คิดถึงวัยเด็ก คิดถึงแม่ จึงเล่าให้หลานฟัง เมื่อลูกหลาน บอกว่า คิดถึงคุณยายเหมือนกัน

อยากฟังเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับคุณยาย คุณย่า

แต่หลานๆหลายคน ไม่เคยเห็นคุณยาย คุณย่า เพราะจากไปสวรรค์ก่อน หลานเหลน หลายคนจะลืมตาดูโลก

นอกจากรูปถ่ายที่คุณตาถ่ายเก็บไว้ให้ดูในอดีต ให้ลูกหลานได้รู้จักบรรพบุรุษของตัวเอง

จึงเล่าเรื่องคุณยาย คุณย่าชอบปลูกต้นไม้

คุณยายชอบปลูกไม้กระถาง คุณยายเริ่มต้นจากปลูกพริกขี้หนูในกระถางก่อน

เอาใบพริกมาโรยหน้ายำหัวปลี เอาพริกสดมาตำน้ำพริก และถ้าพริกออกดอกมากๆคุณยายจะเก็บใส่กระด้งผึ่งแดด

ผึ่งลมจนแห้งสนิท แล้วเก็บใส่ขวดปากกว้างหรือที่เรียกว่าขวดโหลนั่นเอง 

ปลูกพริกได้สำเร็จคุณยายบอกว่าต่อไปปลูกอะไรๆก็จะง่ายขึ้นหมดทุกต้น

แล้วคุณยายก็ทำให้ดู ปลูกให้ดู ให้ลูกๆเปลี่ยนเวรกันรดนำ

บางวันคุณยายก็ให้ป้าเอาน้ำซาวข้าวผสมน้ำให้ได้ 1 ถัง

ไปรดแปลงผักสะระแหน่ที่ปลูกในกะละมังรั่วใบใหญ่

บางวันคุณยายก็ให้เอาน้ำล้างแก้วที่มีนมผงชงติดก้นแก้ว มาล้างแล้วเติมน้ำอีกครึ่งถัง

ไปรดถั่วฝักยาว เวลามันออกฝักจะยาวสวยและเมื่อฝักโตขึ้นจะเขียวอมขาว รสชาติหวานมัน

เวลาคุณยายตำน้ำพริกเปลือกกระเทียมคุณยายก็ไม่ทิ้งแต่กลับเอามาใส่กระป๋องนมข้น รวมทั้งเปลือกมะนาวหันฝอย

ผักที่ใบแก่เกินไป ก้านพริก และเปลือกไข่รวมๆกันแล้วไปขุดหลุมฝังเอาดินกลบ คุณยายบอกว่าเติมปุ๋ยสดให้ดินบ้าง

เราอาศัยเขาปลูกต้นไม้ไว้กินก็ต้องตอบแทนเขาบ้าง

คุณยายปลูกพืชผักสวนครัวทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นตะไคร้ที่ไม่ได้มีไว้เป็นเครื่องแกงเผ็ด

ต้มยำเท่านั้น หากคุณยายยังทำชาตะไคร้ผสมใบสักและในเตยหอมที่ปลูกไว้ติดรั้วสังกะสีหลังบ้านด้วย

คุณยายบอกว่าดีกว่าให้คุณตาดื่มน้ำหวาน กลับจากสุขศาลาคุณยายก็จะเสริฟ์พร้อมเติมน้ำแข็งทุบใส่ลงไปให้คุณตาดื่ม

คุณตาบอกว่าทำอย่างนี้ดีที่สุดเพราะตะไคร้ไล่ลม ใบสักแห้งถือเป็นยาควบคุมน้ำตาลในเลือด และใบเตยบำรุงหัวใจ

สมัยก่อนไม่มียาฆ่าแมลงใดๆไม่มีใครนิยม และปลูกเองก็ไม่มีสารพิษ ไม่ใช่การพานิชย์ไม่เน้นการหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง

แต่ทุกอย่างทำเพื่อหลวง คุณตามักเรียกรัฐบาลว่าหลวง ก็มีหลวงกับราษฏร์ หลวงก็คือข้าหลวง ข้าราชการ ราษฏร์ก็คือราษฏร 

คุณยายยังเอาเสียมแคะดินเป็นร่องระบายน้ำเพื่อให้น้ำไม่ขังไหลลงสู่คูใหญ่ ข้างบ้าน

จากคูใหญ่ก็ไปสู่คลองเล็กๆที่ว่ายสามทีก็ถึงฝั่งแต่น้ำในคลองใสเย็นเพราะเป็นน้ำที่ไหลมาจากข้างบนภูเขาลงมา

