อดีตที่น่าจดจำกับปัจจุบันในโลกวัตถุนิยม

ความหลังเมื่อครั้งอดีตเมื่อได้ย้อนมองครั้งใด มีความสุขใจมีความปิติใจทุกครั้งไป เเสงตะวันส่องใจให้เราหวนนึกถึงอดีตที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำ โดยเฉพาะภาพเดิมที่ได้มอง สถานที่เดิมๆที่ได้กลับมามองเห็น ผู้ใหญ่คนเดิมที่เราเคยสนิทสนมคุ้นเคย เมื่อครั้งยังเด็ก ภาพตะวันที่ลับขอบฟ้าในมุมของไร่นาอันทองอร่าม ลองนึกย้อนไปเมื่อสมัยที่เรายังเด็กที่เราเคยเล่นพ่อ เเม่ ลูก เล่นซ่อนเเอบ นั่งกินมะม่วงกับน้ำพริกกับเพื่อนสนิทสมัยยังเด็ก ซึ่งสมัยตอนนั้นความเจริญทางด้านวัตถุนิยมต่างๆยังเข้ามาไม่เเพร่หลายมากนัก ที่เราเล่นกันในสมัยนั้นอยู่กันเป็นกลุ่มเด็กๆ จึงก่อเกิดความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง มีความผูกพันธ์ที่ควรค่าเเก่การจดจำไว้ในไดอารี่ชีวิต สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองที่เราได้สักการะอยู่เป็นประจำที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเป็นศูนย์รวมใจคนทั่วชุมชน นึกภาพความเป็นชุมชนยังเด็กที่มี โรงเรียนประถมที่เคยศึกษา วัดที่เคยไปทำบุญอยู่เป็นประจำ บ้านญาติในชุมชนที่เราสนิทสนมคุ้นเคยที่เคยร่วมทานข้าวเมื่อยังเด็ก ท้องฟ้าที่เราเคยมองในสมัยยังเด็ก ของเล่นที่เราเคยเล่น คนที่เราเคยผูกพันธ์ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้เราอยากลับไปสู่อดีตที่ควรค่าเเก่การจดจำนี้ ที่เราจะผูกพันธ์อย่างยิ่งจนอยากกลับไปสู่อดีตในบางครั้งบางคราว...เมื่อได้อยู่ในภวังค์ของความทรงจำเมื่อยังเด็กเเล้วมองกลับเข้ามาสู่ปัจจุบัน เราจะรู้สึกเห็นความเเตกต่างอย่างชัดเจนในมุมของการดำรงชีวิต ที่เมื่อครั้งอดีตที่เป็นเด็กตัวเล็กๆเรามีวิถีชีวิตอยู่กับไร่นาที่เราได้ปลูกข้าว ได้หาปลาโดยวิถีของชาวบ้านในไร่นา ได้ใช้สวิงหาปลาเล็กๆน้อยๆ หาลูกอ๊อดตัวเล็กๆ หาเเมงดามาให้พ่อกับเเม่ตำเเจ่วให้เราทาน เเล้วเมื่อได้เติบโตขึ้น ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีก็เจริญขึ้นมาพร้อมกับเราในทุกขณะ สมัยนั้นเมื่อยังเด็กเริ่มมีโทรศัพท์รุ่นมีเสาที่เป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องขนาดใหญ่ เมื่อขึ้นมาอีกระดับเสานั้นหายหายไปเเล้วระบบจอสีเริ่มเข้ามาเเทนที่ กลายเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆออกวางขายตามท้องตลาดมากมายที่มีเอกลักษณ์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อจูงใจให้เราคล้อยตามในทุกขณะซึ่งผิดกับเมื่อครั้งที่เรายังเล่น