ประวัติบ้านดงมะไฟ ต.ขมิ้นอ.เมืองสกลนคร

4 กุมภาพันธ์ 2012 เวลา 10:12 น.
 

บ้านดงมะไฟเป็นหมู่บ้าน     ที่ตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2387  หรือตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยาแห่งราชวงศ์   บ้านพลูหลวง  ในสมัยนั้นกษัตย์กรุงศรีอยุธยาทรงพระนามว่าพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษฐ์   ชาวบ้านดงมะไฟได้ตั้งบ้านเรือนมาเป็นเวลา 238 ปี ชาวบ้านดงมะไฟเป็นชน  เผ่าภูไท  ชึ่งมีภาษาพูดเป็นของตนเอง  เดิมอาศัยอยู่ทาง  ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง  เขตเมือง  มหาไชยกองแก้ว    เมืองวัง    เมืองพระบาง    เมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาแก่พม่าครั้งที่ 2      เมื่อ พ.ศ.2310  นั้นชาวภูไทยังไม่ได้อพยพเข้ามาอยู่ในเขตประเทศไทย จนกระทั่งถึง  รัฐสมัยรัชการที่ 1 ในสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรง “ ปราบดาภิเษก ”  เป็นพระมหากษัตย์แห่งกรุงรัตนโกสินธิ์   ได้ทรงเสด็จจากปราบกบฎ  เมือง

 เวียงจันทร์    ญวน   และเขมร   เมื่อเสร็จศึกพระองค์ก็ได้กวาดต้อน ชาวภูไท มาอยู่ฝั่งขวาในไทยในเขต    สกลนคร – กาฬสินธุ    เช่น  เมือง กุดสิม  เมืองพรรณา  ชาวภูไทกลุ่มหนึ่งโดยการนำของท้าว “ หมาฮด “ และ  นางเมืองแสน  สองสามีภรรยา ได้พาพวกพี่น้องเดินทางมาถึงป่าดงดิบซึงเต็มไปด้วยต้นมะไฟ   ต้นยาง  ต้นแดงขึ้นมากมายและได้ตั้งบ้านเรือนขึ้น  มีบ้านอยู่  7  - 8  หลังคา  และ  ได้ตั้งชื่อว่า “ บ้านดงมะไฟ “   ต่อมาได้มี ชาวภูไท   ที่ออกไปตั้งบ้านเรือนทางทิศต่าง ๆ เข้ามาร่วมด้วย คือ หมู่บ้านโพนทอง ( โพนสว่าง )   อยู่ทางทิศเหนือ  (ปัจจุบันเป็นป่าร้าง) หรือปัจจุบันที่เราทราบกันว่า “ หนองฮ้างกระโซ้ “  หมู่บ้านนาคู อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หากจาก ดงมะไฟ 2 กิโลเมตร ปัจจุบันเป็น ดอนบ้านฮ้าง มีระดับสูงกว่าพื้นนามีชาวบ้านขุดพบของมีค่าต่าง ๆ มากมายอยู่เป็นประจำและหมู่บ้านสำราญ(ดอนบ้านฮ้างทางทิศใต้ ) ปัจจุบันอยู่จากดงมะไฟ 1 กิโลเมตร สภาพเป็นที่นาเกือบหมดแล้ว ทั้งสามหมู่บ้านนี้  อพยพเข้ามารวมอยู่ที่หมู่บ้าน “ ดงมะไฟ “ เนื่องจากถูกรุกรานและมีผีดุมากและต่อมาทั้งสามหมู่บ้านก็อพยพมาร่วมกันที่บ้าน “ ดงมะไฟ “ทั้งหมดเนื่องจากหมู่บ้านสำราญมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากเพราะเป็นโรคฝีดาษและต้องการร่วมเป็นปึกแผ่น โดยมี  “ ท้าวหมาฮด  “  เป็นนายบ้าน และเมื่อ

