แรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิต
แรงบันดาลใจ (Inspiration) หมายถึง พลังอำนาจในตนเองชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการขับเคลื่อนการคิดและ การกระทำใด ๆ ที่พึงประสงค์ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องอาศัยแรงจูงใจ(Motivation)ภายนอกก่อให้เกิด แรงจูงใจขึ้นภายในจิตใจเสียก่อน เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการคิดและการกระทำในสิ่งที่พึงประสงค์เหมือนเช่นปกติวิสัยของมนุษย์ส่วนใหญ่ ไม่ว่าสิ่งที่ตนกระทำนั้นจะยากสักเพียงใด ตนก็พร้อมที่จะฝ่าฟันอุปสรรคทั้งหลายสู่ความสำเร็จที่ต้องการให้จงได้ แม้จะต้องเสียสละบางสิ่งของตนเองไปบ้าง ก็พร้อมที่จะเสียสละได้เสมอ ถ้าจะช่วยนำมาซึ่งผลสำเร็จที่ต้องการนั้นได้จริง
แรงบันดาลใจของแต่ละคนนั้นย่อมแตกต่างกันออกไป หลายคนมีบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นต้นแบบเป็นแรงบันดาลใจ บางคนมีคนใกล้ตัวเป็น หรือแม้กระทั่งมีบางคนที่ยึดบุคคลที่ถูกสมมุติขึ้น อย่างในการ์ตูน หรือละครเป็นแรงบันดาลใจก็มี แต่ในที่นี่เราจะมาบอกว่าแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของพวกเรามีอะไรบ้างเริ่มต้นที่คุณตัน ภาสกรนที ปัจจุบันคุณตันเป็นบุคคลที่ทุกคนรู้จักในนามของนักธุรกิจใหญ่ใจบุญ เพราะในช่วงที่มีน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ก่อนหน้าที่โรงผลิตน้ำชาเขียวอิชิตันของคุณตันจะถูกน้ำท่วม คุณตันได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือผู้คน ควักกระเป๋าบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อช่วยน้ำท่วม แต่แล้วโรงงานของตนเองก็ถูกนำท่วมเสียหายหลายพันล้าน แต่คุณตันก็ยังไม่ถอย สร้างโรงงานใหม่ นำเข้าเครื่องจักรใหม่ทั้งหมด จากเหตุภัยน้ำท่วมในครั้งนั้น ทำให้เราได้รับข้อคิดดีๆจากคุณตันที่ว่า “เริ่มใหม่ได้...ถ้าหัวใจ ไม่ยอมแพ้" ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นถ้าเราตั้งใจ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้แน่นอน ดังนั้นอย่ายอมแพ้ ทุกอย่างมีทางออกเสมอ และต้องไม่จมกับความทุกข์ความหลังจนเกินไป ให้ก้าวไปข้างหน้าให้ได้ และทุกอย่างจะดีขึ้นเอง

ตัน ภาสกรนที
คนต่อมาคือBrian Tracy นักเขียนและนักบรรยายผู้โด่งดังระดับโลกชีวประวัติ ไบรอัน เทรซี เดิมเป็นเด็กที่เรียนได้ห่วย ต้องถูกขับไล่ออกจากโรงเรียน และต้องไปทำงานเป็นกรรมกรอยู่หลายปี เรียกได้ว่าเป็นพวกไม่มีอนาคตนั่นแหละ ต่อมาสมัยหนุ่มๆ ไบรอัน เทรซีได้ทำงานบนเรือส่งสินค้าได้มีโอกาสเดินทางไปหลายประเทศ กว่า80ประเทศ 5 ทวีป แต่สุดท้ายเขาก็ตกงานอีก เขาจึงผันตัวมาเป็นนักขาย แต่กว่าเขาจะขายของได้แต่ละชิ้นแทบเลือดตากระเด็น เขาจึงได้ตั้งคำถามว่า “ทำไมคนอื่นถึงทำได้ดีกว่าเรา” จากนั้นเขาก็ทำสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปโดยสิ้นเชิง เขาเริ่มถามบรรดาคนที่ประสบความสำเร็จว่าพวกเขาทำอย่างไรกันถึงหาเงินได้มากกว่าที่เขาหาแล้วไบรอัน ก็ทำตามคำแนะนำเหล่านั้นปรากฏว่ายอดขายของไบรอันพุ่งพรวดจนได้เป็นผู้จัดการฝ่ายขาย เขาใช้กลวิธีเดิม คือถามผู้จัดการฝ่ายขายที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็ทำตามนั้น ผลลัพธ์ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ไบรอันได้เลื่อนขั้นเป็นรองประธานบริษัท หนึ่งปีจากการเป็นพนักงานขาย เขาได้เลื่อนตำแหน่งมาเป็นผู้ทำยอดขายสูงสุด และปีถัดมาเขาได้เป็นผู้จัดการ อีกสามปีถัดมาเขาได้ดำรงตำแหน่งรองประธานดูแลพนักงานขาย 95 คนใน6ประเทศ โดยตอนนั้นเขามีอายุ 25 ปี ต่อมาเขาได้เรียนจนจบมหาลัยชื่อดัง เรียนพูดภาษาฝรั่งเศส เยอรมัน และสเปน จนกลายเป็นนักพูด ผู้ฝึกสอนและที่ปรึกษาให้กับบริษัทกว่า1000แห่ง ในแต่ละปีเขาจัดสมนาให้ความรู้กับคนมากกว่า250000คน และบ่อยครั้งที่เขาต้องพูดต่อหน้าคนมากถึง20000คนหลักการสำคัญที่ไบรอัน เทรซี ใช้ในการนำพาตนเองไปสู่ความสำเร็จ
