2.การอธิบายประชาธิปไตยแบบที่ประเทศไทยเป็นอยู่หรือดำรงอยู่
ภาวิน ศิริประภานุกูลได้อ้างงานของ Barry Weingast ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์แห่ง มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ในบทความเรื่อง The constitutional dilemma ofeconomic liberty ที่ลงตีพิมพ์ใน Journal of EconomicPerspectives ประจำหน้าร้อนปี ค.ศ. 2005 ที่ผ่านมางานดังกล่าวเป็นการใช้ทฤษฎีเกมในการวิเคราะห์ระบอบประชาธิปไตยในโลกตะวันตกและตะวันออก
แบบจำลองนั้นคือการอธิบายว่าเหตุใดประชาธิปไตย(ก) จึงไม่ประสบความสำเร็จในประเทศที่มีวัฒนธรรมแบบอย่างตะวันตก ทั้งนี้รวมทั้งประเทศที่เคยเป็นเขตอาณานิคมประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยแบบ (ก) ได้แก่ เอเชีย แอฟริกา และละติน อเมริกาและพยายามมองหาปัจจัยที่ทำให้การปกครองแบบประชาธิปไตย (ก)ทำงานได้ดีเหมือนกับที่เกิดขึ้นในประเทศตะวันตกส่วนใหญ่ในปัจจุบัน
นิยามของประชาธิปไตยแบบ(ก) มีว่า “เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยในรูปแบบเดียวกันกับที่ถูกบังคับใช้อยู่ในประเทศตะวันตกมันมีแนวคิดทางวิชาการสนับสนุนที่เข้มแข็ง และมีนิยามตายตัวให้กับระบบระเบียบต่างๆรวมทั้งสถาบันภายในและภายนอกระบอบประชาธิปไตย (ก) ภายใต้ระบอบนี้ทุกคนมีอำนาจตัดสินใจทางการเมืองที่เท่ากัน”
กลยุทธ์ของแบบจำลองที่Barry Weingast
ชาวบ้าน (ก) กับชาวบ้าน (ข) ท้าทาย ยอมตาม
ท้าทาย ชนะ-ชนะ แพ้มากกว่า-ชนะมากกว่า
ยอมตาม ชนะมากกว่า-แพ้มากกว่า แพ้-แพ้
แบบจำลองของ Weingast ประกอบไปด้วยผู้เล่นสามส่วนซึ่งได้แก่ ผู้ปกครอง ชาวบ้าน (ก) และชาวบ้าน (ข) โดยมีกฎกติกา ดังนี้
1.เกมนี้เป็นการต่อรองประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้ปกครอง ชาวบ้าน (ก) และชาวบ้าน (ข)
2.ผู้ปกครองสามารถใช้นโยบายต่างๆกับทุกคนในสังคม เพราะผู้ปกครองถูกเลือกมาจากประชาชน
3. สำหรับชาวบ้าน กกับ ชาวบ้าน ข สามารถเลือกใช้นโยบายที่จะลิดรอนผลประโยชน์ของชาวบ้านคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองได้แต่การทำดังกล่าวจะทำให้ผู้ปกครองได้รับผลประโยชน์เพิ่มเติมจากการนำผลอันนั้นมาเป็นผลประโยชน์ของตน
4. นอกจากนั้นผู้ปกครองอาจเลือกที่จะใช้นโยบาย"เอื้อประโยชน์" แก่ชาวบ้านคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนได้ โดยนโยบายดังกล่าวทำให้ผู้ปกครองได้รับผลประโยชน์ที่ลดลงบางส่วน
5.ชาวบ้านทั้งสองส่วนสามารถเลือกได้แค่"ยอมตาม" หรือ "ท้าทาย" อำนาจของผู้ปกครอง
6. ถ้าหากชาวบ้านคนใดเลือกที่จะท้าทายอำนาจของผู้ปกครองชาวบ้านคนนั้นจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วน ซึ่งทำให้ผลประโยชน์ของตนเองลดลง
7. ถ้าหากชาวบ้านคนใดคนหนึ่งยอมตามอำนาจของผู้ปกครองนโยบายของผู้ปกครองจะถูกนำมาใช้ในสังคมได้
8. ตัวผู้ปกครองก็ยังคงสถานะความเป็นผู้ปกครองของตนเองได้หากชาวบ้านยอมทำตามนโยบายของผู้ปกครอง แต่ถ้าหากชาวบ้านทั้งสองเลือกที่จะท้าทายอำนาจนโยบายดังกล่าวจะไม่ถูกนำมาใช้และผู้ปกครองต้องเสียประโยชน์โดยการเสียอำนาจที่ตนเองครอบครองอยู่(ผมคิดว่าอาจไม่โดนให้ออก แต่จะเสียหรือขาดความชอบธรรม)
