๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๐๐ น. ฉันได้เข้าร่วมสัมมนาการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาหลักเกณฑ์เงินรางวัลและออกแบบฐานข้อมูลเงินรางวัล ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๖...ซึ่งตัวฉันเองได้ทำเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ที่ฉันได้โอนเข้ามาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏแล้ว...จากที่ฉันได้ปฏิบัติปีแล้วปีเล่า ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ - ปัจจุบัน ทำให้ฉันเป็นปัญหาของการจัดสรรเงินรางวัล ซึ่งในแต่ละปีเกณฑ์การจัดสรรให้นั้น มีความแตกต่างกัน และสำนักงาน ก.พ.ร. ก็ร่วมจัดสัมมนาให้ผู้ปฏิบัติ + ผู้บริหาร ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของปัญหานั้น ไปออกเป็นหลักเกณฑ์ในการจัดสรรเงินรางวัลให้กับส่วนราชการ
ในแต่ละครั้งที่การปรับเกณฑ์ของ ก.พ.ร. ก็ยังไม่วายที่จะพบกับปัญหาในการปฏบัติของส่วนราชการ...ครั้งนี้ก็เช่นกัน เนื่องจากในปี ๒๕๕๖ ภาครัฐมีงบประมาณที่จะใช้จัดสรรเงินรางวัลประมาณ ๖,๕๐๐ ล้านบาท ทางสำนักงาน ก.พ.ร. จึงต้องการทราบปัญหาในการที่จะคิดเกณฑ์ในการจัดสรรเงินรางวัลให้กับส่วนราชการ จึงให้พวกฉันได้บอกถึงปัญหาและต้องการอะไรที่จะได้ช่วยกันแก้วไขเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติต่อไป...
สำหรับปัญหาที่ฉันได้แจ้ง สำนักงาน ก.พ.ร. ไปแล้วนั้น สรุปได้ดังนี้...
๑. วงเงินที่จัดสรรให้แต่ละมหาวิทยาลัยนั้นควรเป็นงบกลาง เพราะงบเหลือจ่าย แต่ละมหาวิทยาลัยจะเหลือไม่เท่าไร บางปีก็จะไม่เหลือเลย
๒. การจ่ายเงินรางวัล ควรจ่ายเป็นเงิน Bonus มากกว่าที่จะให้มหาวิทยาลัยมาคิดว่าควรจ่ายเท่าไร ใช้หลักเกณฑ์แบบไหน...สำนักงาน ก.พ.ร. ควรระบุว่าควรให้เท่าไหร่ จะให้กี่ % ของเงินเดือน หรือกี่เท่าของเงินเดือน ไม่ควรว่าผู้บริหารไม่ควรได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติ ทุกคนทำงานเป็นทีม จึงไม่ควรแบ่งแยกในการจ่าย
๓. ไม่ควรระบุเรื่อผลงานที่โดดเด่นในการนำมาคิดเงินรางวัล เพราะเป็นที่รู้ ๆ กันอยู่ว่า ปัจจุบันการนำผลงานนี้ มหาวิทยาลัยปฏิบัติได้ผลกันมาก น้อยเพียงใด
๔. การคิดฐานคำนวนเรื่องเงินเดือน ไม่ควรกำหนดเฉพาะฐานเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำเท่านั้น เพราะบริบทของมหาวิทยาลัยปัจจุบันจะมีระบบพนักงานราชการ และพนักงานมหาวิทยาลัยอยู่ด้วย...เวลา ก.พ.ร. จะคิดเงินรางวัลให้ ควรที่นำฐานเงินค่าตอบแทนของพนักงานราชการและค่าจ้างของพนักงานมหาวิทยาลัยไปคิดเป็นฐานเงินเดือนรวมกับข้าราชการและลูกจ้างประจำด้วย ไม่ใช่จัดสรรวงเงินให้แล้วสำหรับตัวหารแบ่งมาก...เพราะปัจจุบันมหาวิทยาลัยก็ได้รับเงินจำนวนนี้น้อยอยู่แล้วในแต่ละคน สำหรับพนักงานราชการและพนักงานมหาวิทยาลัย ส่วนใหญ่จะไม่ได้รับเงินจำนวนนี้...เป็นพราะหลักเกณฑ์ที่ ก.พ.ร. เป็นผู้กำหนด...
๕. การที่ภาครัฐจะแบ่งเงินรางวัลให้กับส่วนราชการนั้น ควรทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน คือ ส่วนราชการอื่น ๆ มีเกณฑ์เช่นไร มหาวิทยาลัยก็ควรมีเกณฑ์เช่นนั้น เพราะปัจจุบันเท่าที่ทราบ ส่วนราชการอื่น ได้รับการจัดสรรเงินรางวัลนี้ ค่อนข้างมากกว่า ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในมหาวิทยาลัย...
และก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่ มรภ.อื่น ๆ ได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อใช้เป็นข้อมูลให้สำนักงาน ก.พ.ร. นำไปตัดสินใจในการประกาศหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินรางวัลประจำปี ๒๕๕๖ นี้...
นี่เป็น...หน้าที่ที่ฉันได้ปฏิบัติและทราบถึงปัญหาในการปฏิบัติ ฉันก็ได้แจ้งให้ทราบ
เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกันกับภาครัฐ คือ สำนักงาน ก.พ.ร.
ใช่เลย ........ผอ..สู้ๆๆๆๆ คะ
:)…ขอบคุณค่ะ ผอ.อัญชัญ…