1.เพียงแค่ค้นหาว่าคนที่ประสบความสำเร็จเขาทำอะไรกัน แล้วก็ทำตามนั้นจนกว่าจะได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน
2.ใช้กฎ80/20 กับทุกๆเรื่อง คือ 20เปอร์เซนต์ของกิจกรรมที่คุณทำจะก่อให้เกิดผลลัพธ์มากถึง80เปอร์เซ็นต์ หมายถึงหากคุณมีสิ่งที่ต้องทำ10อย่าง 2อย่างในนั้นจะมีค่ามากกว่า8อย่างที่เหลือรวมกัน5-10เท่าเลยทีเดียว แต่เป็นเรื่องน่าเศร้าที่คนส่วนใหญ่ชอบหันไปคลุกคลีกับงาน8อย่างที่ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไรเท่าไรนัก
3.กินกบตัวนั้นซะ คือ หากสิ่งแรกที่คุณทำในตอนเช้าของวันคือการกินกบตัวเป็นๆตัวหนึ่ง คุณจะผ่านวันนั้นไปได้สบายๆ เพราะคุณรู้แล้วว่านั่นน่าจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับคุณในวันนั้น(กบในที่นี้ก็คือ งานที่สำคัญและมีขนาดใหญ่โตที่สุด และเป็นงานที่ส่งผลอันใหญ่หลวงต่อชีวิตเรา ซึ่งเรามักจะไม่ลงมือทำและผัดวันประกันพรุ่งออกไป)
พูดง่ายๆคือ ในทุกๆเช้าที่ตื่นมาให้ทำงานที่สำคัญที่สุดก่อน เพราะงานเหล่านี้จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์มากถึง80%

Brian Tracy
ถ้าจะพูดถึงแรงบันดาลที่เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จแล้ว หลายคนก็คงนึกถึง ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร" เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ที่รู้จักในชื่อ "ซี.พี." ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทชั้นนำของไทยที่ดำเนินธุรกิจหลากหลายในลักษณะที่เรียกว่า Conglomorate มีธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารเป็นธุรกิจหลัก โดยมีการค้าการลงทุนใน 15 ประเทศทั่วโลก และมีบริษัทในเครือประมาณ 200 แห่งทั่วโลก พนักงานราว 280,000 คน ซึ่งความสำเร็จของซี.พี.ทั้งหมด เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์และความสามารถของ ‘ธนินท์ เจียรวนนท์' นั่นเอง กุญแจสู่ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจของซี.พี.ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งก็คือ "คน" ..."ธนินท์"ให้ความสำคัญกับการสร้างคน และมีนโยบายให้ผู้นำกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ในเครือซี.พี.เร่งดำเนินการสร้างและพัฒนาคนเก่งเพื่อรองรับการเติบโตบนเวทีการค้าโลก เพราะถ้าไม่มีคนเก่ง ซี.พี.ก็ไม่สามารถชนะในตลาดโลกได้จะเห็นได้ว่า เงิน ไม่ใช่ปัจจัยสำคัญประการแรกในการสร้างคนตามสไตล์ของ"ธนินท์" ทั้งนี้เพราะ"ธนินท์"คิดว่า สำหรับคนเก่งนั้นเงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด อำนาจ และเกียรติต้องมาก่อน ด้วยเหตุนี้ซี.พี.จึงมีบริษัทในเครือฯมากมายถึง 200 กว่าแห่งทั่วโลก เพื่อเป็นเวทีสำหรับคนเก่ง ในโลกแห่งการแข่งขันทางการค้าและการทำธุรกิจ "ธนินท์" มีนโยบายให้รักษาคู่แข่ง และไม่เอาเปรียบลูกค้า "ธนินท์" กล่าวว่า นักธุรกิจที่แท้จริง จะพยายามแข่งขันกันอยู่ในขอบเขต จะไม่แข่งจนตายไปฝ่ายเดียว หรือพังไปข้างหนึ่ง ถ้าเรามีความสามารถ เราก็ไปหาธุรกิจที่อื่น ทำไมต้องมาเจาะจงมาแย่งข้าวชามเดียวกัน สุดท้ายสองคน สามคนไม่อิ่มสักคน แล้วก็ไม่มีประสิทธิภาพ สิ่งสุดท้ายที่ทำให้"ธนินท์"ประสบความสำเร็จคือ จะทำอะไรก็ตามต้องคำนึงถึงว่า ประเทศชาติต้องได้ประโยชน์ ประชาชนต้องได้ประโยชน์ และบริษัทก็ต้องได้ประโยชน์ด้วย นั่นคือปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของเครือซี.พี.

