ตอนรับการเรียนปี 3 เทอม2 ด้วย วิชานี้เลย กิจกรรมบำบัดเพื่อสุขภาพจิต  ตอนแรกจินตนาการถึงการนั่งเรียนแลคเช่อยืดยาว 3-4 ชม.ติด

แค่คิดก็หลับแล้ว แต่พอได้เริ่มเรียนเริ่มหลงรัก ด้วยอะไรหลายๆอย่าง อย่างแรกเลย เป็นเรื่องใกล้ตัวมาก

เพราะ น้าของข้าพเจ้าเอง ก็เป็นผู้ป่วยจิต เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีธัญญา ขอนแก่น มาตั้งแต่อายุ18 ปี จนตอนนี้

อายุเข้าเลข 4 แล้ว  วิชานี้ทำให้ข้าพเจ้าเข้าใจน้ามากขึ้น เห็นใจน้ามากขึ้น ด้วยการกินยาต่อเนื่องกันมาหล่ยปีติด

จนตอนนี้ สุขภาพร่างกายเรื่องไม่ค่อยดี ฟันร่วงไปหลายซี่ ความจำระยะสั้นเริ่มหาย 

       แต่จากการได้มาเรียนวิชานี้ทำให้มุุมมองการมองโลกเปลี่ยนไปก็ไม่รุเพราะไรนะ แต่รู้สึกตัวเองมีความสุขมากขึ้น

ททั้งที่ทุกๆอย่างมันก็ยังเหมือนเดิม เรียนที่เดิม ทำอะไรเดิมๆ แถมยังมีเรื่องเศร้าๆอีก แต่กลับยิ้มได้

กก่อนเปิดเทอมเคยนึกกลัว และบ่นกับหลายๆคนว่าไม่อยากเปิดเทอมเลย เพราะ อย่างแรกคนที่เค้าเคยยุข้างๆเรามาตลอด

ตตั้งแต่เข้ามหาลัยจนปี3 เค้าไม่อยู่อีกแล้ว มันคงเหงาว่างเปล่า อีกทั้งเรายังไม่มีเพื่อนสนิทเลย ยังคงไปไหนและทำอะไรคนเดียว

นนอกจากนี้ รูมเมทก็จะไม่อยู่หอแล้ว เปิดเทอมมาคงหว้าเหว่ เหงา เราจะอยู่ยังไง คิดแค่นี้ก็ไม่อยากเปิดเทอมแล้ว อีกทั้งเรื่องเรียน

เเรื่องการฝึกงาน อะไรอีกมากมาย บอกตรงๆว่ากลัว แต่ทำอะไรไม่ได้ ไม่อยากบ่นมากกลัวแม่ไม่สบายใจ ส่วนใหญ่จึงได้แต่เก็บๆไว้ในใจ

เเปิดเทอมวันแรก เจอวิชานี้เข้าไป รู้สึกมันไม่เป็นไปตามคาดแฮะ สนุกดี กลับหอมาถึงกับอัพสเตตัสเฟสบุค ว่ามีความสุข

ททั้งที่ก่อนหน้า ในใจมีแต่ความกลัว สิ่งที่ประทับใจในการเรียนวิชานี้ เยอะมาก อย่างแรกสุด อาจารย์ใจดีมาก

กกิจกรรมที่อาจารย์ให้มันน่าตื่นเต้น ยังจำได้ว่า อาจารย์ให้บอกใครสักคนที่เราอยากบอก ข้าพเจ้าถึงกับพูดไปน้ำตาไหลไป

มมันกลั้นไม่อยู่จิงๆ และก็อีกหลายกิจกรรมที่ทำให้ได้รู้จักตัวเองและเพื่อนร่วมสาขาที่เรียนด้วยกันมา3 ปี แต่ยอมรับเลยว่าเพิ่งจะรู้จัก

กันจิงๆก็ตอนเรียนวิชานี้แหละ ได้เปิดใจแบบหมดเปลือก ทุกคนถอดหน้ากากออก และเปิดเผยตัวเองออกมา 

 

 

แบบอคติ เรากลับเปลี่ยนมุมมองใหม่ ผลที่ตามมาคือ ใจเราสบายขึ้น เห็นใจเพื่อนมากขึ้นเข้าใจเหตุของการกระทำ

ของเพื่อนมากขึ้น และเปิดใจยอมรับเพื่อนมากขึ้น แต่คงมีแต่ตัวข้าพเจ้าเองที่ยังไม่ยอมเปิดรับใครเข้ามาในชีวิต