ซ่อนเเอบ เล่นพ่อเเม่ลูก เล่นของเล่นหุ่นยนต์สรรให้เป็นเมืองมีเจ้าเมือง ฯ ทุกวันนี้มีสังคมออนไลน์ต่างๆเข้ามามากมาย เเต่ถ้าเราใช้สังคมออนไลน์นี้ให้เป็นประโยชน์จะสามารถทำให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อการค้า การศึกษาต่างๆ สังคมทุกวันนี้มีกระเเสนิยมต่างๆเข้ามามากมายถ้าเราตามกระเเสนั้นไปเราจะต้องการไปเรื่อยๆจนไม่สิ้นสุด "อยากได้รุ่นนี้ เมื่อพอรุ่นนี้ตกกระเเสนิยมไปแล้วก็อยากได้รุ่นใหม่ๆเเละอยากได้รุ่นใหม่ๆอีกต่อไปอย่างไร้จุดหมายของการเลือกซื้อ" ในทัศนะของพระพุทธศาสนาบอกว่า "การบริโภคนี้เราต้องบริโภคให้เป็นถ้าเราบริโภคไม่เป็น ผลนั้นๆจะตกอยู่ที่ตัวเราเอง" เเต่ถ้าเราไม่ตามกระเเสนั้นไปเราจะไม่รู้อะไรเลยในโลกที่เปลี่ยนเเปลงอยู่ในทุกขณะ ฉะนั้นเราจำต้องตามอย่างมีสติ ถ้าเราตามอย่างมีสติเเล้วเราจะตามกระเเสได้อย่างมีจุดหมาย...สังคมออนไลน์ต่างๆเเละกระเเสนิยมต่างๆที่เข้ามาล้วนสร้างมาเพื่อให้เราได้ซื้อเเล้วคล้อยตามการซื้อไปเรื่อยๆทำให้เราซื้ออย่างไม่สิ้นสุด ยี่ห้อชั้นนำซึ่งเป็นการสร้างค่านิยมที่เริศหรูสำคัญเราทุกคนเข้ามาจากวัยผู้ใหญ่เเล้วเข้ามายังเด็กในระดับเยาวชนที่มักมีความอยากอยู่ตลอดเวลาจนทำให้วัตถุนิยมนี้เเพร่หลายกับเยาวชนอย่างแพร่หลายเนื่องจากมีสังคมออนไลน์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบรับค่านิยมชั้นสูงเหล่านี้ ทำให้เกิดค่านิยมที่สวยหรูสำหรับวัยรุ่นที่ค่านิยมนี้ค่อยๆซึบซับเข้าไปอยู่ในทัศนคติของคนเราเรื่อยๆในทุกๆวัน...มิใช่เพียงเพราะวัตถุนิยมที่เข้ามาให้เราได้คล้อยตามเเต่เมื่อเราได้ย้อนมองไปยังไร่นาในปัจจุบันอีกครั้งครา เราจะเห็นไร่นามากมาย ไร่สวนมากมาย แปลงผักมากมาย โรงเรือนมากมาย กำลังจมอยู่กับสารเคมีเพียงทั้งสิ้น ข้าวที่เรากิน ผักที่เรากิน เนื้อสัตว์ที่เรากิน มีสารเคมีจำนวนมากที่อยู่ในอาหารทำให้เรามีร่างกายที่ทรุดโทรมลงไปเรื่อยๆเพราะถูกสารเคมีสะสม จนทำให้หลายคนเกิดโรคร้าย เช่น เบาหวาน มะเร็ง โรคไต โรคปอด ฯ ซึ่งถ้าเราลองย้อนมองถึงสมัยเรายังเด็กโรคต่างๆที่จะเข้ามาสู่ตัวเรามีน้อยมากเพราะตอนนั้นเราใช้อินทรีย์สารในการปลูกข้าว ปลูกผัก หรือเลี้ยงสัตว์ ทำให้เรามีสุขภาพเเข็งเเรง โรคเบาหวานในชุมชนจะมีน้อยมาก ย้อนมาถึงปัจจุบันในทุกวันนี้โรคเบาหวานเเละโรคมะเร็งมีมากเต็มโรงพยาบาล