสรรพสิ่ง แม้ดูว่ามันไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยระบบประสาทก็ตาม แต่เราสามารถใช้ภาษาบอกได้ เพราะมันมีคุณสมบัติที่สำคัญต่อทุกสรรพสิ่ง ที่เกื้อหนุนให้ปรากฏอยู่ ที่จะบอกให้รู้ว่าเป็นจริง เช่น โลกที่ลอยบนอวกาศ ที่หมุนรอบดวงอาทิตย์ ชีวิตอยู่บนพื้นผิวโลก เพราะมีแรงโน้มถ่วงให้เรายืนยันอยู่ได้ ในตัวเราก็แน่นไปด้วยกฎทั้งนั้น
๗) "เวลา" คือ การเคลื่อนคล้อยไปตามการหมุนของโลก ที่เราสามารถเห็นแสงตะวัน แสงความมืด ด้วยประสาทของเราได้ ส่วนที่เราสามารถพิสูจน์ได้คือ นาฬิกา ทุกที่ ทุกอณูแห่งสสารล้วนเคลือบไปด้วยเวลา ที่แอบแฝงไปทุกอณูของโลก เพราะมีตัวเลขหรือภาษาที่บอกเรา มีสีสัน มีเสียงที่บ่งบอกให้เรารู้ว่า เป็นเวลาจริง
๘) "แสง สี" คือ แสงแดดที่ส่องมาสู่โลก ที่เราสามารถใช้สายตาวัดได้ว่า แสง ที่ปรากฏนั้น เป็นจริง แม้ว่ามันจะไม่มีรูปทรงหรือรูปร่างให้จับสัมผัสได้ ส่วนสี คือ คุณสมบัติของสรรพสิ่งที่แปรไปตามกาลเวลา ตามแสง ทำให้เราสามารถเห็นสรรพสิ่งเป็นสีต่างๆได้ เพราะมีองค์ประกอบสรรค์สร้างให้ปรากฏขึ้นแก่เรา เราจึงสามารถบอกสิ่งต่างๆได้ว่า มีสีนั้น สีนี้ เป็นจริงตามที่มันเป็น
๙) "เกิด ตาย" คือ สภาวะที่ปรากฏแก่เรา ทุกชีวิต มีคุณสมบัติที่บีบคั้นให้เราเป็นจริง หรือดำเนินไปตามเส้นทางที่มีเงื่อนไขของมัน ที่กำหนดให้สรรพชีวิตเป็นไป เราจึงเห็น และเข้าใจในกฏนี้ว่า เป็นจริง เรียกว่า อริยสัจ
๑๐) "การเปลี่ยนแปลง" คือ กระแสการเคลื่อนไหว เคลื่อนคล้อยไปเป็นกฏ กลไกของเงื่อนไขของสสาร ที่เราสามารถพิสูจน์ได้ด้วยเห็นวัตถุเปลี่ยนแปลง หรือสิ่งมีชีวิตเปลี่ยนสถานะจากจุดหนึ่ง ไปอีกจุดหนึ่ง ทุกขณะเวลา ทุกๆที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเราสามารถเห็นอาการเหล่านี้ได้ สิ่งนั้น สิ่งนี้ จะเป็นจริงตามที่ตาหรืออวัยวะเราบอกได้ เป็นจริง เพราะมีวัตถุที่เปื่อยเน่า ผุพัง นั่นคือ สัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงนั่นเอง
ดังนั้น สิ่งที่เป็นจริง ที่เราถือตามโลกเนื่องจาก ๑) เรามีระบบประสาทเป็นฐาน ๒) มีวัตถุสิ่งนั้นจริงที่สัมผัสได้ ๓) มีคุณสมบัติที่มีสี แสง รูปทรงต่างๆ ฯ ๔) มีกฏที่รองรับภายในทุกสสารภายใน ๕) มีหลักการที่สามารถพิสูจน์ได้ในกรณีใดๆ ๖) มีสิ่งไม่มีอยู่จริง เพราะสิ่งจริงมีอยู่ เพราะมีสิ่งไม่จริงรับรอง ส่วนสิ่งที่เป็นจริงในศาสนาคือ ๑) มีเทพเจ้า ๒) มีจิต ๓) มีของไม่จริง (มายา)
--------------------<>----------------------
สวัสดีปีใหม่ มีความสุขตลอดไปจ้าา
"ในความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ "
ความจริงบางอย่างเกิดจากความฝันค่ะ
ฝันก่อนแล้วก้อพยายามทำตามที่ฝัน
ให้เป็นความจริงค่ะ
ใครบางคนเคยบอกว่า " คนที่ไร้ความฝัน คือคนที่ตายไปแล้วค่ะ "
แม้ว่าบางครั้งเราสามารถทำความฝันให้เป็นความจริงได้ แต่สุดท้ายความไม่แน่นอนก็มาพรากจากไปล่ะค่ะ
ดังนั้น คำว่า " ไม่ยึดติดและการอยู่กับปัจจุบันด้วยความสุข " จึงเป็นทางสายกลางทางหนึ่งที่มีคุณค่าควรจะทำ
ขอบคุณบันทึกอันทรงคุณค่าค่ะ