ในหนึ่งช่วงเวลาแบบจำลองนี้เริ่มด้วยการกำหนดนโยบายของผู้ปกครองจากนั้นชาวบ้านทั้งสองจะเลือกการกระทำของตนพร้อมๆ กัน แบบจำลองดำเนินไปหลายช่วงเวลาโดยไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุดตายตัวโดยในทุกๆ ช่วงเวลาแบบจำลองจะคงอยู่ในลักษณะเดิม
แบบจำลองดังกล่าวนี้เราอาจมองว่าเป็นการจำลองระบอบประชาธิปไตย (ก) ได้โดยถือว่าผู้ปกครองก็เป็นประชาชนส่วนหนึ่งในสังคมซึ่งถ้าหากชาวบ้านคนใดคนหนึ่งยอมตามอำนาจ ผู้ปกครองก็สามารถคุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของสังคมเอาไว้ได้
ภายใต้แบบจำลองดังกล่าวเกิดผลลัพธ์ดุลยภาพในหลากหลายรูปแบบมากโดยรูปแบบที่น่าสนใจสองขั้วตรงข้ามน่าจะอยู่ที่รูปแบบที่ผมขออนุญาตเรียกว่า"ประชาธิปไตย (ก2) (Asymmetric)" และ"ประชาธิปไตย (ก1) (Self-enforcing liberty)
"ประชาธิปไตย(ก1)" เป็นระบอบการปกครองที่พึงปรารถนาโดยชาวบ้านทั้งสองจะเลือกท้าทายอำนาจของผู้ปกครองทุกครั้งที่ผู้ปกครองมีนโยบายลิดรอนผลประโยชน์ของชาวบ้านคนใดคนหนึ่งผลลัพธ์ในลักษณะนี้อาจเกิดจากการให้คุณค่าของชาวบ้านแก่การปกป้องสิทธิและเสรีภาพของผู้คนในสังคมหรืออาจเกิดจากการคำนึงถึงผลประโยชน์ต่างตอบแทนในลักษณะที่ชาวบ้านคนหนึ่งเลือกช่วยชาวบ้านอีกคนหนึ่งที่กำลังถูกลิดรอนประโยชน์ด้วยความหวังว่าตนเองจะได้รับความช่วยเหลือในลักษณะเดียวกันเมื่อผู้ปกครองเลือกที่จะลิดรอนประโยชน์ของตนในวันหน้า
ส่วน "ประชาธิปไตย (ก2)" เกิดขึ้นเมื่อผู้ปกครองเลือกที่จะใช้นโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับชาวบ้านคนใดคนหนึ่งและลิดรอนผลประโยชน์ของชาวบ้านอีกคนหนึ่งและชาวบ้านที่ได้รับนโยบายเอื้อประโยชน์เลือกที่จะยอมตามอำนาจของผู้ปกครองส่วนชาวบ้านที่ถูกลิดรอนผลประโยชน์ก็จำเป็นที่จะต้องยอมตามอำนาจดังกล่าวเนื่องจากไม่มีประโยชน์ที่ตนเองจะดำเนินการท้าทายอำนาจของผู้ปกครองที่รังแต่จะทำให้ตนเองต้องเสียค่าใช้จ่ายบางส่วนเพิ่มขึ้นไปกล่าวอีกนัยหนึ่งก็หมายถึงความพ่ายแพ้แก่อำนาจผู้ปกครองนั่นเอง
สรุปแล้วก็เป็นว่าประชาธิปไตยแบบ(ก2) เป็นวิถีในระบอบประชาธิปไตยแบบที่ปกครองอยู่ในเอเชีย ละตินอเมริกา ริการวมทั้งอดีตของประเทศตะวันตกหลายๆ ประเทศโดยที่ผู้คนจะมีสิทธิและได้รับผลประโยชน์จากสังคมก็ต่อเมื่อผู้คนเหล่านั้นเป็นฝ่ายเดียวกันกับผู้ปกครองส่วนผู้คนอีกฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิที่จะได้รับสิทธิและผลประโยชน์ในสังคมและอย่าลืมว่าเราก็เรียกระบอบการปกครองแบบนี้ว่า "ประชาธิปไตย"เช่นเดียวกัน อนึ่งในการปกครองแบบนี้ มีการหวงแหนไว้ซึ่ง"สิทธิทางการเมือง" ที่เท่าเทียมกันให้กับผู้คนทุกคนในสังคม (เช่นสิทธิในการเลือกตั้ง)โดยไม่ใส่ใจคำนึงถึง"สิทธิเสรีภาพ" ในด้านอื่นๆ ที่ทุกคนพึงมี
