เราสามารถเรียนรู้วิธีจัดการกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อไปนี้เป็นกลยุทธ 11 ประการ ในการจัดการกับความเครียดอย่างได้ผล

1.    สร้างมุมมองที่ถูกต้อง

คุณลักษณะหนึ่งของคนที่สามารถหลีกเลี่ยงความเครียดได้ คือ เขามีมุมมองที่ถูกต้องเสมอไม่ว่าสถานการณ์ของชีวิตจะเป็นเช่นไร ความสามารถที่จะมองสภาวะปัจจุบัน และเหตุการณ์เฉพาะหน้าเปรียบเทียบกัยฉากของสถานการณ์รอบด้านที่กว้างกว่า  ไม่มีอะไรแทนที่มุมมองได้ คราวต่อไปถ้าคุณรู้สึกเครียดเพราะปัญหาเล็กๆน้อยๆ พยายามนึกถึงภาพที่ใหญ่กว่า มันจะช่วยให้คุณเห็นสิ่งต่างๆแทนที่จะหวาดกลัวว่ามันจะกลายเป็นนั่นเป็นนี่

2.    หยุดหนีความเสี่ยง

ไม่มีอะไรที่สามารถรับประกันได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีแผนการที่ปลอดความล้มเหลว ไม่มีการออกแบบที่ไว้วางใจได้ดีเลิศ ไม่มีการเตรียมการที่ปราศจากความเสี่ยง ชีวิตปฏิเสธที่จะเรียบร้อยและสะอาดขนาดนั้น
การกังวลต่อความเสี่ยงเป็นเส้นทางสั้นที่สุดสู่ความไร้ประสิทธิภาพอย่างแท้ จริง เนื่องจากชีวิตคือความเสี่ยง เราจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะหยุดหนีความเสี่ยง และเผชิญหน้ากับมันในทางดี ถ้าคุณคิดถึงแต่สิ่งเลวร้าย คุณก็จะได้พบมันทุกเวลา แต่ถ้ามองหาสิ่งที่ดีที่สุด คุณก็จะได้สิ่งนั้นบ่อยที่สุด

3.    ทำในด้านที่คุณถนัด

ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าคุณถนัดในด้านไหนต่อไปนี้คือวิธีที่จะช่วยให้คุณค้นหา ถ้าคุณทำอะไรผิดพลาดแล้วรู้สึกเป็นการท้าทายแทนที่จะทำให้คุณเครียด นั่นแสดงว่าคุณน่าจะกำลังทำสิ่งที่คุณถนัดแล้ว แต่ถ้าความผิดพลาดทำให้คุณตกใจและเกร็ง แสดงว่าคุณน่าจะกำลังทำสิ่งที่คุณยังอ่อนในด้านนั้น เมื่ออายุมากขึ้นจงพยายามทำงานในด้านที่คุณถนัดให้มากขึ้นๆ ถ้าคุณทำได้เช่นนั้น คุณจะหลีกเลี่ยงความเครียดและพบความสำเร็จได้มากขึ้น

4.    หลีกเลี่ยงการแข่งหนู

บางคนเรียกการแข่งขันในโลกธุรกิจของสหรัฐฯยุคปัจจุบันนี้ว่า “การแข่งหนู” ซึ่งหมายถึง การแข่งขันกันอย่างถึงพริกถึงขิงและปราศจากเหตุผลระหว่างผู้คนในวงกร อุตสาหกรรม มันเป็นบรรยากาศที่ผู้คนแข่งขันกันอย่างดุเดือด แต่ละคนต่างก็พยายาม “ทำแต้ม” ด้วยกาวัดผลกำไรและความมั่งคั่งที่ตนได้รับ เมื่อคนๆหนึ่งเข้าสู่สภาพการแข่งหนู แทนที่เขาจะทำงานมุ่งสู่เป้าหมายของเขาเพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ เขากลับเอาตัวเข้าไปสู่ความเครียดโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าเขาจะทำงานหนักแค่ไหน เขาก็จะไม่มีความรู้สึกพอใจ เพราะเขาต้องแข่งขันหลายด้าน และเขาจะไม่มีวันชนะ เพราะใครก็ตามที่มีแรงขับเพียงด้วยความกระหายที่จะหากำไรใส่ตัวจะไม่เคยมี คำว่าพอ

5.    หลีกให้พ้นเส้นทางเกินพิกัด

บางทีเราจำเป็นต้องหยุดรับงานเพิ่มแล้วออกนอกเส้นทางที่เกินพิกัดเสียบ้าง ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบลองของใหม่ และรับเข้ามามากเรื่อยๆ จงหยุดเป็นระยะๆ แล้วเตือนตัวคุณเองว่าคุณไม่สามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างได้ เลือกทำอะไรที่มีประสิทธิภาพขึ้นจะสำคัญกว่า บางครั้งคุณต้องทำสิ่งที่ดีเพื่อหันไปทำสิ่งที่ดีที่สุด

