มีมี่... เลือกเกิดไม่ได้
มะตะอ๊อด ชุมชนร้อยเล่มเกวียน เปลี่ยนชีวิต
ครั้งหนึ่ง มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม เคยเป็นศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยน้ำท่วมเมื่อปี 2554 มีเหตุการณ์หลายๆ เหตุการณ์ให้ได้จดจำกันมากมาย
หนังสือ "บทเรียนและประสบการณ์จากวิกฤตน้ำท่วมและการจัดการศูนย์พักพิง" จึุงเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่บันทึกเรื่องราวที่น่าจดจำมากมาย แต่มีอยู่ตอนหนึ่งที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน บทพิสูจย์ความเป็นมนุษย์ การมีจิตอาสา ไม่ได้วัดกันด้วยเพศ อายุ และวัย หากแต่เป็นจิตใจที่ดีงาม หากมีโอกาส อยากให้ทุกๆ คนได้อ่านหนังสือเล่มนี้ ^^
****************************************************
“มีมี่” เป็นชื่อของเด็กสาวคนหนึ่ง รูปร่างสูงโปร่ง ผิวสองสี บางวันเธอไว้ผมยาว บางวันผมสั้น การแต่งหน้าและการแต่งตัวของเธอมักเป็นที่สะดุดสายตาของผู้คนเสมอ ... มิใช่ว่าจะวาบหวิวชวนวาบหวามอย่างเด็กสาวทั่วไป ในทางตรงข้ามเธอมิดชิด ปกปิดเรียบร้อย และถูกระเบียบ ... มิใช่ว่าจะพูดจาสามหาวและโวยวาย แต่เธอ สุภาพ เรียบง่าย จริตจะก้านพอประมาณ ไม่มากไม่น้อยและไม่ ล้ำเส้นนางงาม
ตอนนี้มีมี่เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 วิชาเอก พัฒนาชุมชน เมื่อสี่ปีก่อน เธอสมัครเข้ามาเรียนที่นี่ในคณะครุศาสตร์ วิชาเอกปฐมวัย แต่ไม่ผ่านการคัดเลือก เธอเข้าใจดีว่า ความเบี่ยงเบนทางเพศคือเหตุผลสำคัญที่ซ่อนอยู่ จึงยอมรับในชะตากรรมที่เลือกไม่ได้นี้อย่างเงียบๆ และหันไปสมัครเรียนพัฒนาชุมชนแทน
เวลาสี่ปีในมหาวิทยาลัย อาจจะพิสูจน์อะไรไม่ได้มาก แต่ก็บอกได้ถึงความมีน้ำใจและการมีจิตอาสาของเธอ ในช่วงบ่ายและเย็นหลังเลิกเรียน มีมี่มักจะอาสาเป็นพี่เลี้ยงเด็กในศูนย์เด็กเล็กและช่วยงานของคณะและมหาวิทยาลัยมาโดยตลอด ทั้งงานเล็กๆ ละเอียดๆ แบบผู้หญิง และงานหยาบๆ หนักๆ แบบผู้ชาย
ในช่วงแรกของการเปิดศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยนั้น ตรงกับช่วงเวลาปิดภาคเรียนพอดี ประกอบกับ นักศึกษาบางส่วนก็เป็นผู้ประสบภัยเองด้วย จึงทำให้มีผู้มาร่วม “อาสาบุญ” ไม่มากนัก แต่ในจำนวนนี้ มี “มีมี่” รวมอยู่ด้วย
ภาพที่เราเห็นบ่อยครั้งในระหว่างการทำงานด้วยกัน คือ หญิงสาวแต่งหน้าสีเอิร์ธโทน ยกกระบังผมสูงด้วยสเปรย์.. สวย เรียบกริบ ใส่กระโปรงพลิ้วขับรถอีแต๋น เพื่อไปขนข้าว ขนน้ำ บางครั้งเธอต้องนั่งบนท้ายรถกระบะหรือรถหกล้อสูงอย่างท้าแดดท้าลม ออกพื้นที่ไปเก็บข้อมูลและมอบถุงยังชีพแก่ผู้ประสบภัย ถึงคราวที่ต้องปีนขึ้น ปีนลงรถจีเอ็มซี มีมี่ก็ดูทะมัดทะแมง ไม่สนิมสร้อยเหมือนคุณหนู แต่ก็ไม่ดิบห้าวแบบกระทาชาย
เวลาที่ต้องแบกเรือเพื่อขึ้นรถ หรือยกเรือเพื่อลงน้ำ เธอก็ทำได้สบายๆ ครั้งหนึ่งต้องพายเรือออกไปรับอาหารมื้อค่ำมาแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย ถึงช่วงกระแสน้ำเชี่ยวกราก ทั้งพายคัด พายงัดอยู่หลายรอบ มันก็ได้แต่วนไปเวียนมา จวนเจียนจะพลิกคว่ำก็หลายหน มีมี่ตัดสินใจปกป้องห่อข้าวเหนียวหมูด้วยชีวิต เธอกระโดดลงน้ำแล้วยกเรือทั้งลำขึ้นเทินศีรษะ เดินข้ามวังน้ำวนจนรู้แล้วรู้รอด และอีกหลายครั้งที่เราไม่กล้าจะขับรถฝ่าเข้าไปท่ามกลางความมืดเพราะไม่แน่ใจว่า ตรงไหนถนน บ่อ หลุม หรือคลอง มีมี่อาสา “หนูเองฮ่ะ” ว่าแล้วก็ลงไปลุยน้ำที่ท่วมสูงระดับสะโพกเพื่อนำร่องการเดินรถ
