"พี่หนาน"
นาย พรพจน์ พี่หนาน เรียงประพัฒน์

ชื่นชมคมความคิด


ชื่นชมคมความคิดของพี่หนานคนหนึ่งที่สอนให้ลูกเป็นคนดีของสังคมไทย

๒๖/๐๘/๒๕๕๖

*********

 

ชื่นชมคมความคิด

 

เมื่อเวลาประมาณบ่ายโมงกว่า ของวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๖ ผมได้เข้าร่วมพิธีฝังศพของแม่เพื่อนที่ตนเองไปร่วมงานมาเมื่อคืน เห็นข้าราชการ ผู้นำ ชาวบ้านมาร่วมกันหลายท่าน พิธีก็เรียบง่ายโดยศาสนาจารย์ประดิษฐ์ผู้นำศริสจักรน้ำลอก ส่วนตัวผมเองก็ไม่ค่อยรู้เรื่องระเบียบขั้นตอนอะไรก็ได้แต่ดูและทำตามเขาไป นั่นก็คือได้เดินเข้าแถวไปรับถุงดินเล็ก ๆ จากเจ้าภาพแล้วก็นำไปไหว้กราบขอขมาในใจแบบพุทธ เสร็จแล้วก็นำไปวางบนหลุมแล้วเดินออกมาไหว้เจ้าภาพซึ่งยืนรอกันอยู่แล้ว ก็มีเพื่อนเราอยู่ด้วยนั่นแหละ ขอบอกขอบใจกันแล้ก็เดินออกมา

มาพบพี่หนานเกียรติคนเมื่อคืนอีกแล้วก็เลยแวะยืนคุยด้วย ขณะนั้นแกก็กำลังยืนดูรายชื่อคนเก่า ๆ บนไม้กางเขนที่เสียชีวิตไป ผมก็นับบ้างว่ามีทั้งหมดกี่หลุม รวมกับผู้ตายคนใหม่นี้ได้ ๒๔ ศพพอดี  จากนั้นก็มีโอกาสพูดคุยกันกับ ลุงทองและพี่หนานเกียรติ โดยพี่หนานเกียรติจะเป็นคนเล่าเสียมากกว่า ผมกับลุงทองทำหน้าที่ผู้ฟังและคล้อยตามที่ดี

เขาว่า “เดี๋ยวนี่ ประเพณีคริสต์เริ่มมีวรรณะเข้ามาแทรกหลายเลาะ ตะก่อนปี่หนานหันเขาบ่อจี่ได้เจิญแขกผู้หลักผู้ใหญ่หรือผู้มีเกียรติ มานำวางก้อนดินจะนี่ เขาจะเจิญกั๋นง่าย ๆ ป่อจายต๋ายกะหื้อป่อจายวางก่อน แม่ญิงต๋ายกะหื้อแม่ญิงวางก่อน บะเด่วเจิญผู้นำ ข้าราชการมาวาง แสดงว่าวรรณะเริ่มเข้ามาแทรกหลายเลาะ”

ผมก็ได้แต่ “อื่อ..." แล้วว่า "เขากะบ่อปรับเอาแบบพุทธเฮาก่า”

แล้วเขาก็พูดต่อ “เป๋นหยังต้องเป็นคนตี่เฮาจ้างเขามาตวย คนตี่เขาทำงานบ่อกิ๋นเงินเดือน จ่วยเหลือวัดวามาเป๋นสิบยี่สิบปี๋จะใดบ่อหันคุณค่าของเขา หยังบ่อเอาจื่อเขาขึ้นก่อนเจิญเขากะ ตะก่อนป่อใหญ่ดีเป็นกรรมก๋ารวัดมากี้ปี๋มีรายจื่อขึ้นหน้า พอนายสมชาย(ลูกพ่อใหญ่ดี)เป๋นผู้ช่วยสมชาย กลับมีจื่อขึ้นหน้าก่อนป่อใหญ่ดี  ไอ้ริมเป๋นไผ อยู่ไหนบ่อหู้ พอผู้ใหญ่ถ่อนตั้งเป๋นผู้ช่วยมีรายจื่อขึ้นหน้า  ป่อใหญ่...บ้านปางค้ออดีตผู้ใหญ่บ้าน  พอลาออกแล้ว เอาจื่อเปิ่นไปไว้ท้ายคณะก๋รรมก๋ารวัดปุ้น  มันหมายความว่าจ๊ะใด หนานว่า  ลุงว่า เขาทำดีบ่อจี่มีเงินเดือนกิ๋น บ่อจี่ได้หวังอะหยัง แล้วเหตุไฉนถึงมาเอาคนตี่เฮาจ้างมา มาขึ้นหน้าเอ๊าะ” หันไปทางลุงทอง มองมาทางผม

