ราวเที่ยงครึ่ง ผมได้รับรายงานทางโทรศัพท์จากรุ่นพี่ที่เป็นรองผู้อำนวยการ รพ.ท่านหนึ่ง ว่ามีระเบิดที่สะเดา อาจจะมีคนเจ็บถูกส่งตัวมารับการรักษาที่รพ.ม.อ.

จากนั้นผมก็โทรศัพท์ไปที่ห้องฉุกเฉิน เพื่อตรวจสอบว่าเขาทราบเรื่องราวกันบ้างหรือยัง จะต้องเตรียมอะไรเพิ่มเติมบ้าง ก็ได้ทราบว่า พวกเราทราบข่าวกันแล้ว แต่ยังไม่มีการโทรศัพท์เพื่อขอส่งตัวผู้รับบาดเจ็บมาที่เรา

บ่ายสามโมงแก่ๆ ทางโรงพยาบาลก็โทรแจ้งมาว่า ตอนนี้มีผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดมาที่ห้องฉุกเฉินของเราจำนวน ๔ คน และยังไม่ได้เรียกใช้แผนอุบัติเหตุหมู่

ผมใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการแต่งตัวแล้วก็ออกจากบ้านเพื่อไปโรงพยาบาล

เวลา ๔ โมงเป๊ะ ขณะที่กำลังควบรถอยู่นั้นก็มีโทรศัพท์จากทางโรงพยาบาล ว่าเปิดใช้แผนอุบัติเหตุหมู่แล้ว คนไข้ทยอยมามากขึ้น

ที่ห้องฉุกเฉิน ทีมงานของโรงพยาบาลเริ่มมารายงานตัวที่ ER ผมใจชื้นขึ้นที่เห็นท่านอาจารย์ ศ.นพ.สงวนสิน มายืนสวมเสื้อ commander รออยู่ก่อนแล้ว อาจารย์บอกว่าท่านกำลังทำงานอยู่ในโรงพยาบาลพอดี เลยมาถึงก่อนใครเพื่อน

มีคนไข้อาการหนักมาถึง ๔ คนตั้งแต่ก่อนประกาศใช้แผนอุบัติเหตุหมู่ ทีมศัลยแพทย์กำลังชุลมุนช่วยกันอยู่ ซึ่งในขณะนั้น แพทย์ทีมหนึ่งกำลังปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตคนไข้รายหนึ่งซึ่งไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิด พวกเขาได้รับการรักษาบนเตียงใกล้เคียงกัน บริเวณนี้เป็นเป็นโซนแดง

และในช่วงเวลาเดียวกัน ทีมอาจารย์ศัลยแพทย์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ แพทย์ใช้ทุน แพทย์ต่อยอด และหมอเวรจากตึกต่างๆเริ่มลงมาสมทบที่ ER พยาบาลก็ลงมาช่วยกัน บางคนไม่ได้อยู่เวรก็มาด้วย (น่าชื่นใจ) พนักงานในหน่วยงานต่างๆก็มาทำหน้าที่ของตน หน่วยเวชภัณฑ์กลางเตรียมอุปกรณ์เย็บแผลเพิ่มเติมมาส่ง งานโภชนาการเตรียมน้ำ นม ขนม มารออยู่หลัง ER เด็กๆ extern ก็มาช่วยกัน

ระหว่างรอรถพยาบาลนำผู้บาดเจ็บมาส่ง คนไข้อื่นๆที่นอนรออยูหน้า ER ถูกเข็นไปรวมกันที่หลัง ER บริเวณที่เราจัดให้เป็นโซนเขียว ผมจึงไปดูแลบริเวณนี้เป็นเบื้องต้น แจ้งให้คนไข้และญาติทราบถึงความจำเป็นที่ต้องมานอนรอบริเวณนี้ และเรียกลูกศิษย์ที่ว่างอยู่มาดูแลคนไข้ไปก่อน

ผอ.ตัวจริงมาถึงโรงพยาบาล รับรายงานจากพยาบาลเป็นเบื้องต้น หัวหน้าภาควิชาศัลย์ หัวหน้าภาควิชาศัลยกรรมกระดูกและข้อก็มาถึงแล้ว อาจารย์กันยิกาทราบเรื่องได้อย่างไรก็ลงมาดูด้วย อาจารย์เด่น อาจารย์เอก อาจารย์โอสรี อาจารย์น้องเยี่ยน อาจารย์โกเมศ อาจารย์ต่อตระกูล อาจารย์ปิง อาจารย์พี่แบต (กำลังดูคนไข้วิกฤติคนแรกอยู่) ก็มาร่วมด้วยช่วยกัน เอ๊ะ นี่ถ้าผมลืมใครไปบ้างก็ขออภัยนะครับ

คนไข้เริ่มมาถึงด้วยรถพยาบาล การบาดเจ็บส่วนใหญ่คือบาดแผลจากสะเก็ดระเบิด กระดูกหัก และแผลไฟไหม้ซึ่งเกิดจากการระเบิดของแก๊ซ

ผมทราบทีหลังว่า ก่อนที่เขาจะมาถึง มีการแจ้งว่าอีกราว ๒๐ นาทีจะมาถึง แต่เอาเข้าจริงๆ เพียง ๑๐ นาทีก็มากันแล้ว นั่นเป็นเพราะว่าการประสานงานกันในทีมฉุกเฉินของจังหวัดและศูนย์นเรนทร เขาเปิดสัญญาณไฟเขียวเคลียร์ให้ทุกสี่แยกเลยเชียวครับ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

ประมาณทุ่มเศษ ผู้บาดเจ็บเริ่มถูกย้ายออกไปยังที่ต่างๆ ห้องผ่าตัด หอผู้ป่วย อาจารย์พี่ขวัญจัดแจงเรื่องอาหารการกินซึ่งขอให้แผนกโภชนาการจัดการให้ เพื่อเอามาเลี้ยงบรรดาผู้ทำงานต่างๆเมื่อครู่นี้ รวมถึงผู้ที่ยังต้องทำงานต่อเนื่องต่อไปอีก

 

ผมขับรถกลับบ้านด้วยอาการกล้ามเนื้อตึง มันเป็นความเครียดซึ่งสั่งสมมาตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงตอนนี้ ผมกำลังจะได้พักผ่อน แต่หมอกลุ่มใหญ่กำลังทำงานต่อเนื่องเพื่อรักษาชีวิตคนบาดเจ็บ

ราวสามทุ่มครึ่ง ท่านอธิการบดี ท่านรองพีระพงศ์ และอาจารย์พี่เต๋า มาเยี่ยมผู้บาดเจ็บที่หน้าห้องผ่าตัดและใน ICU โดยมีอาจารย์น้องหลิงและอาจารย์ปริญญาเป็นผู้รับรองอยู่ ท่านได้ขอบคุณทีมแพทย์ พยาบาล และทุกๆคนที่ได้เข้ามาร่วมกันช่วยเหลือผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิดในครั้งนี้

รวมแล้ว เรามีผู้บาดเจ็บมาที่รพ.ม.อ. ๑๒ คน ต้องเข้ารับการผ่าตัด ๘ คน กลับบ้านได้ ๑ คน เป็นคนไทย ๑๐ คน เวียดนาม ๑ คน และพม่า ๑ คน ยังไม่มีผู้เสียชีวิต และขอภาวนาว่าอย่าให้ได้มีผู้เสียชีวิตเลย

 

เหตุการณ์สะเทือนใจครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖

บันทึกไว้เพื่อจดจำ