ผู้ให้ข้อมูล (คุณพ่อไทย  แสนมะฮุง ) อายุประมาณ 5  ขวบกว่า สมัยนั้นมี  เสือ มี ช้าง มากมาย ถึงขนาดมีเสือมาลัก วัว – ควาย   ของชาวบ้านไปกินก็มี

 “ ชาวภูไท” แต่งกายด้วยผ้า ที่ทอเอง ย้อมสีดำ  หรือ กลมท่า วัตถุที่นำมาทำสีได้แก่ ใบไม้  เปลือกไม้  มีชีวิตเป็นอยู่  อย่างสงบ ชาวบ้านดงมะไฟมีชุมชนที่ใหญ่ และหนาแน่นยิ่งขึ้น มีความอุดมสมบูรณ์  ต่อมาในราชกาลที่  6     ได้ทรงสั่งให้มีประกาศบัญญัติ “ นามสกุล “ ใช้ครั้งแรก ชาวภูไทดงมะไฟ   มีตระกูลที่ตั้งครั้งแรก    คือ

“เกตวงศา “  ต่อมาทางราชการได้มีพระราชบัญญัติเก็บภาษี  ตระกูลใหญ่ ๆ ตระกูลนี้ก็เลยแยกออกเป็น  “  แก้วอ่อน    พันธ์ชัย    พลไชย  “   นอกจากนี้ยังมีชาวลาวซึ่งอพยพมาจากเมือง  “ บกแดง  “  ( อุบล ) ได้มาตั้งบ้านเรือน ซึ่งมีนามสกุล   “     แสนหูม 

แสนมะฮุง    หลังจากท้าวหมา “ฮด “  นางแสนเมือง  ผู้ก่อตั้ง “ บ้านดงมะไฟ  “   ได้เสียชีวิตลงแล้ว ลูกหลานก็ได้สืบทอดมรดกตลอดจนถึงปัจจุบัน หมู่บ้าน“  ดงมะไฟ  “   มีนายบ้านซึ่งได้ตราตั้งหลายท่าน เช่น   ขุนสารักษ์  แดนขมิ้น ( ต้นตระกูลชุมปัญญา ) หมื่นบาล  (ต้นตระกูลไชยแสงราช ) ขุนจัน  แสนมะฮุง ( ต้นตระกูลแสนมะฮุง ) ปัจจุบัน หมู่บ้าน “ ดงมะไฟ “ อยู่ในเขต ตำบลขมิ้น อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร 

 

 

มีกำนันเรียงลำดับดังนี้

 

 

 

มีกำนันเรียงลำดับดังนี้

 

            1.ขุนพินิจ ( กำนันเบี้ยว )  ( ต้นตระกูลบุรีแสง )

            2. นายอด       แสนภูวา

            3.ขุนสารักษ์   แดนขมิ้น  ( กำนันสร้อย )

            4.นายศูนย์       แสนภูวา

            5. นายอำคา    พลไชย

            6. นายลออ     แสนมะฮุง

            7.นายสม       พลไชย

            8.นายศิริ       กุลสานต์

            9.นายประหยัด    อภิวัฒน์ชัชวาล

            10.นายสว่าง    แสนภูวา

            11.นายกาไสย    พรมคำ  

            12.นายชงธรรม     เื้ชื้อตาแก้ว       ( คนปัจจุบัน )

 

 

เรียบเรียง โดย….อาจารย์  สนอง              เกตวงศา

                                 นาย   วิชิต      ชุมปัญญา

                                 นาย   ผ่องศรี    พลไชย

 

ให้ข้อมูล  โดย…..คุณพ่อ   สีพัน                แสนมะฮุง

                            คุณพ่อ   ไทย           แสนมะฮุง

 

พิมพ์และตรวจทานโดย…..

                                             นาย   ผ่องศรี      พลไชย

                                                                                                                              10/มิ.ย./48