จดหมายถึงลูก "ภัคร" ฉบับที่ ๒๓ ตอน ครบรอบ ๒๖ ปี

                                        "อันความหวัง สร้างพลัง ให้เดินต่อ

                                         อุปสรรค ความย่อท้อ มาขัดขวาง

                                         แม้หนามเหน็บ เจ็บตำ ระกำทาง

                                         จะเดินอย่าง มีจุดหมาย ในหัวใจ

                                         เคยล้ม เคยเหลว เคยผิดพลาด

                                         จะไม่ขลาด เดินต่อไป ให้ถึงฝัน

                                         กำลังใจ จากทุกคน ส่งมาพลัน

                                         ฝั่งฝัน คงไม่ไกล เกินใจคน"

                        (ประพันธ์โดย...นายภัครพล  แสงเงิน, ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๖)

          ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ ผ่านไปแล้ว ๒๖ ปี สำหรับความเป็นแม่ที่เจ้าตัวโต "พี่ภัคร" ได้ลืมตามาดูโลกใบนี้เหมือนกับมนุษย์ทั่ว ๆ ไป สำหรับแม่ ๆ ยังจำวันที่ลูกของแม่เกิดได้อยู่เสมอ วันนั้นอากาศครึ้ม ๆ ตลอดทั้งวัน หมอชัยวัฒน์ นัดผ่าทำคลอดแม่ซึ่งเป็นท้องแรก เหตุที่ต้องเร่งผ่าทำคลอดเพราะแม่สอบติด ก.พ. ไว้ พ่อเร + แม่เกรงว่า...ถ้า สำนักงาน ก.พ. เรียกตัวแล้วแม่จะทำให้ไม่สามารถไปรายงานตัวเพื่อทำงานได้และจะทำให้พวกเราเดือดร้อน...หมอได้ทำการผ่าคลอด "พี่ภัคร" เวลา ๑๐.๐๐ น. ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๓๐ พี่ภัครเกิดมาเป็นเด็กฉลาด ช่างซัก ช่างถาม เป็นคนที่เข้มแข็ง รูปร่างของหนูจะเหมือนกับพ่อเร เรียกว่า หน้าตาเหมือนกับพ่อเรมากกว่าแม่ ไม่เหมือนน้องเพรียงที่รูปร่างหน้าตาจะมาทางแม่มากกว่า...

          พี่ภัครเรียนเก่งมาตั้งแต่อนุบาล ซึ่งครูที่สอนพี่ภัครบอกแม่ตั้งแต่เด็ก ๆ ซึ่งแม่ก็ได้แต่ยิ้ม ๆ พอขึ้นชั้นประถม - มัธยม พี่ภัครครองอันดับ ๑ มาตลอด พี่ภัครเรียนเก่ง แม้ว่าการอ่านหนังสือในตอนเด็ก ๆ พี่ภัครจะไม่ค่อยอ่านเท่าไหร่ แต่พี่ภัครบอกแม่ว่า...ใช้ความจำที่ครูสอนในห้องแล้วก็นำมาประยุกต์มากกว่า แต่พอโตขึ้นพี่ภัครก็เริ่มอ่านหนังสือเอง พี่ภัครหลงเข้าไปสอบเข้าเรียนในดงของเรื่องการเกษตร ในตอนนั้น แม่ก็จะไม่ค่อย Happy สักเท่าไหร่ สุดท้ายก็มาถึงตัวพี่ภัครเองว่า...พี่ภัครไม่สามารถเรียนเรื่องเกษตรได้ พี่ภัครขอแม่ Admistion ใหม่ โดยเลือก วิศวกรรม เทคนิคการแพทย์ แล้วก็มาตบท้ายด้วยภาษาไทย...สำหรับภาษาไทย พี่ภัครบอกว่า ค้นพบตนเองว่าชอบและรัก จึงลงไว้...ผลสอบในอันดับแรก พี่ภัครได้แต่ไม่ลงเรียน พี่ภัครขอเลือกวิชาภาษาไทย ที่ตนเองรัก + ชอบ และถนัด...

          และแล้วช่วงเวลา ๔ ปี ที่เรียนปริญญาตรี พี่ภัครก็สามารถคว้า "เกียรตินิยมอันดับ ๑" มาได้ เป็น ๑ เดียวในสาขาที่ได้รับ ต่อมาพี่ภัครสมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโท สาขาวรรณคดี ซึ่งเป็นสาขาที่ตนเองถนัดเอามาก ๆ พี่ภัครตั้งเป้าหมายของชีวิตว่า ต้องสอบและทำวิทยานิพนธ์ให้ผ่านสิ้นปี ๒๕๕๗ นี้...เพราะเรียกว่า พี่ภัครเสียเวลาไป ๒ ปี (ป.ตรี ๑ ปี และ ป.โท ๑ปี คือ ถ้าเป็นสมัยก่อนแล้วเขาจะต้องเรียนและจบในเกณฑ์ แต่มาปัจจุบันโลกเปลี่ยนไป การเสียเวลาไปก็เหมือนกับการได้กำไรชีวิตอีกทางหนึ่งเช่นกัน)...นี่คือ การมองโลกแบบใหม่สำหรับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อ - แม่ และลูก...พี่ภัครไม่ใส่ใจว่าตนเองจะจบสาขาภาษาไทยหรืออะไร แต่พี่ภัครรู้แค่เพียงว่า "สาขาภาษาไทย" เป็นสาขาที่พี่ภัครรักและถนัดมากที่สุดในขณะนี้...และพี่ภัครก็ได้ทำดีที่สุดแล้ว

          ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ เป็นวันครบรอบวันคล้ายวันเกิดของพี่ภัคร "ครบ ๒๖ ปีเต็ม" แม่ก็ส่งคำอวยพรให้กับลูกของแม่ตั้งแต่เช้ามืดใน Facebook และพี่ภัครก็ได้ตอบกลับมายังทุก ๆ คน ที่เข้าไปอวยพรวันคล้ายวันเกิดของหนูมาทาง Facebook เช่นกัน สำหรับแม่ ๆ ก็ขอให้ลูกของแม่ มีสุขภาพที่แข็งแรง มีอนาคตที่รุ่งเรืองสำหรับอาชีพที่หนูจะจบในวันข้างหน้านี้...และขอให้ลูกเป็นคนดีของสังคม เป็นอาจารย์ที่ดีของลูกศิษย์ เป็นคนดีของประเทศชาติด้วยก็แล้วกัน...สิ่งที่พวกเรา แม่ - ลูก ได้ใช้ในการติดต่อกันนอกจากโทรศัพท์ นั่นคือ Line เพราะแม่คิดว่า "ประหยัดกะตังค์" ดีกว่าสิ่งอื่น ๆ และสะดวกในการติดต่อสื่อสารกันระหว่าง แม่ - ลูก ในความคิดของแม่ เหมือนว่า "พวกเราอยู่ใกล้กันตลอดเวลา" มากกว่า...

รักลูกของแม่มาก ๆ

จาก..."แม่บุษ"

๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๖