หลังจากที่ไม่ได้มาเขียนนาน

วันนี้เลยอยากมาเล่าประสบการณ์การถูกปลูกฝังการรักการอ่านตั้งแต่เด็ก ๆ คะ

ตอนข้าพเจ้าอายุประมาณ ๘ ขวบ ข้าพเจ้าเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ เพราะ อ่านหนังสือไม่ออก มารดาของข้าพเจ้ากลุ้มใจเรื่องนี้มาก จึงตั้งกฎกับข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าต้องให้พี่สาวสอนอ่านหนังสือทุกวันจนกว่าจะอ่านหนังสือออก ถ้าอ่านไม่ออกจะไม่ให้เงินไปโรงเรียน ข้าพเจ้าจึงต้องอ่านหนังสือทุกวันโดยมีไม้เรียวของแม่ขนาบข้าง แต่ก็ไม่ได้ผลนัก ข้าพเจ้าจะอ่านออกเฉพาะคำง่าย ๆ เท่านั้น ส่วนบิดาของข้าพเจ้าจะชอบเล่าเรื่องราวของนรกสวรรค์ การทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เสมอ ด้วยความเป็นเด็กขี้สงสัยข้าพเจ้ามักจะถามบิดาเสมอว่า แล้วพ่อรู้ได้ยังไง ใครเล่าให้พ่อฟังหรอ โกหกหนูหรือเปล่า บิดาก็ตอบข้าพเจ้าว่าอ่านมาจากหนังสือ พี่สาวเองก็ชอบเล่านิทานเรื่องราวต่าง ๆ ให้ข้าพเจ้าฟังทุกวัน ข้าพเจ้าก็มักจะถามพี่สาวเช่นกันว่า มันมีอยู่จริงหรอ พี่เคยเห็นมันไหม แล้วรู้ได้ยังไงว่ามันเป็นอย่างนี้ พี่สาวก็ตอบเช่นเดียวกับบิดาว่า อ่านมาจากหนังสือ นั้นเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าคิดอยากจะอ่านหนังสือเองโดยไม่ถูกบังคับ ในทุกวันช่วงเช้าบิดาของข้าพเจ้าจะอ่านหนังสือพิมพ์ ข้าพเจ้ามักจะชอบไปดูรูปในหนังสือพิมพ์ด้วย บิดาของข้าพเจ้าก็เลยลองให้ข้าพเจ้าอ่านให้ฟัง คำไหนที่ข้าพเจ้าอ่านไม่ได้บิดาก็จะสอนให้ลองสะกดคำเอง ถ้าสะกดผิดก็แก้ไขให้ถูก หลังจากนั้นไม่นานข้าพเจ้าก็อ่านหนังสือออก แล้วก็ถือว่าเก่งด้วย อาจเป็นเพราะว่าคำที่อยู่ในหนังสือพิมพ์เป็นคำที่ยาก เลยทำให้ข้าพเจ้าอ่านหนังสืออื่น ๆ ได้ดี มารดาจึงซื้อตุ๊กตาแมวสีขาวให้ข้าพเจ้า คุณครูเองก็ชมว่าข้าพเจ้าเก่งขึ้น ให้คำชมแก่ข้าพเจ้า มันทำให้ข้าพเจ้าคิดว่าการอ่านหนังสือออกมันทำให้เกิดแต่สิ่งดี ๆ กับตนเองจากนั้นข้าพเจ้าก็ชอบอ่านหนังสือมาเรื่อย ๆ มาจน ณ วันนี้

โรงเรียน

1.      ก่อนการสอนแต่ละคาบ ครูประจำชั้นจะจัดกิจกรรมรายงานข่าวเหตุการณ์ในหนังสือพิมพ์  โดยให้นักเรียนหมุนเวียนกันนำเสนอคาบละ 3-5 นาที 

2.      มีการจัดตั้งชมรม ชุมนุมห้องสมุดให้นักเรียนทุกคนได้ยืมหนังสือจากห้องสมุดไปอ่านที่บ้าน โดยถ้ายืมหนังสือครบ 10 ครั้ง สามารถนำสถิติการยืมนั้นมาแลกรางวัลได้ เช่น ปากกา สมุด

3.      ในห้องเรียนจะมีมุมหนังสือให้อ่าน ซึ่งเป็นหนังสือที่ช่วยให้นักเรียนได้ผ่อนคลาย เป็นหนังสือที่ให้ความรู้นอกเหนือจากตำราเช่น หนังสือเย็บปักถักร้อย หนังสือสารคดีต่าง ๆ นิยาย เรื่องสั้น

4.      ช่วงพักกลางวันโรงเรียนจะมีเสียงตามสายในการแนะนำหนังสือดี มีคุณค่า หรือหนังสือที่โรงเรียนได้รับ และชักชวนให้นักเรียนมาลองอ่านดูได้ที่ห้องสมุดของโรงเรียน

5.      มีการจัดป้ายนิเทศให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่น่าสนใจ หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อดึงดูดความสนใจให้นักเรียนอ่าน

6.      กลุ่มสาระภาษาไทยและภาษาอังกฤษจะจัดกิจกรรมสุดยอดนักอ่าน มีการแข่งขันการอ่าน ทั้งร้อยแก้ว ร้อยกรอง ในภาษาไทย และอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ

7.      มีการจัดค่ายพัฒนาทักษะการอ่านและคิดเป็น เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนที่เป็นกลุ่มที่สนใจพัฒนาทักษะการอ่าน การคิด ได้ร่วมกันมีกิจกรรมทั้งที่เป็นสาระความรู้และเป็นนันทนาการสนุกสนานเพลิดเพลิน

8.      ครูช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ปลูกฝังทักษะการเรียนรู้ สอนวิธีการหาความรู้ และแหล่งการเรียนรู้อันที่ช่วยให้นักเรียนสามารถพัฒนาการเรียนรู้ตลอดจนมีทักษะจนสามารถบูรณาการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 

 

อย่างไรก็ตามทั้ง ครู โรงเรียน ผู้ปกครองต่างมีส่วนที่จะส่งเสริมสร้างนิสัยรักการอ่านให้แก่เด็ก เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาได้เต็มศักยภาพ มีนิสัยรักการอ่าน คิดพิจารณาคุณค่าของสิ่งที่อ่าน มีทักษะใน
การอ่านอันเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และเกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต