แอ๋ว น่าน ล่องแก่ง นอนบ่อเกลือ รับลมหนาว
ปลายฝนปี 2556 นี้ ประมาณปลายๆเดือนตุลาคม มีโทรศัพท์มาชวนไปเที่ยวที่จังหวัดน่านเลยตอบตกลงไปเพราะแพร่กับน่านเป็นจังหวัดติดกันใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 1-2 ชั่วโมง ทำให้มีโอกาสได้ไปแอ๋วพักผ่อนที่จังหวัดน่านกับ ททท.สำนักงานแพร่ ในเส้นทาง น่าน-บ่อเกลือ-น่าน ระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2556 เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน แต่เมื่อมาเห็นโปรแกรมท่องเที่ยวทำให้เสียวว่าร่างกายที่ไม่ค่อย(เคย)ออกกำลังกายจะไหวกับทริปนี้หรือเปล่า เพราะมีการล่องแก่งและลงเรือยางเป็นเวลา 1 วันเต็มๆ หวั่นใจกลายเป็นคนแก่ไปหลายวันเลย แต่เมื่อวันเดินทางมาถึงก็ต้องทำใจดีสู้เสือ(อิอิ...ทำยังกับไปรบ)ก้าวขาขึ้นรถตู้ แน่นอนคนอย่างเราต้องหลับตลอดการนั่งรถแต่ด้วยความตื่นเต้นทำให้นอนไม่หลับ เลยนั่งดูทัศนียภาพตลอดสองข้างทาง ทำให้คิดในใจว่า “นานกี่ปีแล้วที่ไม่ได้มีโอกาสปลีกหนีจากเมืองมาท่องเที่ยว” ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงจังหวัดน่าน ดูนาฬิกาเข็มสั้นเข้าใกล้เลขสิบสองพอดิบพอดี ท้องเริ่มมีอากาศแล้ว ใช่สิกองทัพต้องเดินด้วยท้อง หลังจากอิ่มอร่อยกับอาหารแล้ว เจ้าภาพ(ททท.สนง.แพร่)เป็นตัวด้วยการพาเข้าชมหนึ่งใน Unseen in Thailand ที่วัดภูมิทร์ วัดหลวงในเขตพระนครเดิม ที่มีพระอุโบสถจตุรมุขที่ความสวยแปลกไม่เหมือนใคร เป็นหนึ่งเดียวในประเทศไทย เป็นทรงจตุรมุข พระประธานจตุรพักตร์ นาคสะดุ้งขนาดใหญ่แห่แหนพระอุโบสถเทินไว้กลางลำตัวพญานาค 2 ตัว ทำให้ต้องกดวัตเตอร์จำนวนนับไม่ถ้วนไปกับมุมสวยที่มีอยู่ แต่ที่ตื่นตายิ่งกว่าคือ จิตรกรรมฝาผนังในวิหารหลวงก “ฮูบแต้ม” เป็นชาดกในพุทธศาสนาและแสดงวิถีชีวิตของคนเมืองในอดีต โดยเฉพาะภาพของ ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณกระซิบสนทนากัน ผู้ชายสักหมึก ผู้หญิง แต่งกายไตลื้ออย่างเต็มยศเดินไปชมไปถ่ายรูปไปใช้เวลากับวัดภูมินทร์ช่วงเวลาหนึ่ง จึงออกมานั่งรถรางชมเมืองสัมผัสชีวิตชาวเมือง วัดสำคัญต่างๆ แวะชมพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านเกิด ได้ร่วมทำตุงต่างๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ ทางความเชื่อของล้านนา พอแดดร่มลมตกก็เดินทางไปยังหมู่บ้านบ่อเกลือที่มีการทำเกลือภูเขาที่ไม่เหมือนใคร ได้เรียนรู้วิถีชีวิตคนทำเกลือ คนค้าเกลือในสมัยโบราณ ที่เกลือถือว่าเป็นสิ่งมีค่าเทียบเท่าทอง เพราะชาวล้านนาอยู่ไกลจากทะเลทำให้เกลือเป็นสิ่งหายาก จากนั้นเข้าพักที่ บ่อเกลือ วิว รีสอร์ท