6.    จงมีศรัทธาอย่างแรงกล้า

ผู้ประสบความสำเร็จที่แท้จริงทุกคนมีศรัทธาส่วนตัวอย่างแรงกล้า ความสำเร็จในชีวิตของข้าพเจ้าก็เป็นเพราะความศรัทธาของข้าพเจ้า ความเชื่อนั้นกลายเป็นแรงจูงใจและเป็นที่มาแห่งความเข้มแข็งของข้าพเจ้า ทั้งยังทำให้ข้าพเจ้าเป็นคนคิดบวกและค่อนข้างปราศจากความเครียดในท่ามกลาง สถานการณ์รอบข้างขอชีวิต

7.    สละสิทธิ์ของคุณบ้าง

ทุกคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ให้ดีกว่ารับ” คนที่เคยให้ของขวัญแก่เด็กจะรู้ว่าคำกล่าวนั้นเป็นความจริง สิทธิของคุณก็เช่นกัน เราสามารถที่จะหาความสันติสุขได้โดยไม่ดึงดันเอาแต่ใจของเราด้วยการสละ สิทธิของเราเสียบ้าง การให้นำมาซึ่งความปีติอย่างใหญ่หลวง  และ
สามารถลดความเครียดลงได้มากมาย

8.    ตั้งโปรแกรมจิตใจใหม่

ประสบการณ์ทางอารมณ์ของเราส่วนมากเป็นผลมาจากวิธีคิดของเรา ความเครียดก็เช่นกัน เรารู้สึกเครียดมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับวิถีทางความคิดของเรา และวิถีทางความคิดเราก็เป็นผลโดยตรงจากสิ่งที่เราป้อนเข้าไปในจิตใจ
จงระลึกไว้ว่าจิตใจคุณถูกตั้งโปรแกรมอยู่ตลอดเวลา และคุณเป็นคนเดียวเท่านั้นที่จะเลือกให้จิตใจคุณรับอะไร จงออกห่างจากสิ่งที่เป็นลบและก่อให้เกิดความเครียด

9.    ปรับจุดสนใจสู่ภายนอก

คนที่สนใจแต่ตัวเองมากไปมักจะท้อแท้ผลที่ได้ก็คือความเครียด เพราะฉะนั้นถ้าคุณพบว่าตัวเองกังวลอยู่กับปัญหาของตัวเอง จงใช้เวลาช่วยคนอื่นบ้าง เพราะการช่วยเหลือผู้อื่นมักจะเป็นการเยียวยาตัวเราเอง

10.    พูดคุยกับใครบางคน

ความเครียดทีเราประสบส่วนมากมักจะเกิด เพราะเราเก็บความรู้สึกไว้แทนที่จะพูดให้ใครรู้ หมอจะบอกเราว่าคนที่เก็บอารมณ์ไว้เรื่อยๆ เป็นแรมปีไม่ยอมปล่อยออกมาเป็นคนที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคหัวใจมากที่สุด
การหลีกเลี่ยงความเครียดแบบนั้นทำได้โดยการสร้างสายสัมพันธ์ขึ้น เพื่อทำให้คุณสามารถพูดบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้คุณเป็นทุกข์และแลกเปลี่ยน ความคิดทางบวกได้

11.    หาวิธีลดความเครียดที่สนุกสนาน

คนเราทุกคนทำทุกวิถีทางเพื่อจะลดความเครียดในชีวิตเรา บางอย่างอาจดูดีจ่อสุขภาพและให้ผลบวก บางอย่างอาจจะไม่ดี ความเครียดมักจะไม่ได้เป็นผลมาจากการทำมากไป แต่มักเป็นผลมาจากวิธีคิดเกี่ยวกับสิ่งที่คุณกำลังทำ และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับคุณ คุณจะสามารถรอดพ้นจากความเครียดได้หรือไม่อยู่ที่คุณจัดการกับมันอย่างไร
จงคาดหวังถึงความเครียด เพราะมันจะต้องมา เริ่มต้นเปลี่ยนแปลง ความคิดและนิสัยของคุณ หลีกเลี่ยงเมื่อสามารถเลี่ยงได้ ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ใช้วิธีจัดการที่ดีต่อสุขภาพ อย่าปล่อยให้ความเครียดเป็นหมัดที่คาดไม่ถึงมาน็อคคุณลงไป ทำให้คุณพิชิตความสำเร็จไม่ได้

