สองเดือนก่อน มีเด็กคนหนึ่งมาปรึกษาเรื่องการทำวิทยานิพนธ์ ป.โทบัญชี ประเด็นปัญหาคือ ไม่รู้จะทำเรื่องอะไร? ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี?  

    เลยต้องสอบถามที่มาที่ไป ปรากฏว่าเรียนจบ ป.ตรี ปั๊บ ! ก็ต่อ ป.โท ปุ๊บ ! โอ๊ะโอ!

   

     ปัญหาคือ ไม่มีปัญหา? ที่จะศึกษาเพราะจบใหม่ยังไม่ได้เผชิญโลกในการทำงานในสาขาที่ตนเองเรียนเลย ถึงแม้ว่าตอนเรียน ป.โท จะทำงานไปด้วย แต่ก็เป็นงานที่ไม่ตรงสาขา ปัญหาที่จะเกิดคำถาม ต้องการคำตอบในศาสตร์ที่ตนเรียนเลยไม่มี

     คุยกันไปหลายกรณีในการเลือกแนวทางทำวิทยานิพนธ์  ทั้งทางด้านFinance ทั้งด้าน Cost ทั้งด้านข้อมูลในตลาดหลักทรัพย์ มาตรฐานการบัญชี ปรากฏว่าไม่สันทัดสักทาง  เลยต้องเริ่มให้ไปหางานของท่านอื่นมาศึกษาก่อน คืออ่านมาก ๆๆๆๆๆ

   

     การเรียนที่มุ่งเน้นการเรียนจบให้สูง  เพื่อให้ได้รับเกียรติยกย่องสูง  ให้ได้เงินเดือนสูง  หลายคนมุ่งเรียน  เรียน   เรียน    และก็เรียน ทำให้บางคนจบแล้วทำงานจริง ๆ ไม่เป็น  บางคนรู้มากแต่ไม่ชำนาญสักทาง  แก้ปัญหาได้เชิงวิชาการร่างออกมาได้เป็นตำรายาวหลายหน้า  แต่ปัญหาชีวิตจริง ๆ แก้ไม่ได้ จะเข้าแนว "ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" หลายคนจึงหลงทาง.....พอพลาดก็มานั่งถาม เรียนเพื่อ?

     การเรียนเป็นสิ่งที่ดี ควรเรียนทีละขั้น เรียนไปฝึกไป จะทำให้เกิดคำถามที่ต้องการคำตอบที่จะมาแก้ไขปัญหา เกิดประสบการณ์ เกิดทักษะ แก้ปัญหาได้ถูกทาง  ถูกวิธี ถูกเวลา

      บางเวลาต้องการคนเก่ง บางเวลาต้องการคนกล้า แข่งขันกันเรียนให้สูงแทบตายสุดท้ายไม่ถูกทาง ไม่ถูกวิธี ไม่ถูกเวลา ก็หลงทาง.......มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง ลูกน้องจบ ดร. เจ้านายจบ ป.4  คนเรียนได้เกรด 4 เงินเดือนต่ำกว่าคนได้เกรด 2 กว่า ๆ ดังนัั้นตั้งเป้าหมายก่อนดีไหม เรียนเพื่อ?.....

 

    

ชีวิตที่ยึดติดตำรา จะมีค่าอะไรถ้าใช้ชีวิตไม่เป็น