การตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ากองประจำการ หรือเรียกสั้นๆ ว่า " การตรวจเลือกฯ "   ซึ่งหากจะเรียกแบบชาวบ้านก็เรียกกันหลายอย่างแล้วแต่ท้องถิ่น เช่นว่า  ไล่ทหาร, คัดเลือกทหาร, จับดำจับแดง, เกณฑ์ทหาร ฯลฯ  ในที่นี้ผมขอใช้คำว่า " ตรวจเลือกทหารฯ " ก็แล้วกัน

             การตรวจเลือกทหารฯ จะกระทำเพียงปีละครั้ง ระหว่างเดือน เมษายน กับเดือนพฤษภาคม เว้นแต่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมจะสั่งเป็นอย่างอื่น  แต่ที่ผ่านมาก็จะทำในเดือนเมษายนเท่านั้น  ปัจจุบันท่านกำหนดว่าการตรวจเลือกในทุกพื้นที่จะต้องให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 เมษา  เพื่อจะได้มีเวลาให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจัดทำบัญน้ำบัญชีให้เรียบร้อยได้ทันก่อนที่จะส่ง " ทหารเกณฑ์ ผลัดที่ 1 "  ใน วันที่   1 พฤษภาคม ช่วงหลังการตรวจเลือกฯไปจนถึงวันส่งทหารเกณฑ์ ผลัดที่ 1 นี้เป็นช่วงที่เจ้าหน้าที่สัสดีหัวหมุนเป็นที่สุด  ถ้าอำเภอไหนอยู่กันแค่ 2 คน ต้องมาทำงานภาคค่ำอีก  บางคนเอาเมียไปด้วยก็มีให้เห็นบ่อยๆ (กลัวแมวขโมย)

             การตรวจเลือกทหารฯ นั้น  ตามหมายเรียกฯ (สด.35) กำหนดให้ไปถึงสถานที่ตรวจเลือกฯ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. แต่ส่วนใหญ่จะล่าช้ากว่ากำหนด เพราะบางคนบ้านไกล บางคนก็รอกองเชียร์หอบกันมาทั้งบ้าน เมื่อเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีคนมาพอสมควรแล้วก็จะให้ทหารกองเกินที่จะเข้าตรวจเลือกฯ เข้าแถวแยกเป็นตำบล ปกติแล้วเจ้าหน้าที่จะทำป้ายบอกตำบลไว้ให้  ใครอยู่ตำบลไหนก็ไปเข้าแถวตามป้าย  เมื่อเรียบร้อยแล้วก็ร่วมกันเคารพธงชาติ  ทั้งกรรมการ เจ้าหน้าที่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งทหารกองเกินร่วมกันร้องเพลงชาติ เจ้าหน้าที่เชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา จากนั้นผู้ที่ทำหน้าที่ประธานกรรมการตรวจเลือกฯ ก็จะแนะนำตัวกรรมการต่างๆ ว่าใครทำหน้าที่อะไร โดยบอกยศ ชื่อ ตำแหน่งปกติ และหน้าที่ที่จะทำในวันนั้น  จบครบทุกหน้าที่แล้ว  ประธานจะให้กรรมการสัสดีชี้แจงการปฏิบัติ ซึ่งจะมีขั้นตอนการปฏิบัติคร่าวๆ ดังนี้

             1.  ให้ทหารกองเกินที่จะเข้ารับการตรวจเลือกฯ ถอดเสื้อ (รวมทั้งเสื้อชั้นใน) ถ้ากางเกงขายาวให้พับขากางเกงขึ้นเหนือเข่า ถอดรองเท้าถุงเท้า แนะนำว่าควรใส่กางเกงขาสั้น เสื้อคอกลมและรองเท้าแตะ จะดีที่สุด  และใครที่มีกลาก เกลื้อน เรื้อนกวางก็รีบรักษาเสียให้หาย  จะได้ไม่อายเขา  เพราะวันนั้นผู้คนเยอะเรียกว่าแห่แหนกันไปทั้งอำเภอ  สาวๆ ก็เยอะซะด้วย

             2.  เตรียมใบสำคัญ สด.9, หมายเรียกฯ (สด.35), บัตรประจำตัวประชาชน  และใบรับรองแพทย์ (ถ้ามี)

             3. รอฟังเรียกชื่อ  การเรียกชื่อจะเรียกทีละตำบล  เริ่มจากตำบลใกล้ก่อน  เมื่อครบทุกตำบลแล้วก็จะเรียกรอบที่ 2 จากนั้นก็จะเรียกคนที่ขอผ่อนผันตามมาตรา 29 (3) (กรณีที่เป็นนักเรียนนิสิตนักศึกษา)  เรียกรอบ 2 ยังไม่ปรากฎตัว เขาก็จะบันทึกตรงรายชื่อไว้ด้วยตัวหนังสือสีแดงว่า " ขาด "      