ธนินท์ เจียรวนนท์
อีกบุคคลหนึ่งที่หลายคนได้รับแรงบันดาลใจจากเขาคือเฉลียว อยู่วิทยา เจ้าของเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดังที่ก้องไปถึงฝั่งตะวันตกของโลก “Red Bull” เฉลียวมีชื่อจีนคือ "โกเหลียว" มีเชื้อสายจีนไหหลำ โดยปู่มาจากเมืองจีน และย่าเป็นชาวไทย เฉลียวเกิดที่จังหวัดพิจิตรในครอบครัวที่มีฐานะยากจน โดยประกอบอาชีพเลี้ยงเป็ด และค้าขายผลไม้ จากนั้นได้เดินทางเข้ากรุงเทพมหานครฯ เพื่อช่วยพี่ชายทำงานร้านขายยา โดยเป็นเซลส์ขายยา "ออริโอมัยซิน" ของบริษัทเอฟ.อี.ซิลลิคฯ แล้วลาออกมาเป็นตัวแทนนำเข้ายามาจำหน่ายเอง ต่อมา ตั้งโรงงานผสมยาอยู่หลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ ราชดำเนิน และ ตั้งบริษัท ทีซีมัยซิน ในช่วงแรก ผลิตแป้ง "แทตทู", ยาเด็ก "เบบี้ดอล" ก่อนจะมาถึงเครื่องดื่ม "กระทิงแดง" ด้วยการทำตลาดแบบถึงลูกถึงคน ทำให้กระทิงแดงตีตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของตลาด ในปี พ.ศ. 2527 เฉลียวขยายธุรกิจกระทิงแดงไปต่างประเทศ โดยลงทุนร่วมกับดีทริช เมเทสซิทซ์ (Dietrich Mateschitz) นักธุรกิจชาวออสเตรีย ก่อตั้งบริษัท Red Bull GmbH. ในประเทศออสเตรีย โดยเฉลียวและเมเทสซิทซ์ถือหุ้นคนละ 49% และเฉลิม อยู่วิทยา บุตรชายของเฉลียว ถือหุ้นอีก 2% ผลิตและวางจำหน่ายกระทิงแดงในยุโรปภายใต้ชื่อการค้า เรดบูล และส่งไปขายในกว่า 70 ประเทศทั่วโลก] เรดบูลมีการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยการเข้าสู่วงการกีฬา โดยเป็นผู้สนับสนุนทีมแข่งรถ เรดบูลเรซซิง ที่ได้รับตำแหน่งแชมเปียนโลกรถสูตรหนึ่งประจำปี 2010 และสโมสรกีฬาฟุตบอลเรดบูลรวม 5 แห่ง เป็นผู้สนับสนุนรายการแข่งขันกีฬาประเภทเอ็กซทรีมมากมาย ทรัพย์สินด้านสื่อของบริษัท มีทั้งนิตยสารเรดบูล เลทิน และเรดบูล เวอร์ซัส ทีวี ช่องเอชดีทีวีแบบไม่เก็บค่าชมที่แพร่ภาพอยู่ในยุโรป เฉลียวคือตัวอย่างของบุคคลที่ยากจนแต่ขยันจนทำให้เขากลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต

เฉลียว อยู่วิทยา
วิกรม กรมประดิษฐ์ คืออีกหนึ่งแรงบันดาลใจของเราเขาคือนักธุรกิจและนักเขียนชาวไทย ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร (CEO)บมจ. อมตะ คอร์ปอเรชัน เจ้าของโครงการนิคมอุตสาหกรรม 3 แห่งในประเทศไทย ปัจจุบันได้ผันตัวเองมาเป็นนักเขียนและใช้ชีวิตอย่างสงบที่ดงกุฎาคาร เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา คติของเขาที่เราประทับใจคือ“There is a will, there is a way”

วิกรม กรมประดิษฐ์
