วันที่ ๗ ส.. ๕๖ ผมไปร่วมฟังการประชุม DFC 3  ในกิจกรรม Learn & Share and Case Study   ซึ่งวันนี้เป็นเรื่องการบริหารงานบุคคลเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Human Resource Management)   และเรื่องการบริหารความขัดแย้ง (Conflict Management)   โดย ศ. นพ. ประสิทธิ์ วัฒนาภา เป็นวิทยากรตลอดวัน

 

ผมฟังแล้วบอกตัวเองว่า อาจารย์หมอประสิทธิ์พูดแบบคนรู้จริง   คือมีทั้งความรู้เชิงทฤษฎี (Explicit / Theoretical Knowledge) และความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติหรือประสบการณ์ (Tacit / Practical Knowledge)   ตรงกันข้ามกับการที่ผมได้รับเชิญไปพูดเรื่องการศึกษาในที่ต่างๆ    ผมพูดแบบคนไม่รู้จริง เพราะไม่มีประสบการณ์ตรง   จึงไม่มีปัญญาปฏิบัติ (Phronesis) เรื่องนี้ ในตัวผม 

ทำให้คิดต่อ ว่าโลกนี้สังคมนี้มีมายาความหลงผิดอยู่ไม่น้อย   อย่างที่เกี่ยวกับตัวผมโดยตรง   ที่สมัยยังไม่แก่ มีความรู้มาก แต่คนไม่ค่อยยอมรับนับถือ เพราะยังไม่อาวุโส   พอแก่ตัวเข้า อาวุโสมาก   แม้รู้ไม่จริง คนก็เชิญไปพูด

ตรงนี้ผมเองอาจเป็นตัวการให้เกิดความเข้าใจผิดนี้   โดยการอ่านเรื่องแนวคิดใหม่ๆ ด้านการศึกษา และเรื่องอื่นๆ ที่ผมสนใจ  แล้วสวมวิญญาณมนุษย์ในยุค Media 2.0 แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจออกไปในโลกไซเบอร์   โดยย้ำแล้วย้ำอีก ว่าที่เขียนนี้ไม่รับรองว่าถูกหรือผิด   ที่แน่ๆ คือคงจะมีทั้งที่ถูกหรือใช้การได้ และที่ผิด เอาไปใช้แล้วไม่ได้ผล        

ในงานเดียวกัน เช้าวันที่ ๘ ส.. ๕๖  ผมไปฟังการบรรยายเรื่องการบริหารงานวิจัย   โดย ศ. ดร.ศันสนีย์ ไชยโรจน์ อดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย ของมหาวิทยาลัยมหิดล   ยิ่งยืนยันความไม่รู้จริงของผม   คือเมื่อฟังแล้ว ผมรู้สึกว่าการบริหารงานวิจัยในมหาวิทยาลัยก้าวหน้าไปอย่างมากมาย  มีการวางยุทธศาสตร์ใช้เงินรายได้ของมหาวิทยาลัย เอาไปชวนแหล่งทุนมาสนับสนุนการวิจัยร่วมกัน   การมองภาพรวมของความเข้มแข็งของงานวิจัย แยกแยะตามคณะวิชา และตามสาขาวิชาการ   แล้วหาทางสนับสนุนให้เหมาะสม 

ผมได้เห็นภาพของการจัดการงานวิจัยในระดับมหาวิทยาลัย ที่เป็นการจัดการเชิงรุก  และได้เรียนรู้ศาสตร์ด้านการจัดการงานวิจัยในมหาวิทยาลัย   ว่ามีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับเรื่องต่างๆ กว้างขวางมาก  

ทำให้ได้ความรู้ยืนยันการตัดสินใจไม่เขียนหนังสือ การบริหารงานวิจัย แนวคิดจากประสบการณ์ฉบับปรับปรุงใหม่ ตามคำชักชวนของ สกว. เมื่อประมาณ ๕ ปีมาแล้ว ว่า ผมตัดสินใจถูกแล้ว   เพราะผมไม่มีประสบการณ์และความรู้เชิงทฤษฎี ดีพอที่จะเขียนให้ทันสมัยได้เสียแล้ว  

ผมเป็นคนแก่ที่เป็น ผู้ไม่รู้จริง

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๗ ส.. ๕๖