“ค่าใช่จ่ายแฝงที่มากับเทคโนโลยี”โดย มีดสองคม

ปัจจุบันอุปกรณ์สื่อสาร(สมาร์ทโฟน)มีความสามารถน้องๆคอมพิวเตอร์พีซีหรือโน๊ตบุ๊ค สามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตเได้ทุกที่ทุกเวลา มีการให้บริการแบบระบบรายเดือนและระบบเติมเงิน โดยผู้ให้บริการแต่ละเครือข่ายออกโปรโมชั่นบริการเสริมแข่งกันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น Facebook,Line,IG หรือโปรแกรมแซ็ตยอดฮิตต่างๆที่นิยมเล่น ทำให้คนไทยตั้งแต่ลูกเล็กเด็กแดง วัยรุ่น ผู้ใหญ่หัวขาวหัวดำ ลามจนถึงพระสงฆ์องค์เจ้า มีพฤติกรรมก้มหน้าดูจอ จิ้มและรูดตลอดเวลา อันนี้ไม่ว่าเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคลแต่อยากจะออกมาเตือนเรื่องค่าใช้จ่ายที่แฝงมากับเทคโนโลยีประเภทนี้คือ การกดสมัครแบบไม่รู้ตัวโดยเฉพาะกับสมาร์ทโฟนที่เป็นระบบสัมผัสหน้าจอ บางรุ่นเร็วต่อการสัมผัสมากๆเพียงถูกนิดเดียวก็เข้าสู่การสมัครระบบ SMS  เช่น ผลฟุตบอล,เลขเด็ด,ดูรูป-ดูคลิปหรือการทายผลต่างๆ ฯลฯ ที่มักจะฝั่งขวาของหน้าจอของโปรแกรมแซท ซึ่งการใช้บริการ SMS ส่วนใหญ่ บริษัทผู้ให้บริการจะส่ง SMS เข้ามือถือ ตัวอย่างเช่น “คุณได้รับสิทธิ์ดูดวงฟรี 15 วัน สมัครกด*0000*0# (ตัวเลขสุมมติ)” หลายท่านคงเคยได้รับSMS แบบนี้กันบ่อยๆ (มีทุกวัน)

สำหรับการแฝงแบนเนอร์(ป้ายโฆษณา)ตามเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นระบบแอนดรอยด์ หรือ IOS ก็ตามโดยเจ้าของแบนเนอร์ จะไปทำการตกลงกับเครือข่ายมือถือ ว่าหากมีผู้มาสมัครใช้บริการ ทางเครือข่ายก็จะดึงข้อมูล(เบอร์มือถือ) ส่งไปให้บริษัทเจ้าของแบรนเนอร์ โดยทำการแบ่งส่วนแบ่งให้ 50% จากรายได้ทั้งหมด ซึ่งเจ้าของแบนเนอร์ก็จะไปจ้างบริษัทจัดหาพื้นที่โฆษณา เพื่อนำแบนเนอร์บริการ SMS ไปแปะไว้ในเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อหากมีคนสนใจก็สามารถสมัครได้ ลูกค้าเครือข่ายมือถือแบบรายเดือน คงไม่เคยอ่านสัญญาข้อหนึ่ง “ว่าบริษัทสามารถนำข้อมูลไปเผยแพร่ได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต”เมื่อมี SMS จากทางบริษัทเหล่านี้ส่งเข้ามา เราก็จะถูกเรียกเก็บค่าบริการไปเรื่อยๆ ทุกๆ เดือน ยิ่งหากคนไหนใช้บริการเครือข่ายมือถือแบบรายเดือน ก็จะไม่ทราบแต่สำหรับคนที่ใช้ระบบเติมเงิน หากตรวจสอบยอดเงินเป็นประจำก็จะพบความผิดปกติ และรีบโทรสอบถามกับทางเครือข่ายที่ใช้บริการ เพื่อยกเลิก SMS

นี่เป็นเพียงค่าใช้จ่ายแฝงที่มักจะแฝงตัวกับการเทคโลโนยีอย่างสมาร์ทโฟนที่ทำให้เราเสียเงินอย่างไม่รู้ตัว และสำหรับนักโหลดแอปพิเคชั่นทั้งหลายยังมีสิ่งที่เรียก “มัลแวร์” ที่คอยจ้องขโมยข้อมูล เช่น หมายเลขประจำตัวประชาชน,หมายเลขโทรศัพท์,เลขบัญชีธนาคาร โดยผู้โจรกรรมมุ่งนำไปใช้ในการแสวงหาผลตอบแทนในรูปตัวเงิน ดังนั้นผู้ใช้งานจึงควรศึกษาวิธีการในการปกป้องอุปกรณ์สื่อสารของตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกมัลแวร์โจมตี เช่น ติดตั้งแอนติไวรัสแอพพลิเคชั่น ตรวจดูให้แน่ใจว่า URL ของเว็บไซต์นั้นถูกต้อง ไม่ใช่เว็บไซต์ปลอมหรือฟิชชิ่ง หรือตั้งค่าการใช้งานของฟังก์ชั่นจำพวก Wi-Fi, Bluetooth ให้หยุดการทำงานอัตโนมัติหากผู้ใช้งานไม่ได้ใช้งานในขณะนั้น เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตีโดยที่ผู้ใช้งานไม่รู้ตัว นี่เป็นเพียงป้องกันความปลอดภัยเบี้องต้นจากภัยแฝงที่จากเทคโนโลยีจากสมาร์ทโฟนต้องเท่าทันและศึกษาเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นอันดับแรก.......