ไม่เพียงบุคคลที่มีชื่อเสียงเท่านั้นที่เป็นแรงบันดาลใจเรา บุคคลที่ไม่มีชื่อเสียงอะไรอย่างเธอคนนี้ก็เป็นแรงบันดาลใจของเราเช่นกัน และนี้คือเรื่องราวของเธอ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งอาศัยอยู่กับ พ่อ แม่ ยาย และน้องสาวในหมู่บ้านแถบภาคอีสาน หลังจากที่เธอเรียนจบชั้นประถมศึกษา ครอบครัวของเธอก็ไม่ได้ให้เธอเรียนต่อ ประกอบกับหมู่บ้านนี้มักจะให้ลูกๆ ออกจากการเรียนมาช่วยพ่อแม่ทำมาหากิน เพราะคิดว่าเรียนไปก็เสียเวลาทำมาหากิน แต่ด้วยความที่เธอเป็นเด็กที่มีความขยันและมีความตั้งใจ เธอขอพ่อแม่ เรียนต่อ กศน. ในที่สุด เธอสามารถเรียนจบได้วุฒิ ม.3 หลังจากนั้น เธอขอพ่อแม่ ออกไปทำงานกับเพื่อนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันที่กรุงเทพฯ อาชีพที่เธอทำก็คือ “สาวโรงงาน” หลายครั้งที่เธอต้องเปลี่ยนโรงงานบ่อยๆ เป็นเพราะ สภาพเศรษฐกิจ นโยบายของโรงงาน รวมทั้งเพื่อนๆ ของเธอที่อยากกลับบ้าน ตลอดการทำงานที่กรุงเทพฯ เธอคิดถึงเรื่องการเรียนต่อมาโดยตลอด เธอเรียนและทำงานควบคู่กันไป เธอส่งเงินให้พ่อแม่ใช้ทุกเดือน ในที่สุด เธอก็เรียน กศน. จนได้วุฒิ ม.6เธอเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาในคณะนิติศาสตร์ ม.รามคำแหง เธอหยุดทำงาน แล้วหันมากู้เงินเรียน เธอใช้เวลาสามปี จึงสำเร็จการศึกษา ในปัจจุบัน เธอได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “ผู้ช่วยผู้พิพากษา” มาเป็นเวลานับ 8 ปีแล้วจากเรื่องราวชีวิตของอดีตสาวโรงงานคนนี้ ทำให้เรารู้สึกว่า โอกาสในชีวิตของแต่ละคนมีไม่เท่ากัน โอกาสที่จะได้ทำอะไรใหญ่ๆ อาจมีอยู่ไม่มากนัก แต่โอกาสที่จะได้ทำสิ่งเล็กๆ แต่ทำให้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่นั้นมีอยู่ทุกวัน ในเมื่อโอกาสมาถึง แม้ว่าความพร้อมของเราจะไม่เท่าคนอื่น แต่ถ้าเราได้คว้ามันไว้ และทำมันออกมาให้สุดความสามารถ อย่างน้อย จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียดายทีหลัง และคนที่ภูมิใจที่สุดก็คือตัวของเราเอง
จากที่กล่าวมาทั้งหมดบุคคลที่เป็นแรงบันดาลใจเรานั้นล้วนเป็นบุคคลที่อยู่ไกลตัวเราทั้งนั้น แต่ไม่ใช่ว่าบุคคลใกล้ตัวเราจะเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตไม่ได้ ตรงข้ามกันพวกเรากลับเห็นว่าบุคคลใกล้ตัวเราอย่างพ่อและแม่ต่างหากที่เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของเราจริงๆ พ่อและแม่ของเรานั้น ได้สอนทุกๆอย่างในการดำรงชีวิตตั้งแต่เด็กแต่เล็ก ท่านก็สอนให้เรารู้จักเก็บเงินด้วยตัวเองหาก ต้องการสิ่งใด แต่การที่จะซื้ออะไรนั้นจะต้องอยู่บนความจำเป็นเท่านั้น ให้เราได้รู้จักและเห็นคุณค่าของเงินท่านเป็นคนที่สอนให้เห็นคุณค่าของเวลา ว่าเวลานั้นมีค่ามากแค่ไหน เวลาเป็นสิ่งหนึ่งที่เมื่อมันผ่านไปแล้ว