ดอกทานตะวัน ในภาษากรีก Helianthus มาจากคำว่า heliosที่แปลว่าดวงอาทิตย์ กับคำว่า anthos ที่แปลว่า ดอกไม้ตามตำนานกรีกมีเรื่องเล่าของดอกทานตะวันอยู่ว่า ตำนานดอกทานตะวัน มีเทพธิดาองค์หนึ่ง ชื่อไคลที ธิดาของเทพไตตันโอเชียนัสกับเทวีธีทิส เทพธิดาไคลทีอาศัยอยู่ในถ้ำใต้ทะเลลึกไม่เคยขึ้นมาบนฝั่ง ไคลทีได้อยู่อาศัยอย่างเป็นสุขสงบเรื่อยมา จนเติบโตเป็นสาวน้อยอยู่มากระทั่งวันหนึ่ง เกิดพายุพัดกระหน่ำมาอย่างรุนแรง ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยพัดมาถึงข้างใต้เลยพายุได้พัดพาสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ใต้ขึ้นมาข้างบน ซึ่งไคลทีก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้นด้วย เมื่อไคลทีถูกคลื่นทะเลซัดขึ้นมาถึงฝั่ง เมื่อฟื้นคืนสติ ก็มองเห็นแสงแดด พืชพันธุ์ไม้ต่าง ๆ และสิ่งที่สวยที่สุดก็คือแสงตะวันที่สาดส่องไคลทีเพิ่งมีโอกาสเห็นแสงอาทิตย์เป็นครั้งแรก ก็เกิดความรักในดวงอาทิตย์ขึ้นมาก็คือ เทพอพอลโลซึ่งเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ ทุก ๆวันไคลทีจะเฝ้ามอง ดูความงดงามของดวงอาทิตย์ วันแล้ว วันเล่าแต่เทพอพอลโลไม่เคยเหลียวแลนาง เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวันๆ นานๆเข้าร่างของนางได้กลายสภาพขาสองข้างได้กลายเป็นลำต้นหยั่งลงพื้นดิน เครื่องแต่งกายเปลี่ยนเป็นสีเขียวผมสีทองของนางได้กลายเป็นกลีบดอกสีเหลืองของทานตะวันล้อมดวงหน้าไว้ นางจึงกลายเป็นดอกทานตะวันที่สวยงามที่เฝ้ามองตามดวงอาทิตย์ไม่ว่าดวงอาทิตย์จะเคลื่อนไปทางใดดอกทานตะวันก็จะหันตามไปดอกทานตะวัน จึงเป็นสัญลักษณ์ของความเชื่อมั่น ความมั่นคง รักเดียวใจเดียวและมีนัยถึงศิลปะที่งดงาม ถ้าได้รับดอกทานตะวันเหมือนได้รับสารว่า"รักของฉันมั่นคงและภักดีต่อเธอเสมอ ดุจดั่งทานตะวันที่ไม่เคยหันมองผู้ใดนอกจากดวงอาทิตย์"
