๕๑ ปีที่แล้ว เมื่อวันที่ ๑๓ กันยายน มีการกำเนิดทารกน้อยคนหนึ่งเป็นเพศหญิง รูปร่างอ้วน สมบูรณ์ ณ โรงพยาบาลเขื่อนภูมิพล อำเภอสามเงา จังหวัดตาก พ่อของฉันได้ทำงานโดยทำหน้าที่สร้างเขื่อนภูมิพลกับนายฝรั่งในช่วงนั้น แม่ของฉันเป็นแม่ค้าหาบขนมขายให้กับผู้ที่ก่อสร้างเขื่อนภูมิพล...เมื่อเขื่อนสร้างเสร็จ พ่อของฉันพาแม่และฉันกลับมาอยู่ที่อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก แม่เคยเล่าให้ฉันฟังว่า...ฉันเป็นเด็กเลี้ยงง่าย ไม่งอแง ช่างพูดในตอนเล็ก ๆ (สงสัยเหมือนเจ้าฟ้าคราม คริ ๆ ๆ)...ต่อมาฉันก็มีน้องสาวอีกคนหนึ่งอายุห่างจากฉันเพียง ๓ ปี พวกเรามีกันเพียง ๒ คนพี่น้อง ครอบครัวของเราไม่มีน้องชาย...

        ฉันเติบโตมาท่ามกลางครอบครัวที่อบอุ่น ถึงแม้ฐานะจะไม่ร่ำรวย แต่พวกเราก็อยู่ด้วยกันอย่างปกติสุข แม่ของฉันเป็นแม่ที่ประเสริฐ คอยดูแลลูก ๆ เป็นอย่างดี แม่ทำงานบ้านให้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องการถูบ้าน แม่จะให้ฉันกับน้องมีหน้าที่ถูบ้าน ตักน้ำ(สมัยก่อนไม่มีน้ำประปาเช่นสมัยนี้ ฉันต้องหาบน้ำมาใส่โอ่งกับน้องสาว) เสร็จแล้วต้องรีดผ้า ล้างจาน นี่คือ หน้าที่ทั่ว ๆ ไป ของฉัน ฉันเป็นเด็กที่เรียนดีมาตั้งแต่เด็ก ๆ (เพราะครูชมฉันบ่อยครั้ง ซึ่งตอนนั้นฉันก็ไม่เข้าใจหรอกว่ามันดีอย่างไร เพราะฉันอาจยังเป็นเด็กเกินไป)...นิสัยของฉันชอบอ่านหนังสือและตั้งใจเรียนหนังสือเป็นอย่างดี พ่อจึงรักฉันมาก สำหรับน้องของฉันเรียนอยู่ในระดับปานกลาง ถ้าเทียบผลการเรียน ฉันจะทำได้ดีกว่าน้อง...เมื่อโตขึ้นฉันจับหลักได้ในการเรียนว่าควรทำอย่างไร ฉันก็เรียนดีขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่า ทำคะแนนดีขึ้นกว่าเดิมตามลำดับ...

        ฉันได้เรียนรู้ + ประสบการณ์ต่าง ๆ ด้วยตัวของฉันเอง ฉันถือว่าทุกสิ่งที่ฉันได้เรียนรู้มันคือ "ครู" ที่สามารถสอนฉันและสร้างให้ฉันเข้มแข็งขึ้น ฉันใช้ความรู้ ประสบการณ์มาเป็นบทเรียน บทเข้าใจในชีวิต...สำหรับการดำเนินชีวิตของฉัน ๆ ใช้หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเข้ามาใช้ในการดำรงชีพมาถึง ณ ปัจจุบัน นิสัยของฉันเป็นมิตรและจริงใจกับทุกคน ฉันมีเพื่อนเรียนส่วนใหญ่เป็นชายมากกว่าหญิงเพราะฉันเรียนโรงเรียนชายประจำจังหวัดตาก นิสัยของฉันจึงไม่ค่อยหยุมหยิม ฉันหนักแน่น แกร่ง อดทน ไม่เคยย้อท้อต่ออุปสรรคทั้งปวง เวลามีปัญหาฉันจะใช้ปัญญาของฉันในการแก้ไขปัญหาในงาน ฉันมีความเชื่อมั่นว่า ทุกปัญหามีหนทางที่จะแก้ไข เมื่อตอนนี้ยังแก้ไขไม่ได้ก็ต้องรอเวลามาช่วยให้ปัญหานั้น ๆ ได้คลี่คลายลง...ฉันถูกสอนให้เป็นคนที่มีเหตุผลต่อตนเอง ต่อทุกคนที่อยู่รอบข้างของฉัน ฉันไม่เคยเอาเปรียบผู้คนรอบข้าง ฉันถูกสอนและอบรมมาว่า "คนเราเกิดมาต้องให้เกียรติผู้อื่นเสมอ" ฉันได้เรียนเรื่องมารยาทในการอยู่ร่วมกันในสังคม ทำให้ฉันทราบว่าควรปฏิบัติอย่างไร เมื่ออยู่กับผู้ใหญ่เราควรรู้ว่ากระทำตัวเช่นไร?