เราจะขอให้มันย้อนกลับไม่ได้ ท่านเป็นคนที่สอนให้รู้จักคำนึงถึงจิตใจผู้อื่นเสมอ ให้นึกว่า เมื่อเราทำยังงั้นยังงี้ คนอื่นๆ จะรู้สึกอย่างไร และข้อสุดท้ายท่านเป็นคนที่สอนและทำให้เห็นว่าความรักจากพ่อแม่นั้นมีอยู่จริง พวกท่านสามารถยอมสละได้ทุกอย่างเพื่อนให้เราได้มีโอกาสมากกว่าพวกท่าน ยอมให้เราสบาย ทั้งๆที่ท่านต้องเหนื่อย แต่ท่านก็ยังอดทนและพร้อมที่จะเต็มใจทำเพื่อพวกเรา ท่านคือแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของเราอย่างแท้จริง
![]()



อย่างที่กล่าวไว้ในตอนแรกว่าแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนนั่นแตกต่างกันไปเพราะคนเรามีฝันที่ไม่เหมือนกัน สิ่งที่ยึดมั่นก็ย่อมแตกต่างไปด้วย แต่มีสิ่งหนึ่งที่อยากบอกไว้คือ ในวันนี้สิ่งใดที่เป็นแรงบันดาลใจของคุณ จงยึดสิ่งนั้นไว้ เมื่อคุณท้อแท้และอ่อนกำลังให้มองไปยังท้องฟ้าที่กว้างไกล ที่ซึ่งเป็นความฝันของเรา แล้วแรงบันดาลใจ จะเป็นลมติดปีก ส่งให้คุณทะยานขึ้นไปสู่ปลายฟ้าที่สดใส

เอกสารอ้างอิง
http://survivingheartsurgery.com/wp-content/uploads/2013/01/Inspiration-After-Open-Heart-Surgery.jpg
http://news.tlcthai.com/wp-content/uploads/2013/05/scoop08.jpg
http://imguruguide.com/wp-content/uploads/2012/02/brian-tracy-review.jpg
http://1.bp.blogspot.com/-BXS8cXoAgI4/UHLWw6K7H0I/AAAAAAAAAKI/wB0ZE-VgVCI/s320/1346402135.jpg
http://www.sarut-homesite.net/wp-content/uploads/2009/09/180px-Chaleaw.jpg
http://www.bloggang.com/data/rngja/picture/1331123444.jpg
http://www.toptenthailand.com/2013/img/img_topten/img_icon/1346816479.jpg
http://www.sarnrak.net/html/blog/family_1%20daughter.jpg
http://board.postjung.com/data/641/641723-img-1352822213-1.jpg
http://img.rjeem.com/imgcache/2012/12/21698.png
บันทึกเมื่อ 27/07/2556
โดย
563070010-7 นายจิตวัต ชูตระกูลวงศ์
563070037-7 นายณัฐภัทร โรจนาภินันท์
563070064-4 นายภาสุ หาญตระกูล
563070092-9 นายอุปพันธ์ อุปลานนท์
563070116-1 นายกิตติศัพท์ พันธไชย
563070140-4 นายพงศธร คำมูล
563070165-8 นางสาววชิราพร เพริดพราว
563070189-4 นางสาวพรธีรา พันธุ์ตา
563070213-3 นางสาวพิรุณทิพย์ สายสุริยา
563070237-9 นายวิชัย ไพรลือชา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เป็นบทความที่ให้ทั้งประโยชน์ และข้อคิดดีๆมากมาย
ได้ข้อคิดและแรงบันดาลใจที่ดีมากเลยค่ะ
เป็นบทความที่ดีมากเลยค่ะ
อ่านแล้วมีกำลังใจสู้เลยค่ะ :)
อ่านแล้วได้ข้อคิดแนวทางเยอะเลยค่า
เป็นบทความที่ดีมากๆ ครับ
เป็นบทความที่ดีมาก เหมาะแก่การสร้างแรงบันดาลใจ