นี่คือ น้ำใจและตัวตนของมีมี่ เท่าที่เรารู้จัก
นอกจากมีมี่แล้ว ยังมีนักศึกษาอีกหลายคนทั้งในส่วนขององค์การ/ สภานักศึกษา, ชุมนุม/ชมรมและโปรแกรมวิชาต่างๆ ทุกโปรแกรมที่เข้ามาทำงานอย่างเข้มข้น จริงจังในแต่ละมุมแต่ละด้านตามความถนัดในแต่ละศาสตร์ของตน เช่น นักศึกษาเอกสังคมศึกษาที่รวมตัวกันในนาม “กลุ่มอาสาธรรมเพื่อสังคม” ได้มีบทบาททั้งในโครงการโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ที่มหาวิทยาลัยร่วมกับวัดโพรงมะเดื่อ และมีจิตอาสาช่วยงานด้วยแรงกาย แรงใจ ตั้งแต่น้ำเริ่มท่วมจนน้ำลด
นักศึกษานิเทศศาสตร์ ใช้วิชาการพูดเพื่อการประชาสัมพันธ์ เดินสายไปกับรถกระจายเสียง ขอรับบริจาคปัจจัยและเครื่องอุปโภคบริโภค วันแรกๆ ได้ไม่กี่พันบาท วันต่อมารู้การ รู้งานชำนาญมากขึ้น ได้ถึงวันละเกือบหนึ่งหมื่นบาท/ นักศึกษาพยาบาลและสาธารณสุขชุมชน ก็ได้โอกาสฝึกงานอย่างเต็มที่ ทั้งการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุในศูนย์พักพิง และการออกหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ไปยังชุมชนต่างๆ/ นักศึกษาวิศวะ ได้ช่วยกันต่อแพพีวีซี จนกลายเป็นนวัตกรรมที่สื่อมวลชนให้ความสนใจ และมีนักเรียนจากหลายโรงเรียนมาขอความรู้/นักศึกษาศิลปกรรม สอนผู้พักพิงทำผ้ามัดย้อม อีกทั้งเมื่อคราวไปสิงห์บุรีและอ่างทองด้วยกัน ก็ได้รับคำชื่นชมถ้วนหน้าจากชาวบ้านที่มาช่วยงานบรรเทาอุทกภัย/ นักศึกษาการตลาดจัดโปรแกรมการตลาดเพื่อสังคม/ นักศึกษาการจัดการอาหาร ดูแลเรื่องอาหารการกิน/นักศึกษาปฐมวัย และบรรณารักษ์ จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและพัฒนาการเรียนรู้ให้แก่เด็กๆ ในศูนย์พักพิง/ นักศึกษาเกษตร เก็บข้อมูลและเตรียมการฟื้นฟูดินและพันธุ์พืช/นักศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ ไปช่วยแจกถุงยังชีพ เป็นต้น
เราเชื่อว่า นักศึกษาเหล่านี้ได้รับประสบการณ์มากมายจากงานจิตอาสา ทั้งประสบการณ์สร้างเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง เช่น การเป็นผู้นำและผู้ตาม การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ฯลฯ และประสบการณ์ที่สร้างเสริมวิชาการตามศาสตร์เฉพาะด้าน อันหาไม่ได้จากการเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติ
อย่างไรก็ตาม ก็ต้องบอกว่า ไม่ใช่นักศึกษาทุกคน ที่จะเดินเข้ามาร่วมงานและมีบทบาทดังกล่าว เพราะหลายคนมีภาระรับผิดชอบกับการหาเงินเพื่อส่งตัวเองเรียนหนังสือ หลายคนเป็นผู้ประสบภัย น้ำท่วม แต่ก็มีอีกหลายคนที่ยังมิได้อินังขังขอบ ใส่ใจเป็นธุระกับสังคม
เรื่องของมีมี่ จึงน่าจะเป็นอุทาหรณ์ที่ดีสำหรับทุกคนว่า แม้มีมี่จะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เธอก็เลือกที่จะมี “ชีวิตที่ดีเป็นของตนเอง” ได้

เป็นกำลังใจให้ค่ะ
เป็นกำลังใจให้มีมี่ด้วยเช่นกันค่ะ
อยากเห็นหนังสือที่สื่อถึงแรงบันดาลใจในการมี "จิตอาสา" แบบนี้อีก
ช่วยเขียนและแนะนำกันด้วยนะคะ
เป็นกำลังใจให้เด้อจ้า จาก♡คนบ้านเดียวกัน
ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะจ๊ะ จะเอาไปให้มีมี่ดู
ปล. มีมี่ ณ ทุกวันนี้ เธอก็ยังคงเป็น มีมี่คนเดิมไม่มีเปลี่ยน ^^