จากวิถีชีวิตดั้งเดิมที่เกษตรทำการเกษตรเพื่อบริโภคในครัวเรีอน ถ้ามีเหลือนำไปแลกเปลียนเอาปัจจัยอื่นที่ยังขาด มาถึงปัจจุบันเมื่อเข้าสู่ระบบทุนนิยม ผลิตเพื่อขายให้ได้เงินมาซื้อปัจจัยอื่นๆแทน แต่จากระบบวิสาหกิจเสรีต่างคนต่างผลิตบางครั้งตลาดรองรับไม่หมดทำให้ราคาตกต่ำ

ความเดือดร้อนจากราคาผลผลิตทำให้เกษตรกรรวมตัวเรียกร้องให้รัฐอุดหนุนช่วยเหลือ กรณีปัจจุบันนี้เกษตรกรเรียกร้องให้แซกแซงราคายางพารา แต่ปัญหามีความซับซ้อนด้วยการชิงอำนาจทางการเมืองทำให้เรื่องวุ่นวายกลุ่มผลประโยชน์กำลังเอาประเทศชาติเป็นเดิมพัน

ประเทศไทยไม่ใช้ผู้ผลิตยางรายเดียวในโลก ถ้าราคาสินค้าของไทยแพงเขาก็ซื้อจากที่อื่นได้ หากสินค้าของเราคุณภาพดีราคาไม่แพงกว่าชาวบ้านเขาก็ซื้อของเราอยู่ดี แล้วมีวิธีอื่นที่ไม่ต้องให้รัฐเอาเงินภาษีมาถลุงให้ประเทศฃาติขาดทุนหรือไม่

เราน่าจะนึกถึงวิธีง่ายๆที่ทุกคนทำได้ตามวาทะกรรมยอดฮิตคือ "จัดการตนเอง" ควรจะมีอะไรบ้าง

ตำตอบเบื้องต้นคือ ลดต้นทุนการผลิตและพัฒนาคุณภาพ

การลดต้นทุนการผลิตคือการจัดการปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย จัดการดินให้เหมาะสม ด้วยวิธีของเกษตรกรเองไม่ใช่ซื้อหรือจ้างทุกเรื่อง งานนี้จัดการตัวเองได้

การปรับปรุงคุณภาพในกระบวนการแปรรูปเบื้องต้น เช่นความสะอาด ระดับความชื้น ไม่ใช่เทตโนโลยีชั้นสูงอะไร งานนี้ก็จัดการตัวเองได้

เรื่องเงินทุนที่ใช้คงไม่มากถ้าไม่พอก็ทำค่อยเป็นค่อยไปตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้รับพระราชทาน งานนี้ก็จัดการตัวเองได้

หรือจะเอาให้เสร็จเลยเงินที่ขาดไปปรึกษา ธกส เกษตรกรก็มีเครดิตอยู่แล้ว

ผลสัมฤทธิ์จะใช้เวลาสักเท่าไร ประมาณว่ากระบวนการเดินไปตามระบบน่าจะไม่เกินหนึ่งปี

ในหนึ่งปีระหว่างการปรับปรุงและพัฒนานี้เกษตรจะอดตายก่อนหรือไม่ ก็ต้องขอให้รัฐบาลช่วยชั่วคราว ถ้าไม่ช่วยจำเป็นต้องยกระกับการชุมนุมตามที่ว่ากัน