กิจกรรมเพื่อความสำเร็จ

1.    คราวต่อไปถ้าปัญหาในชีวิตประจำวันเริ่มรบกวนและทำให้คุณเครียด ลองออกไปทำงานอาสาสมัครดู ไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ป่วยในระยะสุดท้ายตามโรงพยาบาล ซื้อตุ๊กตาไปให้เด็กกำพร้า  เอาอาหรไปให้คนที่ไร้ที่อาศัย ออกไปช่วยเหลือผู้อื่นแล้วดูซิว่าอะไรจะเกิดขึ้น หลังจากที่คุณหายกลัวหรือประหม่าในระยะแรกแล้ว คุณจะพบว่ามุมมองของคุณเปลี่ยนไป ปัญหาของคุณจะไม่ใหญ่เหมือนที่เคยเป็น
2.    กิจกรรมนี้มี 2 ส่วน

ก. ขอให้เพื่อนสนิทหรือคู่สมรสของคุณนั่งคุยกับคุณ แล้วให้เขาช่วยค้นหาจุดแข็งหรือจุดอ่อนของคุณ ขั้นที่ 1 เขียนภารกิจ 5 อย่างที่คุณทำเป็นประจำ และทำให้คุณรู้สึกประหม่า ท้อถอยหรือหวาดกลัว ขั้นที่ 2 เขียนภารกิจ 5 อย่างที่ทำให้คุณรู้สึกกล้า ท้าทาย หรือมั่นใจ ให้คู่สมรสหรือเพื่อนของคุณทำเช่นเดียวกัน แต่เป็นการมองคุณจากการสังเกตของเขา เอารายกมาเปรียบเทียบกันด้วยใจที่เปิดกว้าง อย่าปกป้องตนเอง ถ้าเพื่อนหรือคู่สมรสเขาพบจุดอ่อนของคุณโดยที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน เป้าหมายของคุณคือ ค้นหาหรือพิสูจน์จุดอ่อน จุดแข็งของคุณ

ข. อาศัยจุดแข็งหรือจุดอ่อนที่ค้นพบในกิจกรรมข้างต้น เขียนแผนการที่จะช่วยให้คุใช้เวลาให้มากขึ้นในการทำงานในด้านที่คุณถนัด และลดเวลาในด้านที่คุณมีจุดอ่อน

3.    จัดเวลา 1 หรือ 2 ชั่วโมงเพื่อค้นหา กำหนดและบันทึกความศรัทธาของคุณ อาจจะมี 2-3 อย่างหรืออาจจะเป็นโหลก็แล้วแต่  เริ่มต้นด้วยการทำรายการความเชื่อหลักๆ ของคุณก่อน จากนั้นจึงจำกัดให้แคบลงเป็นความศรัทธา วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่จะทำให้คุณรู้ว่า เมื่อความเชื่อรุนแรงมากพอแล้ว จะกลายเป็นความเลื่อมใสศรัทธา คือ ความเชื่อที่คุณพร้อมจะมอบกายถวายชีวิตให้

4.    ใช้เวลา 1 สัปดาห์เพื่อติดตามอย่างใกล้ชิดว่าคุณกำลังป้อนอะไรให้จิตใจของคุณ หา สมุดโน้ตเล็กๆสักเล่มหนึ่งเอาไว้จด สิ่งที่คุณกำลังได้ยิน กำลังเห็น  กำลังอ่าน พร้อมทั้งเวลาที่ใช่ในการกระทำนั้นๆด้วย คุณอาจจดชื่อเพลงที่คุณฟัง รายการทีวีที่คุณดู คำสนทนาที่คุณฟัง หนังสือและหัวข้อเรื่องที่อ่าน  ฯลฯ เมื่อสิ้นสุดสัปดาห์เขียนต่อท้ายแต่ละรายการเหล่านั้นว่ามันมีอิทธิพลทาง บวกหรือทางลบ อย่าเขียนสิ่งที่เป็นกลางแม้แต่ดนตรีที่ไม่มีเสียงร้องก็อาจมีผลต่ออารมณ์ ของคุณ ดนตรีบางอย่างอาจจะช่วยให้สบายใจ แต่บางชนิดอาจทำให้คุณกระตุกหรืออยู่ไม่สุขได้ คำนวณเปอร์เซ็นต์ดูว่า คุณเอาสิ่งบวกใส่ให้ตนเองมากพอหรือไม่

5.    ถ้าคุณยังไม่มีวิธีลดความเครียดที่มีผลทางปฏิบัติ จงหาสัก 1 วิธีในสัปดาห์รี้ ลองเดินระยะไกล เล่นเทนนิส วิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิค หรืออะไรก็ได้ที่ต้องออกกำลังกายและสนุก เมื่อค้นพบกิจกรรมที่คุณชอบแล้ว จัดเวลาใน 2 เดือนข้างหน้าให้ทำกิจกรรมนั้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง