ข้อ 1. โจทก์เป็นบุตรของนางจันทร์ มกรา รายละเอียดปรากฏตามสำเนาใบสูติบัตร เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 1

*นางจันทร์ มกรา เสียชีวิตด้วยสาเหตุเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2553 ก่อนเสียชีวิตนางจันทร์ มกรา ผู้ตาย ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดของนางจันทร์ มกรา ผู้ตาย ให้แก่โจทก์เพียงผู้เดียว รายละเอียดปรากฏตามสำเนาใบมรณะบัตรและพินัยกรรม เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 2 และ 3

*ข้อ 2. เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2545 จำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้เงินและได้รับเงินกู้ไปจากนางจันทร์ มกรา เป็นเงิน 1,000,000 บาท กำหนดจ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี เป็นงวดรายเดือนในวันสิ้นเดือนของทุกเดือน โดยจำเลยที่ 1 จดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 111 เลขที่ดิน 11 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 20 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเป็นตึกแถวสองชั้นเลขที่ 11 ของจำเลยที่ 1ไว้เป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญา และมีข้อตกลงในสัญญาจำนองว่าหากจำเลย ผิดนัดชำระหนี้เงินกู้นางจันทร์ มกรา มีสิทธิบังคับจำนองที่ดินและบังคับให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ส่วนที่ขาดจาการบังคับจำนองได้จนกว่าจะครบถ้วน และยังมีจำเลยที่ 2 ตกลงเข้าเป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามสัญญาเงินกู้ของจำเลยที่ 1โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1 รายละเอียดปรากฏตามสำเนาสัญญากู้และสัญญาจำนอง เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 4 และ 5 หลังจากทำสัญญากู้แล้วจำเลยที่ 1 ได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่นางจันทร์ มกรา เรื่อยมา

*ข้อ 3. ต่อมานางจันทร์ มกรา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2553 โจทก์ในฐานะทายาทโดยธรรมและทายาทตามพินัยกรรมจึงรับมาทั้งสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเงินกู้จากนางจันทร์ มกรา ผู้ตาย ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ชำระดอกเบี้ยของเดือนมกราคม 2553 ตามสัญญาเงินกู้ดังกล่าวข้างต้นให้แก่โจทก์เพียงงวดเดียว หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 เป็นต้นมา

*ข้อ 4. การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการผิดสัญญาเงินกู้ และจำเลยที่ 2 เป็นการผิดสัญญาค้ำประกันต่อโจทก์ จำเลยทั้งสองจึงมีหน้าที่ตามสัญญาต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์อย่างลูกหนี้ร่วมชำระหนี้เงินต้นจำนวน 1, 000,000 บาท และดอกเบี้ยค้างชำระในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 คิดถึงวันฟ้องเป็นเวลา 1 ปี เป็นเงิน 120,000 บาทรวมเป็นเงิน 1,120,000 บาท ให้แก่โจทก์ และร่วมกันชำระดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันของต้นเงินจำนวน 1,000,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้แก่โจทก์ครบถ้วน

*หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 111 เลขที่ดิน 11 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 20 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเป็นตึกแถวสองชั้นเลขที่ 11 ที่จำนอง และทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนกว่าจะครบถ้วน

*ก่อนฟ้องโจทก์มอบอำนาจให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามถึงจำเลยทั้งสองให้ชำระหนี้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ จำเลยทั้งสองได้รับแล้วเพิกเฉย รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือบอกกล่าวทวงถามและใบตอบรับของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 6ถึง 9

*โจทก์ไม่มีทางบังคับจำเลยทั้งสองได้ จึงต้องนำคดีมาฟ้องเพื่อขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งบังคับจำเลยทั้งสองต่อไป

ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

คำขอท้ายฟ้อง

1.ใ*ข้อ 1.ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 1,120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12 ต่อปีของเงินต้นจำนวน *1,000,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะร่วมกันหรือแทนกันชำระให้แก่โจทก์ครบถ้วน

2.ห*ข้อ2. หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 111 เลขที่ดิน 11 ตำบลลาดยาว อำเภอบางเขน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 20 ตารางวา พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินเป็นตึกแถวสองชั้นเลขที่ 11 ที่จำนอง และทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนกว่าจะครบถ้วน

3***ข้อ3. ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความแทนโจทก์

หมายเหตุที่ทำ * คือย่อหน้า