ทั้งนี้เพราะเรากินสิ่งเคมีจากท้องตลาดอยู่ทุกๆวันทำให้เกิดอาการพิษในระยะสะสมโดยจะสะสมไปเรื่อยจนถึงจุดสูงสุดที่ต้องระเบิดสารพิษนั้นออกมาจนทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆที่เข้ามาในชีวิต เเต่ในหลายๆคนเกิดอาการพิษในระยะเฉียบพลันโดยส่วนใหญ่จะมีอาการ คลื่นไส้ เวียนหัว อาเจียน หรือสามารถทำให้เกิดอาการช็อล์กได้เลยทีเดียว ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปมากขณะที่เวลาเพียงน้อยนิด เมื่อก่อนเราหากินตามท้องไร่ท้องนาเเต่ในปัจจุบันเราไม่สามารถหากินเช่นนั้นได้ทั้งนี้เพราะเมื่อเราใช้สารเคมีชนิดต่างๆเพื่อเร่งผลผลิตในการส่งออกขายทำให้สัตว์เล็กๆเหล่านั้นไม่สามารถอยู่ได้ทำให้ไปหาเเหล่งที่อยู่ใหม่ที่ปลอดภัย...นักเเสดงในปัจจุบันก็เช่นกันมีการเปิดเผยเรือนร่างมากยิ่งขึ้นทำให้เด็กๆได้ดูเเละได้ชมหลายๆคนนำดารากลุ่มคนเหล่านั้นมาเป็นเเง่คิดในทางที่ผิดๆในการดำเนินชีวิตของตัวเราเอง...สิ่งที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้คงจะหนี้ไม่พ้น "ข่าวพระ" ที่เเสดงความเสื่อมของคนในผ้าเหลืองอย่างเเพร่หลาย แต่พระเหล่านั้นเป็นเพียงพระกลุ่มเล็กๆโดยที่ไม่สามารถนำมาวัดคุณภาพทางศาสนาในระดับประเทศได้...เด็กประถมในปัจจุบัน มีสังคมที่ต่างออกไปอย่างยิ่ง สมัยก่อนตอนเรายังเด็กใช้เงินวันละสิบบาทในการซื้อขนมของเเต่ละวันเมื่อได้เห็นปัจจุบันเป็นร้อยๆหรือหลายร้อยในเเต่ละวันทั้งนี้เป็นเพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนเเปลงไปอย่างรวดเร็ว เเต่ในชนบทนี้วัดวาอารามยังเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดีโดยที่เด็กในชนบทหลายๆคนยังไปทำบุญที่วัดในวันสำคัญทางศาสนาอยู่ในทุกครั้งครา...
อดีตที่เราได้จดจำเมื่อย้อนมองไปทีไร อยากกลับไปทุกครั้งไป สิ่งที่เราเคยผูกพันธ์ยังคงเเสดงมนต์ขลังอยู่ในความทรงจำที่ไม่มีวันลืมเลือน..."นึกถึงความทรงจำของบ้านหลังเดิมๆที่แฝงไปด้วยความผูกพันธ์ของคนเดิมๆที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดเวลาไปมีวันลบเลือนไปได้เพราะเป็นสิ่งดีดีในชีวีที่ควรค่าเเก่การจดจำ โลกของวัตถุนิยมที่สร้างขึ้นมาให้เราได้ตามกระเเสในทุกขณะทำให้เรามีความต้องการอยู่ตลอดเวลา เเต่เมื่อเรามีสติในการตามเเล้วนั้นจะทำให้เราตามอย่างมีจุดหมายในการดำเนินชีวิต "อดีตที่น่าจดจำกับปัจจุบันในโลกวัตถุนิยม" ยังคงฝังอยู่ในทัศนะของหลายๆคนที่ใคร่ครวญถึงอยู่ในความทรงจำที่ได้หวนถึงทุกครั้งไป...
เยี่ยมมากเลยครับ
ภาพสวยมากๆ
บรรยาย ได้เยี่ยม
ขอขอบคุณมากๆ... สำหรับคำติชมข้างต้นครับ...