               ใบรับรองแพทย์ตามข้อ 2 นั้น จะต้องเป็นใบรับรองแพทย์ที่ออกโดยคณะกรรมการแพทย์ของโรงพยาบาลทหารเท่านั้นส่วนใหญ่จะเป็นโรงพยาบาลทหารในค่ายใหญ่ๆ เช่น โรงพยาบาลค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก  โรงพยาบาลค่ายจิรประวัติ จังหวัดนครสวรรค์ โรงพยาบาลค่ายกาวิละ จังหวัดเชียงใหม่  โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพฯ   สรุปก็คือจะต้องเป็นโรงพยาบาลทหารขนาดใหญ่ที่มีแพทย์มากพอที่จะตั้งเป็นคณะกรรมการแพทย์ได้  ( 3 คน)  การไปขอตรวจนั้นให้เตรียมบัตรประชาชน สด.9 และหมายเรียกฯ ไปด้วย  ไม่แน่ใจว่าเริ่มขอตรวจได้ตั้งแต่ มกรา หรือกุมภา จนไปถึงวันที่ 15 มีนาคม  หากตรวจแล้วเป็นโรคหรือมีความพิการทุพพลภาพที่ไม่สามารถรับราชการทหารได้ตามกฎกระทรวงฯ  ก็จะได้รับใบรับรองแพทย์ไว้เป็นหลักฐานสำหรับเอาไปยื่นต่อคณะกรรมการตรวจเลือกฯ ในวันตรวจเลือกฯ ที่ตนเองจะต้องเข้ารับการตรวจเลือกเท่านั้น 

               เมื่อทางคณะกรรมการแพทย์ได้ออกหนังสือรับรองให้แก่ผู้ใดแล้ว  ทางคณะกรรมการแพทย์ก็จะทำบัญชีรายชื่อพร้อมโรคหรือความพิการหรือทุพพลภาพที่บุคลผู้นั้นเป็น รายงานไปยังกองทัพภาคที่โรงพยาบาลสังกัดอยู่  เช่น ภาคเหนือก็จะรายงานไปยังกองทัพภาคที่ 3 ภาคกลางรายงานไปยังกองทัพภาคที่ 1  เมื่อกองทัพภาคได้รับรายงานที่ว่านี้แล้ว ก็จะตรวจดูว่ามีใครอยู่จังหวัดไหน กรรมการสายไหน แล้วจึงจะแยกซอยบัญชีออกให้กรรมการแต่ละสายที่เกี่ยวข้อง พอใกล้จะถึงเดือนเมษา ราวๆ วันที่ 29 - 30 มีนา  ทางกองทัพก็จะเรียกผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจเลือกไปทำการปฐมนิเทศ  และจะมอบบัญชีรายชื่อบุคคลที่คณะกรรมการแพทย์ได้ออกใบรับรองแพทย์ไว้ให้กับกรรมการสายนั้นๆ ไป   ทีนี้หลักฐานมันก็จะไปจ๊ะเอ๋กันในวันตรวจเลือกฯ เมื่อถึงวันเกณฑ์ไม่ต้องตรวจอะไรมาก  เพราะคณะกรรมการแพทย์เขาการันตีไว้แล้ว

                เออ..อาจจะมีคนสงกะสัยว่า  ผมประสบอุบัติเหตุแมงกะไซค์แฉลบล้ม  ต้องตัดขาทิ้งข้างนึง  อย่างนี้ผมควรจะไปขอตรวจไว้ก่อนจะดีมั๊ย  ตอบได้เลยว่า   จะไปทำไม  กระดึ๊บ ๆ ไปในวันเกณฑ์  กรรมการก็เห็นอยู่แล้วว่ามีขาอยู่ข้างเดียว กรรมการแพทย์ท่านเล็งแลแล้วก็จะบอกว่า " ขาด้วน เป็นคนจำพวกที่ 4 " พร้อมออกใบรับรองผลการตรวจเลือกฯ (สด.43)  ให้ไว้เป็นหลักฐาน  

                คราวหน้าผมจะมาเล่าถึงลำดับขั้นตอนการตรวจเลือกฯ รวมทั้งการแบ่งคนเป็นจำพวก   ยังไงผมก็จะพยายามขยันให้เสร็จก่อน เมษา 57 นี้แน่นอน ...ฟันธง