เช้าวันที่ 2 ของทริป ตื่นเช้าด้วยความสดชื่น รีบทำธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็ว หยิบกล้องคู่ใจตั้งใจเก็บภาพบรรยากาศยามเช้าของปลายฝนต้นหนาว อากาศเย็นสบาย ลมพัดเอาละอองมาให้ชุมหน้า ดังชีวิตอยู่ในเมืองหมอกท่ามกลางสายลม พออิ่มกับอาหารเช้าก็ได้เวลาล้อหมุนสิ่งที่เคยลืมไปกำลังจะเดินทางมาถึงคือ “ล่องแก่ง” สถานที่เริ่มต้นก็คือ บ้านสบมาง มาถึงที่แล้วมันต้องลองสักครั้ง นั่งฟังคำบรรยายสรุป เทคนิคการล่องแก่ง เส้นทาง กระแสน้ำ หัวจิตหัวใจก็เติมความกล้าเข้าไปเกินร้อย เรียกว่า “ลูกผู้ชายตัวจริง” เอ็มร้อยห้าสิบ พร้อมลุย ก้าวขาลงเรือดันหูดีรู้ว่าเส้นทางลำน้ำว้านี้มีความหลากหลายทางธรรมชาติมากมาย นั่งไปพายไป คุยกันไป เฮฮาสนุกสนาน นึกเสียดายไม่มีโอกาสเก็บภาพ สายน้ำเริ่มทวีความเชี่ยวยิ่งขึ้นต้องจ้ำต้องพายสู้กระแสน้ำ ชนซ้ายทีขวาทีเสียงกรีดร้องเสียงหัวเราะดังสุดสายขบวนเรือ แต่ยังพอมีได้พักเหนื่อยกันบาง กำลังสนุกแปบเดียวก็เที่ยงซะแล้ว แวะเติมพลังระหว่างทางกับอาหารลุยป่าง่ายๆที่ต้องทานให้หนักท้องให้ลุยต่อได้ในภาคบ่าย ตกเย็นถึงจุดพักแรมแก่งเสือเต้น หอบหิ้วสัมภาระเข้าแค้มป์ จัดการทำธุระส่วนตัวกันแล้วออกมาทานอาหารเย็น มื้อนี้มีแต่เสียงพูดคุยความเขินอายที่มีในวันแรกอันตรธานหายไปกับลำน้ำว้า ดึกเข้าหน่อยเสียงเริ่มหายไปทีเสียงสองเสียงเพราะความเหนื่อยล้า หลบหลีกปลีกตัวไปนอนฝัน งีบหลับอยู่เสียงไก่ป่าขันประชันแข่งแสงอาทิตย์ ส่งสัญญาติเช้าวันใหม่ได้เริ่มต้นแล้วเช่นเดิม รีบออกไปเก็บภาพบรรยากาศ(หลังจากเคยมาตั้งแคมป์ที่แก่งเสือเต้นเมื่อยี่สิบปีมาแล้ว ตั้งแต่ยังไม่มีไฟฟ้าและความเจริญเข้ามา) ทานอาหารเสร็จจำต้องออกผจญภัยต่อ แต่ความเมื่อยล้าสิก่อกำเนิดขึ้นมาแล้ว แต่ยังต้องพายเรือลำน้อยกลับ คิดว่าเอ้า!!!สู้ๆ เมื่อว่าที่ว่าลูกผู้ชายใจเกินร้อนเหลือแค่ยี่จั๊บ พายไปคุยไปไม่เร่ง สาวๆทั้งหลายคุยกันสนุกตลอดเส้นทาง จนถึงจุดหมาย เติมพลังเต็มที่ หนังท้องตึงหนังตาก็หย่อน ได้คลายตัวคลายเส้นกับการนวดของริสา ผ่อนคลายจนหลับไปตื่นใหญ่ได้ยิ่งเสียงเรียกว่าจะต้องกลับแล้ว นึกเสียดายเวลาที่ทำไหมความสุขสนุกมันเร็วเหลือเกิน จำใจจำลาโบกมือลายกมือไหว้สวัสดี ทริป “น่าน ล่องแก่ง นอนบ่อเกลือ รับลมหนาว”เก็บความทรงจำดีๆเติมพลังกาย เสริมพลังใจ ต้องหาโอกาสกลับมาเยือนอีกแน่......เมืองน่าน////โดย มะเดี่ยวศรี