มองเห็นลิบๆๆตาข้างหลังบ้าน หลังจากนั้นก็จะไปลงทะเล

คุณยายปลูกต้นกล้วยให้ลูกกิน (อ่านข้อมูลประวัติต้นกล้วยและประโยชน์ของต้นกล้วยเพิ่มเติมที่http://bananath.wordpress.com/category/%E)

ให้ได้รู้จักต้นกล้วย ทำอาหารจากกล้วย ตากกาบกล้วยทำเชือกแล้วมัดช่อเป็นกระเป๋าหูยาวไว้

สำหรับไปจ่ายตลาดใกล้ๆบ้าน ทำขนมจากกล้วยสุก สอนป้าทำกล้วยปิง ที่วิเศษสุด

เพราะเป็นกล้วยน้ำว้าไส้แดงรสหวานเย็น ปิ้งย่างไฟอ่อนๆโดยไม่ปลอกเปลือกออก

เสียบไม้ไผ่เหลาเล็กๆขนาดใกล้เคียงกับตะเกียบ แต่เล็กกว่า

พอเปลือกแห้งก็ให้เอามาวางใส่จานสังกะสีแล้วแกะเปลือกออก ย่างไฟให้ผิวกล้วยแห้ง

อย่าให้ไหม้เด็ดขาด ไม่งั้นถือว่าไม่เก่งเลย คุณยายไม่ให้ทานกล้วยที่ไหม้

หรือย่างแล้วทับโดยหั่นเป็นชิ้นพอคำ กล้วย1 ลูก อาจหั่นเป็น 4-5 ชั้น แล้วนำไปทับทั้งไม้ อังไฟอีกหน่อย

ราดน้ำกระทิหวาน คุณยายยังแล้วสอนให้ทำน้ำราดกล้วยจากกะทิผสมน้ำตาลโตนดด้วยเรียกน้ำกะทิราดกล้วยทับ

(น้ำตาลที่ทำจากต้นตาล)หรือจะใช้น้ำกะทิราดที่ทำจากน้ำตาลมะพร้าวก็อร่อย

 ถ้ากล้วยงอมมากคุณยายจะใส่โหล ใส่น้ำผึ้งแล้วหมักนานเป็นปีเอามาให้ผู้ใหญ่

ดื่มกันคนละจอกเล็กๆใส่น้ำแข็งทุบก้อนเล็กๆแล้วเติมน้ำผึ้งจิบกันไป แต่เด็กๆจะได้ทานกล้วยตาก

เลยเอาวิธีทำแบบเด็กแต่ผู้ใหญ่กินได้ เด็กกินดี ง่ายๆไม่ยากของโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัยมาฝาก

กล้วยสุึกตากแห้งและทับให้แบน สามารถทำแบบคุณยายได้ โดยโรยน้ำผึ้งก่อนห่อใบตองฝิงไฟให้อุ่นๆ

แล้วก็ทานได้เมื่อเริ่มอุ่นๆ  แต่ป้าชอบเอามาจิ้มน้ำผึ้งก็อร่อยไม่ต้องห่อใบตองผิงไฟ

คุณยายยังสอนให้ใช้ใบตองจากต้นกล้วยตานี ซึ่งเป็นกล้วยที่มีเมล็ดเยอะมาก ผลอ่อนๆใช้ทำส้มตำได้อร่อยมาก

และปลีของกล้วยตานี จะเป็นปลีที่อร่อยกว่ากล้วยอื่นๆเรียกว่าอร่อยที่สุดๆเลยทีเดียว

คนสมัยก่อนจะสอนว่าห้ามไปฉี่รดต้นกล้วยตานี เพราะจะทำให้แม่ตานี(ความเชื่อเรื่องผีนางตานี)

ออกมาปรากฏร่างให้เห็นให้กลัว และคุณยายยังสอนการเลือกใบตองที่ดี

ห่อขนมกล้วยนึ่ง ขนมข้าวต้มมัด ที่ต้องจับมุมใบตองให้ตั้งเรียกว่านมสาว ทั้ง 2 นม

ข้าวต้มมัดจัดเป็นอาหารประเภทขนมหวาน คนเป็นเบาหวานทานได้

แต่ต้องรู้จักทานไม่งั้นจะเป็นการเพิ่มน้ำตาลในกระแสเลือดมากเกินไปไม่ดีกับสุขภาพค่ะ

เอาสูตรจากอินเทอร์เน็ตมาให้ทดลองทำก่อน เป็นสูตรข้าวต้มมัดเป็นศิลปะของการทำขนม

ที่ผู้ทำต้องมีความสามารถในการปรุงข้าวเหนียวให้มีรสกลมกล่อม

อีกทั้งยังต้องพิถีพิถันในเรื่องการเลือกถั่วที่จะใช้ รวมทั้งการเลือกกล้วยที่จะมาทำด้วย

