ท่ามกลางความเงียบเหงา ความเศร้าของเด็กผู้หญิงสองคน ภายในหอผู้ป่วย PICU เด็กหญิงคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่บนเตียงร้องไห้ปากบ่นเบาๆว่า เจ็บและปวดตามตัวตามร่างกาย อีกคนเป็นเด็กผู้หญิงอายุรุ่นราวคราวเดียวกันท่าทางคล้ายเด็กชาย นั่งจับมือสัมผัสน้องที่นอนป่วยอยู่ซึ่งอบอุ่นมากเหมือนพี่ที่คอยดูแลน้อง ท่ามกลางสายที่สอดใส่เข้าในตัวของน้องที่นอนป่วยซึ่งมีเยอะมากขึ้นเรื่อยๆทุกวัน ทุกเวรที่ดิฉันปฏิบัติงาน ดิฉันได้ดูแลน้องและคอยซักถามให้กำลังใจตลอดขณะปฏิบัติงาน เวลาผ่านไป1-2วัน ดิฉันไม่เห็นพ่อหรือ แม่ของน้องมาเยี่ยมจึงสอบถามน้องที่ดูแล ดิฉันลืมบบอกไปว่าน้องที่ป่วยชื่อเล่นน้องพลอย ส่วนน้องที่คอยดูแลตลอด ให้กำลังใจตลอดชื่อน้องฝนสองคนไม่ใช่พี่น้องกันแต่มีความผูกพันกันมากเพราะตัวน้องพลอยเองป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวต้องมารับยาเคมีบำบัดตลอดฝนก็มาดูแลตลอด พ่อ แม่พลอยแยกทางกันพ่อมีครอบครัวและลูกใหม่ แม่ก็มีครอบครัวใหม่ทิงน้องพลอยยู้ตามลำพังจนได้มารู้จักกับฝนและผูกพันดูแลกันตลอดไม่ทิ้งกัน วันที่ 3 ที่นอนในICU พลอยอาการแย่ลงจากโรคที่เป็นและลุกลามมากขึ้นแพทย์ให้ใส่ท่อช่วยหายใจ น้องพลอยพูดไม่ได้จับมือฉันแน่นและขอเขียนจดหมายเหมือนอยากบอกอะไรบางอย่าง ฉันเตรียมกระดาษไว้ให้น้องพลอยเริ่มพยายามเขียนเรื่อยๆเนื้อหา มีอยู่ว่า (พี่หมอ พี่พยาบาลคะพลอยขอร้องเถอะคะอย่าใส่ท่อหนูเลยหนูอยากกลับบ้านหนูสัญญาว่าจะ หายใจเองจนถึงบ้าน) ลักษณะการเขียนไม่ปะติดปะต่อหรอกคะ "หนูอยากให้พี่ฝนอยู่ด้วยและกอดหนูตลอด หนูอยากกินน้ำแดง" นี่คือใจความในจดหมายที่พลอยเขียนทั้งที่ตังเองอาการหนักต้องใส่ท่อช่วยหายใจอยู่แต่ยังรู้สึกตัวตลอด
ความเจ็บปวดจากการโดนแทงเส้นเพื่อให้เลือด ยา น้ำเกลือ เจาะเลือดทุก 1-2 ชั่วโมงพลอยร้องให้จับมือฉัน และไหว้เหมือนขอไม่ให้ทำอีก พยายามดึงท่อตลอดจึงให้น้องฝนมาดูแลใกล้ๆผ่านไป1 วันพลอยอาการแย่ ทรุดลงเรื่อยๆ หัวใจเต้นช้าลง ความดันเริ่มต่ำลงเรื่อยๆ น้องฝนคอยดูแล เช็ดตัวและอ่านหนังสือให้ฟังอยู่ข้างเตียง ฉันเอาหนังสือสวดมนต์ให้น้องฝนสวดมนต์ให้พลอยฟัง น้องพลอยหลับไปทุกครั้งหลังสวดมนต์ และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่ความเจ็บปวด ทรมาน ความอ้างว้างกำลังจะจากน้องสองคนไป น้องฝนได้รับทราบอาการที่แย่ลงของน้องพลอยจากหมอเจ้าของCase ฝนแอบร้องไห้และกอดพลอยไว้แน่น วินาทีประทับใจก็เกิดขึ้นวันนั้นเป็นวันที่พลอยลืมตาขึ้นด้วยอาการอิดโรย ขอกระดาษ และขอเขียน น้ำตาฉันแทบไหล พลอยเขียนว่า "รักฝนนะ รักพี่พยาบาล รักหมอ ที่ดูแล แต่เราไม่ไหวแล้วถอดท่อเถอะอยากกลับบ้าน " ฝนดูแลพลอยมาตลอดร้องไห้เสียงดัง หัวหน้าของดิฉันเดินเข้ามาในห้องได้ยินเสียงร้องไห้ของน้องฝนจึงเข้าปลอบโยน สอบถามให้กำลังใจและถามน้องพลอยว่าอยากได้อะไร จากน้องฝนที่สุด ไม่น่าเชื่อร่างกายที่อิดโรยยกมือแทบไม่ไหวแต่กลับเขียนได้ว่า ( อยากได้แหวนเพชร )
หัวหน้าดิฉันหายไปครู่ใหญ่จนดิฉันลืมสักพักหัวหน้าและน้องฝนก็เข้ามาพร้อมกัน เรียกน้องพลอยลืมตาและฝนเอาแหวนที่หัวหน้าดิฉันเตรียมไว้ให้ สวมให้กับน้องพลอยถึงแม้จะไม่ใช่เพชรจริงแต่ภาพประทับใจก็เกิด พลอยยกมือชูนิ้วมือขึ้น 10 นิ้ว เพื่อโชว์แหวนที่ใส่ให้ทุกคนดูและร้องไห้ดีใจ เวลาผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงอาการพลอยก็แย่ลงเรื่อยๆ แพทย์ได้ให้การรักษาและทีมได้ดูแลเต็มที่แล้ว พลอยได้จากไปอย่างสงบท่ามกลางคนที่พลอยรักและดูแลพลอยอย่างดี ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม และน้ำตาฝนบอกว่าพลอยอยากได้แหวนมานานแต่ไม่มีเงินซื้อ จนกระทั่งสุดท้ายพลอยก็คงดีใจที่ได้สวมแหวนก่อนตายและขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาลที่ดูแลให้กำลังใจอย่างดี ภาพนี้ไม่มีวันลืมกับความทรงจำที่แสนดีก่อนจากของเด็กหญิงคนหนึ่ง
สวมแหวนก่อนลา
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
บุษยมาศ · 23 ธ.ค. 2556
S N I T C H · 23 ธ.ค. 2556
วิชญ์วิสิฐ รักษาพัชรวงศ์ · 23 ธ.ค. 2556
บุษยมาศ · 23 ธ.ค. 2556
KhunSoam · 23 ธ.ค. 2556
OTann_supansa · 23 ธ.ค. 2556
ว่าที่ พ.ต.ดร. ณัฏฐพล ตันมิ่ง · 23 ธ.ค. 2556