เปลือก
เครื่องแต่งกายในภาพฝันอันวิจิตร
ใคร่ครวญคิดคิดครุ่นอยู่ในสีแสง
ประดับกายในภาพลวงห้วงจำแลง
เปลือกนอกแข็งเปลือกในอ่อนค่อนนิยม
เปลือกนอกจิตคิดฝังใจใส่อวดอ้าง
ชี้ตนฝังจมหลุมพรางคับขื่นขม
ลวงตนเองจมหลุมพรางอย่างตรอมตรม
สิ่งนิยมยังคมประดุจจุดยาตรา
กระแสสั่งในภวังค์ยังกำหนด
ภาพดุจพจน์ที่สวยหรูอยู่อย่างหนา
หน้ากากบังเปลือกในใฝ่ใจมา
มวลประชาชื่นชมจมหลุมพลาง
แสงแห่งเงาที่ลวงเล่ห์เห่ตามแสง
ยังมีแรงฉุดดึงขลึงยุ้งฉาง
ทรัพย์ในเมืองพาพันพัวยั่วสำอาง
แสงกระจ่างส่องนำพาชนนิยม
รากเหง้าแห่งวีถีเดิมมิเพิ่มแสง
ยังจำแลงความมืดดำทมิฬขม
รากเหง้าเดิมจำจากจรผ่อนนิยม
แสงแห่งลมของปัญญามิถาวร
ภูมิปัญญาแห่งรุ่นก่อนค่อนหล้าหลัง
ลดพลังฝังแนบจิตคิดถ่ายถอน
วิถีเดิมมีมนต์ขลังยังลดทอน
ปลิวโปรยอ่อนไสวล่องลอยตามลม
วีถีเดิมความเชื่อก่อนเปลี่ยนแปรเปลี่ยน
ดุจแสงเทียนเปลี่ยนสว่างตามกระแส
วัตถุนิยมโถมเข้าใส่เปลี่ยนใจแปร
ดั่งห่วงแหที่ยึดเหนี่ยวข่ายตาราง
ความเชื่อในเปลือกภายนอกออกก่อเกิด
ความแพงเริศสวยหรูคู่สีแสง
แปลงกายตนมิใช่ตนคนจำแลง
สังคมแห่งเปลือกภายนอกคอกคนรวย
เปลือกภายในใจนุ่มลึกตรึกตรองคิด
ฝังในจิตคิดในใจใฝ่เหมาะสม
เป็นฐานคิดมิยึดติดกระแสนิยม
ภายในชมแปลกตาหลากมุมมอง
หน้ากากนอกมิได้บอกไปทั้งหมด
แต่กลับคดเคี้ยวเขี้ยวเชี่ยวดุจธารสาย
แก่นความคิดจากภายในย่อมมิตาย
หลายหลากใฝ่ใจหาทางภายในตน
ความเป็นคนมิใช่เพียงแค่เปลือกนอก
จำต้องบอกออกจากใจใฝ่ฝันถึง
ภายในใจนั้นหาก ”พอ” อย่างคำนึง
เปลือกใจถึงเข้าสังคมมิจนใจ...

เป็นบทกลอนที่สะท้อนความคิด ตัวตน และยังมีประโยชน์ต่อผู้คนด้วย..ดีจัง
ขอขอบคุณมากๆ... สำหรับคำติชมข้างต้นครับ...