ไม่งั้นแล้วอาจเจอข้าวต้มมัดกล้วยฝาดได้เช่นกัน

สอนให้วางใบตองให้ถูกทาง สอนให้เย็บกระทง  4 มุมไว้ใส่ขนมเทียนสอดไส้ และกระทง 2 มุม

ใส่ขนมครก อันนี้ง่ายที่สุดเพราะเพียงแต่ใช้ใบตอง 2 ใบ

วางสลับหัวท้ายแล้วจับจีบเย็บด้วยเข็มกลัดทางมะพร้าว

เท่านั้นเองก็ได้กระทงใส่ขนมครกแล้ว

แต่ที่ยากขึ้นมาอีกนิดคือการเจียด หรือตัดใบตองเป็นรูปวงกลมเพื่อทำกระทง 4 มุม

สารพัดประโยชน์นี้มันยากตรงเจียดใบตองเพราะถ้ามีดไม่คม หรือใบตองสดมากเกินไปก็จะแตก

การวางใบต้องก็นิยมวางประกบกันโดยหันด้านหลังใบตองเข้าหากัน มีวิธีทำมาฝากค่ะ

ปลายใบและโคนใบต้องไม่ไปทางเดียวกัน เพราะจะทำให้ใบตองแตก และเนื้อกระทงไม่สมดุลกัน

เรื่องของการใช้ประโยชน์จากใบตองยังมีอีกเป็น 100 เรื่อง

นอกจากต้นกล้วยจะมีประโยชน์ในด้านการทำอาหาร เป็นภาชนะ และรักษาโรคให้คนแล้ว

ยังสามารถเป็นอาหารเลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู ได้อย่างดี

ที่น่ารักมากๆคือยังสามารถใช้เป็นกระถางวิเศษปลูกผักกินใบที่ไม่ต้องรดน้ำไม่ต้องใส่ปุ๋ยได้อีกด้วยเช่น

ปลูกผักชี ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง...

นอกจากนี้คุณยายยังปลูกดอกไม้ไว้บูชาพระเองด้วยเช่นมะลิ กุหลาบมอญ ดาวเรือง บานชื่น เยบีร่า

ที่น่าแปลกใจคือคุณยายปลูกต้นดอกอุตพิษด้วย แม้มันจะสวยแต่ก็เหม็นไม่ต่างจากอึเลย

คุณยายเอามันไปไว้ใกล้ๆต้นพุทธรักษา

และบอกว่ามันเป็นยาวิเศษอีกด้วย

พื้นที่เล็กข้างบ้านของคุณยายจึงอุดมไปด้วยพืชสวนครัว จนเพื่อนบ้านไม่ต้องไปซื้อหาในตลาด

เพราะเมื่อมันมากคุณยายก็จะขุด ตัด ทำ ไปฝากเพื่อนบ้าน ทำเลี้ยงถวายพระ

ป้าเองก็ได้สิ่งเหล่านี้จากคุณยายโดยไม่รู้ตัว ที่ไม่รู้ตัวคือแม้เราไม่ชอบแต่ทำบ่อยๆ

เห็นบ่อยๆมนุษย์เราก็จะเรียนรู้โดยจิตวิญญาณภายในตัวตนไปเอง

อยู่ที่เราจะรู้จักนำสิ่งเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์หรือไม่ อย่างไร

และเป็นประโยชน์แบบวิถีธรรม วิถีพุทธที่เกิดจากการสะสมหรือเก็บประสบการณ์ไว้

เพื่อนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง

เรื่องของวิถีธรรม วิถีพุทธในชีวิตประจำวันของคนรุ่นเก่ายังมีอีกมาก

แล้วป้าจะเล่าให้ฟังวันหน้า

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก

http://bananath.wordpress.com/category/%E0%B8%9B%E0%B8%A

http://www.m-culture.in.th/album/view/154817/

http://www.suriyothai.ac.th/th/node/1705

http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%82%E0%B9

http://pim.in.th/tip-in-kitchen/138-banana-leaves-vessel-2

http://www.siamanswer.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B

ได้เวลาต้องไปประสานงานกับคนรู้งานตรวจเท้าผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อขอรับความรู้เรื่องการตรวจเท้าเพิ่มเติม

ก่อนส่งจิตอาสาใหม่จะเข้าไปช่วยงานเบาหวานตรวจเท้าให้ผู้ป่วยและผู้สูงอายุ

ขอบคุณที่แวะมาอ่านเป็นเพื่อนสว.นะคะ

ขอบคุณค่ะ