แบบจำลองที่ง่ายๆนี้ประชาธิปไตย(ก2) เป็นผลลัพธ์ที่มีเสถียรภาพในระยะยาว มันสามารถดำรงอยู่ได้ต่อไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด พูดอีกแบบหนึ่งคือในแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ง่ายๆ นี้ บทแย้ง (antithesis) ไม่เกิด Weingast เสนอว่า "ประชาธิปไตย (ก1)"เกิดขึ้นได้ถ้าหากเราสามารถสร้างความร่วมมือระหว่างชาวบ้าน (ก)และชาวบ้าน (ข) ได้ โดยความร่วมมือเกิดขึ้นได้หลายทาง ในความเห็นของผมเรื่องต่างๆที่เรากำลังพูดถึงกัน ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนวิธีการให้คุณค่าของผู้คนหรือแม้แต่การกระจายรายได้และการเปิดพื้นที่ทางการเมืองให้กับผู้คนทั่วประเทศก็ถือเป็นวิธีที่นำไปสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างชาวบ้าน (ก) และชาวบ้าน (ข)ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตามการสร้างประชาธิปไตยแบบ(ก1) ในทางปฏิบัติแล้วอาจส่งผลเสียได้ เพราะมันอาจจะเป็นการลบเอาวัฒนธรรมและระบบการให้คุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ออกไปหมดคงไว้แต่การละเล่นสนุกสนาน เช่น ลอยกระทง สงกรานต์ให้พอเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ประเทศหนึ่งเพื่อให้เราภูมิใจว่าสามารถใช้ประชาธิปไตย (ก) และได้รับผลลัพธ์เป็นประชาธิปไตย (ก1)เหมือนในประเทศตะวันตก ?
ในแง่ของการปฏิบัติจะมีทางแก้อยู่วิธีการหนึ่งก็คือการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเปิดพื้นที่ทางการเมืองเมื่อผู้คนมีรายได้มากขึ้นในระดับหนึ่งพวกเขาก็อาจจะมีทรัพยากรเหลือพอที่จะมาใช้ในการติดตามเหตุการณ์บ้านเมืองและเมื่อพวกเขามีพื้นที่ทางการเมืองพวกเขาก็จะยิ่งให้ความสำคัญกับการเมืองมากขึ้นไปอีก
มองอีกทางหนึ่งนี่คือการปรับเปลี่ยนสถานะและวิธีการให้คุณค่าของชาวบ้านทั้งสองให้ใกล้เคียงกันและทำให้พวกเขามองผลกระทบของนโยบายของผู้ปกครองในลักษณะที่ใกล้เคียงกันแต่เราก็ควรระวังที่จะไม่ทำให้วิธีนี้กลายเป็นการเปลี่ยนผู้คนให้เป็นชาวบ้าน (ก)ให้หมด ซึ่งก็หมายถึงการที่เราบังคับให้ทุกคนต้องเหมือนกันจำกัดสิทธิของความแตกต่าง เพื่อจะได้ติดป้ายหน้าบ้านว่าเราเป็นประชาธิปไตย (ก1)
แต่ถ้าหากบังเอิญเราตกลงไปอยู่ในสถานะของประชาธิปไตย(ก2) แล้ว เราจะมีทางเปลี่ยนผลลัพธ์ให้กลับไปอยู่ในรูปแบบประชาธิปไตย (ก1)หรือไม่ ? Weingast ยกตัวอย่างอดีตของประเทศตะวันตกหลายๆประเทศในบทความ และเสนอว่าการสร้างความร่วมมือระหว่างชาวบ้าน (ก) และชาวบ้าน (ข)มักเกิดขึ้นภายหลังจากวิกฤตการณ์ใหญ่ต่างๆ อาทิ สงครามกลางเมือง การปฏิวัติใหญ่วิกฤตเศรษฐกิจ หรือการพ่ายแพ้ในสงครามโลก สิ่งเหล่านี้จะสั่นคลอนผลลัพธ์แบบประชาธิปไตย(ก2) ซึ่งทำให้ชาวบ้าน (ก) และชาวบ้าน (ข)กลับมาหันหน้าเจรจากันถึงความร่วมมืออีกครั้งหนึ่ง ให้นิยามของสิทธิเสรีภาพร่วมกันและเจรจากันในเรื่องการให้คุณค่า
วิกฤตการณ์ใหญ่อาจเป็นสิ่งที่หลายคนเฝ้ารอและหวังว่ามันจะทำให้เรามุ่งไปสู่ผลลัพธ์แบบประชาธิปไตย (ก1) พูดอีกอย่างคือพวกเขาหวังว่าผู้คนที่มีส่วนรับรู้ในความเจ็บปวดของวิกฤตการณ์ใหญ่จะร่วมกันต่อสู้และมุ่งไปสู่ผลลัพธ์แบบประชาธิปไตย(ก1)
