ดิฉันห่างหายจากบันทึกไปนานถึงสองสัปดาห์ เป็นเพราะมีเรื่องไม่สบายใจหลายเรื่อง หันไปเขียนเป็นอนุทินสั้นๆ แทน เขียนยาวไม่ได้เขียนสั้นก็เอา ว่าอย่างนั้นเถอะ! วันนี้ดิฉันก็ยังไม่ค่อยสบายใจนัก แต่มีข้อสังเกตบางอย่างที่ควรจะลงเป็นบันทึกเสียครั้งหนึ่ง ลำดับเหตุการณ์โดยย่อดังนี้
12 ก.ย.56 ในอนุทิน "ข้อสังเกต..บุญคุณต่างตอบแทน" ดิฉันมีความกังวลกับพฤติกรรมของข้าราชการตัวเล็กๆ ที่ยืมมือนักการเมืองเข้ามาสร้างความก้าวหน้าให้ตนเอง ในอนาคตหากเขาไปเป็นข้าราชการในหน่วยงานศาล เมื่อเขาต้องตอบแทนบุญคุณกัน ดิฉันมองเห็นมุมของความเข้ากันไม่ได้ของนิติศาสตร์กับรัฐศาสตร์ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ที่เข้มข้นของเมืองไทยค่ะ วันเดียวกันนั้น ดิฉันวิตกกังวลมาก หลีกเลี่ยงการมีส่วนร่วม "talk of the town" โดยใช้เวลาให้หมดไปกับการอ่านบันทึกและอนุทินใน gotoknow ที่พึ่งยามทุกข์ใจซึ่งเขียนไว้ในอนุทิน"อีกมุมมองของ..ความเครียด"
20 ก.ย.56 ผลกระทบเริ่มปรากฎชัดเจนและกว้างขวางขึ้น หลายคนมองเห็น "โอกาสความก้าวหน้า" ของตน มองเห็นทางลัดที่ก้าวเข้าไปสู่ระดับชำนาญการพิเศษหรือระดับผู้เชี่ยวชาญได้โดยง่ายโดยใช้ตัวช่วย ดิฉันเขียนไว้ในอนุทิน "สะสมกำลังภายใน"
24 ก.ย.56 อนุทิน "ไม้ในกระถาง"ดิฉันขออนุญาตเตือนสติวิชาชีพเดียวกัน เมื่อผลกระทบในทางลบขยายขอบเขตกว้างขวางเกินคาดหมาย มีผู้ขอคำปรึกษารวมผู้ว่าจ้างให้ดิฉันทำผลงานวิชาการแล้วถึง 7 คน ความรู้สึกแรก ดิฉันรู้สึกยินดีที่หน่วยงานของเราจะมีผลงานวิชาการมากขึ้น สอดคล้องกับเป้าหมาย excellent center ในอีก 3 ปีข้างหน้า ผลงานที่ส่งประเมินถูกขีดกรอบไว้แล้วว่าต้องเป็นผลงานด้านการพยาบาล หมายถึงผู้ป่วยจะได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโดยตรง นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้างานวิจัยนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงล่ะ พวกใช้ไสยศาสตร์นั่งเทียนเขียนบทก็จะกระเป๋าตุงไปตามๆ กัน (หากดิฉันเป็นผู้ประเมินผลงานวิชาการ จะขอเอกสารบันทึกภาคสนามด้วยค่ะ) หนักกว่านั้น หากท่านผู้อ่านหลงเปิดอ่าน รู้สึกประทับใจและนำไปอ้างอิงกันต่อๆ ไปเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับผลงานของตนเอง (กรณี field เดียวกัน) ก็พินาศทั้งระบบ .. หรือเพื่อปกป้องระบบไม่ให้เสียหายในวงกว้าง ดิฉันจึงไม่เห็นมีผลงานระดับดังกล่าวออกเผยแพร่ในวงกว้าง แม้ในตู้เอกสารของหน่วยงานก็ยังไม่ปรากฎ!
วันนี้ 29 ก.ย.56 ดิฉันจะเขียนบันทึกนี้เพื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าดิฉันทุกข์ทรมาณใจเพียงใด คาดว่าไม่เกินสองสัปดาห์จะมีเรื่องที่ทุกข์ทรมาณใจเป็นที่สุดมาเล่าให้ฟัง หรือจะตัดสินใจ 'จับปากกาเข้าป่า' ไปเสีย รู้แล้วรู้รอดไป.
ปัญหาต้องหนักหนา จึงปรารภแบบนี้ เห็นใจและเข้าใจ ช่วยได้อยากช่วย
ความชื่อสัตย์เป็นคุณสมบัติที่ขาดแคลนในปัจจุบัน แต่สำหรับดิฉันมันเป็นคุณค่าที่สูงส่ง
ขอให้กำลังใจยืนหยัดกับความถูกต้องตลอดไป
ขอบพระคุณค่ะ ลึกๆ เกรงว่าบทความจะแรงไป ชุมชน gtk จะรับไม่ได้ แต่ต้องเขียนออกมาบ้าง.. ขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจแม้ไม่ได้แสดงความคิดเห็นค่ะ