         ฉันถูกสอนให้เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน การพูดต้องมีสัมมาคารวะ มีหางเสียง เวลาฉันมาทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัย น้อง ๆ ในกองที่มาอยู่กับฉันบอกฉันว่า "ไม่มีใครเหมือนพี่บุษ..." ฉันก็ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงว่าอะไร? ฉันก็บอกไปว่า...พฤติกรรมของคนเราจะให้เหมือนกันทุกคน คงเป็นไปไม่ได้ นิสัยของฉันจะเป็นคนที่นิ่ง สงบ วางเฉย จะพูดก็เวลาที่เก็บกดอารมณ์ไม่ได้จากสิ่งที่เข้ามากระทบ แต่เมื่อพูดเสร็จก็จบ ไม่สาวความให้ยืดเยื้อ ใจฉันคิดแต่เรื่องการทำงานเป็นหลัก มีสติอยู่กับตัว ไม่มองคนอื่น ชอบมองแต่ตนเอง แก้ปัญหาให้กับตนเอง เป็นเพื่อนคิดให้กับคนที่ต้องการปรึกษาเรื่องที่พวกเขาเดือดร้อนมาด้วย มีใจที่คอยช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อผู้อื่นเสมอ การช่วยเหลือของฉัน ๆ ไม่เคยคิดหวังผลตอบแทน...ฉันทำเพราะเมื่อทำแล้วใจของฉันเกิดสุข...ฉันจึงชอบช่วยเหลือผู้อื่น ฉันก็ไม่รู้ว่า...สิ่งที่กล่าวมานี้ใช่หรือไม่ที่เขาเรียกว่า "การทำความดี"

         เมื่อเช้าไม่ว่าใน Line Facebook มีพี่ ๆ น้อง ๆ โพสต์ข้อความ Happy brithday มาให้เต็มไปหมด ฉันก็ได้แต่ขอบใจพวกเขาไป...สิ่งที่มีความสุขมากที่สุด คือ คำอวยพรจากคนที่ฉันรัก ๆ มากที่สุดที่ขอให้ฉันมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพการงาน ฉันได้แต่น้ำตาซึม คือ เขายังจำวันคล้ายวันเกิดของฉันได้...ต่อให้นานแค่ไหน เขาก็ยังจำวันคล้ายวันเกิดของฉันได้ ขนาดตัวของฉัน ๆ ยังไม่ค่อยได้ใส่ใจสักเท่าไร?...ทุก ๆ วันศุกร์ฉันกลับไปบ้านที่พรหมพิราม วันนี้ก็เช่นกัน ฉันได้ไปอาบน้ำให้พ่อ (ตาทวดของเจ้าฟ้าคราม) เพราะพ่อของฉันช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ เนื่องจากเป็นโรงอัมพฤกษ์ด้วย ได้แต่พ่อบ้านช่วยดูแลให้ จึงเบาลงหน่อย ไม่เช่นนั้น ฉันก็ต้องเป็นห่วง...ยามฉันอาบน้ำให้พ่อ ฉันก็นึกถึงแต่แม่ของฉัน เราเคยอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่เมื่อไม่มีแม่ ฉันจึงต้องดูแลพ่อของฉันแทนแม่...นี่คือ "บุญ" ที่ยิ่งใหญ่ที่ฉันได้ทำให้กับพ่อในวันคล้ายวันเกิดของฉัน...

         ๕๑ ปีที่ผ่านมานี้ ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของชีวิตมากมายนับไม่ถ้วน เรื่องแล้วเรื่องเล่า ที่ฉันเกิดมาบนโลกใบนี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่อง "ชีวิต" ฉันคิดว่า "ชีวิตของแต่ละคนในการเรียนรู้นั้น บางเรื่องเหมือนกันแต่บางเรื่อง บางคนอาจไม่เหมือนกัน" เรียกว่าเวลาผ่านไปแล้วครึ่งค่อนชีวิตของฉัน...เหมือนกับการถอดบทเรียนชีวิต บทเรียนแล้วบทเรียนเล่าให้กับตัวฉันได้คิด ได้พบ ได้พิจารณาในเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น

         สำหรับเจ้าตัวเล็ก น้องเพรียง วันนี้ฉันได้ไปรับมาอยู่ด้วยกันที่บ้านพิษณุโลก พร้อม ๆ กับน้องอ้อม + ฟ้าคราม เพราะพรุ่งนี้ต้องไปสอบเรียนต่ออีก ส่วน "พี่ภัคร" ได้เขียนข้อความผ่านทาง Facebook มาให้ฉันตามที่ปรากฎข้อความด้านล่างนี้...ไม่น่าเชื่อว่า "วันเวลามันผ่านไปเร็วมาก เผลอแป๊ปเดียว ฉันมีอายุผ่านไปแล้ว ๕๑ ปี"