คำถามที่ผมต้องถามต่อไปก็คือ 1.การทำงานของไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ตามแต่ เกิดขึ้นดังที่บรรยายไว้หรือไม่กล่าวคือ เกิดขึ้นเมื่อผู้ปกครองหรือรัฐบาลเลือกที่จะใช้นโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับชาวบ้านคนใดคนหนึ่งและลิดรอนผลประโยชน์ของชาวบ้านอีกคนหนึ่งและชาวบ้านที่ได้รับนโยบายเอื้อประโยชน์เลือกที่จะยอมตามอำนาจของผู้ปกครองส่วนชาวบ้านที่ถูกลิดรอนผลประโยชน์ก็จำเป็นที่จะต้องยอมตามอำนาจดังกล่าวเนื่องจากไม่มีประโยชน์ที่ตนเองจะดำเนินการท้าทายอำนาจของผู้ปกครองที่รังแต่จะทำให้ตนเองต้องเสียค่าใช้จ่ายบางส่วนเพิ่มขึ้นไปกล่าวอีกนัยหนึ่งก็หมายถึงความพ่ายแพ้แก่อำนาจผู้ปกครองนั่นเอง 2.การปฏิรูปการเมืองไม่ไปด้วยกันกับการกระจายอำนาจทางเศรษฐกิจ 3. แล้ววิกฤตเรื่องร่างพรบ. นิรโทษกรรมนี้เล่า สามารถจะนำคนไปสู่ประชาธิปไตย (ก1) ได้หรือไม่
หนังสืออ้างอิง
วิกิพีเดีย. ความลำบากใจของนักโทษ.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B8%B3%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A9
วิกิพีเดีย. ทฤษฎีเกม.http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%97%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A1
คริส โปตระนันทน์. เกมนิรโทษกรรม เกมที่ไม่ขำของประชาชน.http://prachatai.com/journal/2013/11/49659
บาว นาคร.การเมือง : เกมส์และการช่วงชิงอำนาจ.http://www.oknation.net/blog/print.php?id=204203
ภาวิน ศิริประภานุกูล. ทฤษฎีเกมกับปัญหาของประชาธิปไตย (ก).http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2006q4/2006october23p1.htm
อภิชาต ชยานุภัทร์กุล. ทฤษฎีเกม. http://www.psstainlessthailand.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538855679&Ntype=2
วิทยา พรพัชรพงศ์. ทฤษฎีเกม.
http://www.gotoknow.org/posts/71847
สมสกุล เผ่าจินดามุข. Game Over ดุลยภาพแห่งเกม.http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2006q1/2006march02p9.htm
ขอบคุณค่ะสำหรับบทวิเคราะห์ชวนติดตามอย่างยิ่งค่ะ อาจารย์คิดว่าตัวละครสำคัญในวงการเมืองไทยเขาใช้ทฤษฎีเกมส์ในการตัดสินใจ
เล็งผลให้เกิดสถานการณ์ที่ต้องการหรือเปล่าคะ
บ้านเราเป็นประชาธิปไตยแบบ (ก2) ครับ ที่เป็นดังนี้เป็นเพราะตอนเปลี่ยนแปลงการปกครอง เราเปลี่ยนแปลงแต่การเมือง และไม่นำการปฏิรูปเศรษฐกิจ เช่น หนังสือปกขาวของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ที่ใช้แนวติดแบบสหกรณ์หรือเป็นรูปแบบรัฐสวัสดิีการมาใช้ เราจึงมีเพียงการเมืองที่จะใช้นโยบายเอื้อประโยชน์ให้กับชาวบ้านคนใดคนหนึ่งและลิดรอนผลประโยชน์ของชาวบ้านอีกคนหนึ่งและชาวบ้านที่ได้รับนโยบายเอื้อประโยชน์เลือกที่จะยอมตามอำนาจของผู้ปกครองส่วนชาวบ้านที่ถูกลิดรอนผลประโยชน์ก็จำเป็นที่จะต้องยอมตามอำนาจดังกล่าวเนื่องจากไม่มีประโยชน์ที่ตนเองจะดำเนินการท้าทายอำนาจของผู้ปกครองที่รังแต่จะทำให้ตนเองต้องเสียค่าใช้จ่ายบางส่วนเพิ่มขึ้นไป อย่างไรก็ตามหากเรามีการปฏิรูปเศรษฐกิจคนชาวบ้านมีพอกินพอใช้ และสามารถวิเคราห์เหคุการณ์ทางการเมืองได้ จะนำไปสู่ประชาธิปไตยแบบ (ก1) เอง สำหรับกรณี ร่างพรบ. นิรโทษกรรม ผมขอไปวิเคราห์ในบันทึกหน้านะครับ