คำตอบคงเหมือนกันกับ...ทำยังไงคนจะอ่านหนังสือมากขึ้น

ไม่มีคำตอบหรอกค่ะ เพราะตอบไม่ได้...เชื่อว่าคงหาคนตอบให้ตรงใจใครๆได้แสนยาก แต่เรามาช่วยกันคิดได้ว่า ทำไม...เผื่อใครจะหาหนทางช่วยคนที่เขามีหน้าที่ส่งเสริมให้คนเขียน คนอ่านกันมากขึ้นได้

อ่านบันทึกคุณเมตตา ที่พยายามจะหาคำตอบว่า อบรมคนไปตั้งเป็นหลายร้อย มีคนเขียนบล็อกอยู่ไม่เท่าไหร่ แถมคนที่เขียนๆอยู่ก็ไม่ใช่คนกลุ่มที่ไปเข้าร่วมอบรมอีกต่างหาก ทำให้อยากเขียนบันทึกนี้ค่ะ

สำหรับตัวเองในฐานะคนถูกเชิญให้ไปอบรมคนอื่น ก็เริ่มวิเคราะห์หาสาเหตุเหมือนกันค่ะ จากสถิติที่พยายามเก็บ บอกได้ว่า มีหลายสาเหตุค่ะ ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ อย่างเช่น ธรรมดาก็ไม่ช่างเขียนอยู่แล้ว อ่านก็ไม่อยากอ่านเท่าไหร่ เขียนไปแล้วใครจะอ่าน ไม่มีเวลา ฯลฯ 

เราคงไม่มีทางแก้ปัญหานี้ได้ หากไม่คิดถึงธรรมชาติของวัฒนธรรมพื้นฐานที่เรามี เราเป็น แล้วไปคาดหวังมากเกินไป รู้สึกว่าเรารณรงค์กันมาแต่ไหนแต่ไรให้ คนไทยรักการอ่าน เรียกได้ว่าเป็นหลายสิบปี แต่ก็ไม่ได้มีคนรักการอ่านเพิ่มมากขึ้นสักเท่าไหร่ เพราะฉะนั้น เรื่องการเขียนก็คงไม่ต่างกัน อาจจะยิ่งยากกว่าหลายเท่านัก โดยเฉพาะให้เขียนอะไรที่ไม่มีแนวทางชัดเจน ไม่มีแรงจูงใจมากพอ

สรุปว่า ต้องใจเย็นๆสำหรับคนที่มีหน้าที่ชักชวน หาแรงจูงใจให้อ่านเสียก่อน หาลู่ทางที่เหมาะสมและง่ายๆให้เริ่มเขียน (พูดง่ายแต่ทำยากมาก..กกกกก) เปิดวงเล็กๆ ผู้บริหารต้องลงมือด้วยอย่างจริงใจและสม่ำเสมอ เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า การเขียนคือสิ่งที่ควรทำ เขียนแล้วมีประโยชน์ อำนวยความสะดวกด้านอุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ ด่านพวกนี้หากผ่านไม่ได้ ก็คงยากที่จะคาดหวังมากไปถึงขั้นที่จะให้คนอยากเขียนเองค่ะ

ถึงแม้จะยังไม่มีคำตอบ แต่ก็ยืนยันว่าจะไม่ท้อที่จะชักชวน ส่งเสริม ทำเป็นตัวอย่าง ประชาสัมพันธ์เท่าที่จะทำได้ และยังคงเชื่อมั่นว่า ของดี สิ่งที่ดี การปฏิบัติที่ดีจะมีช่องทางเพิ่มสมาชิกเสมอค่ะ เราต้องจับจังหวะ เวลาและโอกาสให้ดีๆและใจเย็นๆเท่านั้นเองค่ะ