ผมเสริม “อื่อ เฮาบ่อเอาความดีของคนเป๋นตั๋วตั้งเหนาะ ทุกวันนี่ เฮาเอาตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์เป็นตั๋ววัดกั๋น น่าจะเอาคนเฒ่าคนแก่ตี่เปิ่นได้สร้างคุณงามความดีหื้อหมู่บ้านขึ้นก่อนเหนาะ” 

เขาพูดต่อ “ปี่หนานหนะ ไปไหนจะปาลูกสาวไปโตยตลอดเมื่อมีโอกาส แล้วกะจะพยายามสอนเขาบ่อหื้อเขาดูถูกเหยียดหยามคน เพราะว่าคนเฮานั่น มีศักดิ์ศรีของความเป๋นคนเต้ากั๋น ก๋าบัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวเหมือนกั๋น  มีสิทธิ์ในทางกฎหมายเหมือนกั๋น บ่อว่าต๋าบอดหูหนวก พิก๋ารจ๊ะใดก่อแล้วแต่  เพราะอะหยังเขาถึงบ่อเหมือนเฮา บ่อหู้จ๊ะเฮา เพราะเขาบ่อมีโอกาส เพราะเขาขาดโอกาสหรือไม่ได้ฮับโอกาสตี่ดีอย่างเฮา แม่นก่อ คนตี่มียศต๋ำแหน่งอย่าไปกึ๊ดว่ามันจะอยู่ได้เมิน อย่าไปดูถูกดูหมิ่นกั๋น  คนตี่ดูถูกคนอื่นหนะปี่หนานสอนเขาว่ามันคือ ความอัปยศ เขากะคนเฮากะคนเหมือนกั๋นเหลาะ  แหมบ่อกี้ปี๋กะต๋ายละกั๋นหมดละ ผ่อหนะเฮาสามคนนี่” มองไปที่บนศีรษะลุงทองและใบหน้าผม

ผมได้แต่รับ “อื่อ...แต้เหนาะ”

เขาพูดต่อ “ผมสอนลูกอยู่เสมอว่าอย่าไปดูถูกคน ถ้าอี่น๊องบ่ออยากเป๋นเหมือนเขาอี่น๊องกะต้องเฮียร เพราะว่ามีโอกาสแล๊ว ทนเฮียรไปก่ะ ๕ ปี๋ จบแล้วกะสบายตลอด หรือว่าอี่น๊องจะสบาย ๕ ปี๋ แล้วหลังจากนั้นตุ๊กตลอดชีวิต หื้อเลือกเอาจะเอาจ๊ะใด ลูกสาวมันกะเงียบเหมือนกั๋นเด้อ”

ผมได้แต่พยักหน้ารับ “อื่อ...”

เขาก็เล่าต่อ “มีอยู่เตื่อหนึ่งแดดฮ๊อนนน หน้าตลาดแสนขัน มันลงไปซื้อกับเข้า เฮาแกล้งปิดกระจกทำเป๋นบ่อหู้เรื่องเหีย มันเดินวนอ้อมรถท่าทางหงุดหงิดตี่เปิดประตู๋บ่อได้(ทำท่าประกอบ) พอสักพักเฮาเปิดหื้อ มันก็ปรับแอร์เข้าหาตั๋วโส่ ๆ ก็เลยถือโอกาสสอนว่า อี่น๊องหันก่อหมู่ตี่เขาเทปู๋นอยู่ปุ๊นหนะ เขาจะฮ้อนมอกใด ทำงานหมดวันกล๋างแดด ต้องอดทนผ่องกะ อย่าไปเดือด นั่นหละหันก่อ ความลำบาก ถ้าบ่ออยากลำบากกะต้องเฮียร มันกะบ่อว่าจ๊ะใด เฮาสอนจ๊ะเอี้ยะ เวลามันมีปัญหาอะหยังมันจะโทรหาเฮาก่อนแม่มันก่อนหนะ”

ผมก็รับ “อื่อ..”

จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับนักเรียนนักศึกษาว่า “หละอ่อนนักเรียนตี่กู้ยืมเงิน กยศ. หนะ บางคนมันเอาเงินไปใจ๊ซื้อเครื่องมืออำนวยความสะดวก จนบ่อมีเงินเฮียรกะเลยต้องยอมเป็นเด็กเลี้ยงของเสี่ยกะมี  โดยลืมไปว่าตั๋วบ่อใจ่นักธุรกิจ เอาไปใจ๊หยังเครื่องละตะฮือ มันบ่อกุ้มก่า ลูกสาวมันเอากำของเฮาตี่สอนไปอู้กับเปื่อนมันว่า “..พ่อบอกว่าพวกที่ซื้อไอโฟนเนี่ย...นอกจากจะมีเงินแล้ว...ยังโง่ด้วย...พ่อเธอพูดอย่างนั้นเลยเหรอ?...ช่ายยย...” ลูกเฮามันถึงใจ๊โทรศัพท์เครื่องละบ่อกี้บาทไง”

ผมถามด้วยสงสัยว่า “แล้วมันเครื่องเต่าฮือล่า?”

เขาตอบ “สองหมื่นห้า” ผมก็ร้อง “โอ๋...”

จากนั้นก็คุยกันอีกเล็กน้อย ลุงดีที่อยู่อีกมุมหนึ่งใกล้ ๆ กับที่เขากำลังเทปูนทับบนหลุมศพอยู่ก็ร้องเรียกว่า “อู้กั๋นเข้าใจ๋แล้วกา”

ผมก็พูดขึ้นว่า “หู้เรื่องกั๋นดีละ ขอตั๋วกลับก่อนเด้อ”  แล้วผมกับหนานเกียรติก็พากันเดินออกจากสุสานมาที่รถของตนเอง ขับกลับมาบ้าน

ผมรู้สึกว่าวันนี้ได้ฟังเรื่องราวดี ๆ ความรู้ดี ๆ ที่ไม่คิดว่ามันจะได้ฟังจากพี่หนานเกียรติ ต้องขอชื่นชมในแนวคิดและคำสอนที่สอนให้ลูกเป็นคนดีไม่ดูถูกดูหมิ่นคน เหมือนดังคำสอนของพรานบูรพ์ที่เขียนไว้ว่า

คนเห็นคนเป็นคนนั่นแหละคน
คนเห็นคนใช่คนใช่คนไม่
กำเนิดคนต้องเป็นคนทุกคนไป
จนหรือมีผู้ดีไพร่ไม่พ้นคน

ที่มา http://www.oknation.net/blog/OldSongMan/2010/07/11/entry-3

สุดท้ายแล้วเราก็เป็นแค่คนคนหนึ่งเหมือน ๆ กัน เท่านั้นเอง...ใช่หรือไม่

หมายเลขบันทึก: 546684เขียนเมื่อ 26 สิงหาคม 2013 17:07 น. ()แก้ไขเมื่อ 26 สิงหาคม 2013 19:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (7)

คนมีร้อยแปดพันเก้านะครับ คน

พูดให้เห็นภาพเลยครับพี่หนาน  คิดถึงอดีตในสำนวนสำเนียงอย่างนี้ ที่เคยอยู่ลำปาง 2 ปีครับ ขอบคุณ...

อ่านแล้าวได้อรรถรส  แท้ ๆ ได้ภาษา เจ้าของถิ่นด้วย

เข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง  แต่ได้สชาติจริง  ๆ

  • ขอบคุณคุณ nobita ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นมากครับ
  • ขอบคุณคุณ ผู้เฒ่า สวนไผ่ อีกท่านที่ให้คำชมโดยที่ยังไม่ได้เข้าระบบเลย
  • ขอบคุณกำลังใจหลาย ๆ ท่านที่มอบดอกไม้ให้มาครับ
  • nui
    nobita
    noktalay
    Wasawat Deemarn
    ดร. พจนา แย้มนัยนา
    อักขณิช
    GD
    ครูหยิน

ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ที่ถ่ายทอดค่ะ ชื่นชมความคิด  เอามาต่อยอดความคิดได้ดีเลยค่ะ 

ขอบคุณคุณ ดร.จูล ขอบคุณคุณถาวรที่ให้ดอกไม้ และร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี