
ประวัติ
เรื่องราวของ Helen Keller
คือเรื่องของเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งอายุ 19 เดือน
เธอได้สูญเสียการได้ยินและการมองเห็นและผู้ซึ่งต่อต้านกับการครอบงำและมีการ
ทนทานต่อการเติบโต
เป็นผู้ที่มีสติปัญญาอย่างสูงและเป็นผู้หญิงที่มีความอ่อนไหว
ผู้ซึ่งมีการเขียนและการพูดแลทุ่มเทอย่างไม่หยุดหย่อนสำหรับความเป็นอยู่ที่
ดีของผู้อื่น
สัญลักษณ์ของความสำเร็จที่มีมากที่เหนือความทุกข์ร้อนที่เธอเป็น
ซึ่งอยู่ในประวัติศาสตร์ของช่วงเวลาของยุคเรา
Helen Adams Keller เป็นเด็กที่เกิดมามีสุขภาพดีอยู่ในเมือง
Tuseumbia รัฐ Alabama สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 27 มิถุนายน ปี 1880
ในบ้านพักที่มีกำแพงสีขาวล้อมรอบซึ่งเรียกว่า “IvyGreen”
ในด้านของบิดาขอเธอเธอได้สืบทอดมาจาก Alerander Spottswood
ซึ่งเป็นผู้ว่าการอาณานิคม Virginia ผู้ซึ่งได้ติดต่อเชื่อมโยงกับ Less
และตระกูลทางตอนใต้อื่น ๆ
สำหรับในด้านของแม่ของเธอเธอได้รับสัมพันธ์กับตระกูลของ New England
ที่โดดเด่นจำนวนมากซึ่งรวมถึง Heles, the Everetts และ Adamees
บิดาของเธอกับตัน Arthur Keller เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ The North
Alabamian กับตัน keller
ยังมีความสนใจความมั่นคงในชีวิตของประชาชนและเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลในชุมชน
ของตนเอง ในปี 1885 ภายใต้การริหารงานของประธานาธิบดี Cleveland
ของได้รับการแต่งตั้งให้เป็นจอมพลของ Alabama ตอนเหนือ
จากการเจ็บป่วยทำให้ทารกอย่าง Helen Keller
หูหนวกและตาบอดก่อนที่เธอจะมีการเรียนพูดซึ่งมีการวินิจฉัยว่าเธอเป็น
brain fever ณ เวลาดังกล่าวซึ่งบางทีคงจะเป็น scarlet fever เมื่อ
Helen Keller
เติบโตจากทารกสู่การเป็นวัยเด็กเธอไม่สามารถควบคุมได้และมีการเข้าใจที่แท้
จริงน้อยมากเกี่ยวกับโลกรอบ ๆ ตัวเธอ
Anne Mansfield
Sullivan อาจารย์ของเฮเลน
ชีวิตใหม่ของ Helen Keller
ได้เริ่มต้นในเดือนมีนาคม ปี 1887 เมื่ออายุของเธอเกือบจะครบ 7 ขวบ
ในวันดังกล่าว Miss Keller เธอมักจะเรียกมันว่า
“วันที่สำคัญมากที่สุดที่ฉันจำได้ในชีวิตของฉัน” Anne Mansfield
Sullivan มาที่เมือง Tuscumbia เพื่อที่จะเป็นครูของเธอ Sullivan
ซึ่ง สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี อายุ 20 ปี จากโรงเรียน Perkins
School สำหรับคนตาบอด
ผู้ซึ่งได้คืนการมองเห็นที่มีประโยชน์โดยอาศัยการผ่าตัดหลายครั้งและเธอมา
ที่ Keller โดยอาศัยความสนใจที่เน้นการเห็นอกเห็นใจผู้อื่นของ Alexander
Graham Bell
จากวันที่เป็นพรหมลิขิตดังกล่าวทั้งสองไม่สามารถจะแยกกันได้กระทั่งการจากไป
ของบุคคลแรกในปี 1936
Miss Sullivan
ได้เปลี่ยนเด็กที่ไม่สามารถควบคุมได้สู่การเป็นมนุษย์ผู้ซึ่งมีความรับผิด
ชอบและประสบผลสำเร็จในการตื่นตัวและกระตุ้นจิตใจที่ยอดเยี่ยมของเธอจนเป็น
ที่คุ้นเคยแก่คนเป็นล้าน ๆ
ที่น่าสังเกตมากที่สุดโดยอาศัยการแสดงและภาพยนตร์ของ Wilian Gibson
นั่นคือ The Minacle Worker ซึ่งก็คืออรรถชีวประวัติของ Miss Keller
ในช่วงอายุอ่อน ๆ , The
Miss Sullivan เริ่มต้นภารกิจของเธอด้วยตุ๊กตาที่เด็ก ๆ ที่
Perkin ได้ทำขึ้นเพื่อที่จะเอามาให้ Helen จากการสะกด “d-o-l-l”
โดยเขียนบนมือของเด็ก
เธอหวังว่าจะสามารถสอนเธอให้มีการเชื่อมโยงระหว่างวัตถุกับตัวอักษร Helen
ได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วในการประกอบกันของตัวอักษรอย่างถูกต้องและในลำดับ
ที่ถูกต้องแต่เธอไม่รู้ว่าเธอสะกดคำอยู่หรือแม้แต่ว่าคำดังกล่าวนั้นมีจริง
ในวันต่อ ๆ มาเธอได้เรียนรู้การสะกดคำต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น
วันหนึ่งเธอและครู ไปที่นอกบ้าน Miss Sullivan
เริ่มต้นเปิดน้ำและใส่ลงที่มือของเฮเลนให้น้ำผ่านมือ
เมื่อน้ำเย็นไหลผ่านบนมือของเธอข้างหนึ่งเธอสะกดคำลงบนมือของเธออีกข้างคือ
“w-a-t-e-r” เริ่มแรกช้าหลังจากนั้นเร็วขึ้น
ทันใดนั้นสัญลักษณ์ได้กลายมาเป็นความหมายในจิตใจของเฮเลน เธอรู้ว่า น้ำ
มันหมายถึงสารที่เย็นที่ดีมากไหลผ่านมือของเธอ
ไม่นานหลังจากนั้นเธอได้สัมผัสกับพื้นดินและขอชื่อที่เป็นตัวอักษรของมัน
ก่อนที่ตะวันจะตกดินเธอได้เรียนรู้คำ 30 คำ

นั่นคือการศึกษาของเฮเลน ได้เริ่มต้นแล้ว
เธอดำเนินการไปอย่างรวดเร็วในการใส่ตัวอักษรทั้งโดยใช้มือและใช้ตัวอักษรนูน
สำหรับผู้อ่านที่ตาบอดและได้อุปกรณ์สำหรับการอ่านและเขียน ในปี 1980
เมื่อเธออายุ 10 ปี เธอได้แสดงถึงความต้องการที่จะเรียนพูด
อย่างไรก็ตามเธอพบว่าเด็กหญิงตาบอดหูหนวกที่น้อยมากในนอรเวย์ที่ได้มาซึ่ง
ความสามารถดังกล่าว Miss Sarah Fuller จากโรงเรียน Horuee Mann
School คือครูสอนภาษาพูดคนแรกของเธอ
ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เฮเลน กล่าวว่า
“วันหนึ่งฉันจะฉันจะต้องเข้าเรียนที่วิทยาลัย”
และในที่สุดเธอก็ได้เข้าเรียน ในปี 1898 เธอได้เข้าเรียนที่โรงเรียน
Cambridge School เธอได้เข้าเรียนที่ Radclilt ในฤดูใบไม้ร่วงปี 1990
และได้รับปริญญาตรีศิลปะศาสตร์ ในปี 1904 ตลอดทั่วทั้งปีต่าง ๆ
เหล่านี้และจนกระทั่งเธอเสียชีวิตในปี 1963 Anne Sulliran
มักจะอยู่ข้าง ๆ กายของเฮเลน
มีการสอนการสะกดโดยใช้หนังสือเล่มแล้วเล่มเล่าและบรรยายแล้วบรรยายอีกลงบน
มือของนักเรียน

การเข้าเรียนอย่างเป็นทางการของเฮเลนสิ้นสุดเมื่อเธอได้รับปริญญาแต่ตลอด
ทั้งชีวิตของเธอเธอยังมีการศึกษาอย่างต่อเนื่องและรับรู้ข่าวสารด้านต่าง ๆ
ที่สำคัญสำหรับคนสมัยใหม่
ในการยอมรับองค์ความรู้ที่กว้างขวางของเธอและการบรรลุผลสัมฤทธิ์ทางด้านการ
ศึกษาจำนวนมากเธอได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก Temple
University และ Harvard University และจาก Universities of Glasgow
(สก๊อตแลนด์), Berlin(เยอรมันนี), Delhi(อินเดีย) และ Witwatersrand ใน
Johannsburg อัฟริกาใต้
นอกจากนี้เธอยังเป็นอาจารย์กิตติมศักดิ์ของสถาบันการศึกษาของสก๊อตแลนด์
งานเขียน
เฮเลนได้กลายเป็นนักปาฐกถาและนักเขียนที่มีชื่อเสียงโดดเด่นระดับโลก ได้เขียนหนังสืออัตชีวประวัติชื่อ "เรื่องราวชีวิตของข้าพเจ้า" (The Story of MyLife) พ.ศ. 2445 ซึ่งได้รับการนำไปทำเป็นบทละครเรื่อง "นักทำงานมหัศจรรย์" (The Miracle Worker) เรื่องที่แสดงให้เห็นวิธีการเรียนการสื่อความของเฮเลนทั้งที่มองไม่เห็นและ ไม่ได้ยิน ในปี พ.ศ. 2502 และได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ใน 3 ปีต่อมา
http://www.youtube.com/watch?v=Gv1uLfF35Uw
http://www.youtube.com/watch?v=bLTFr_KqVLE
link ภาพยนตร์เรื่องmiracle life
การเมือง
เฮเลน เคลเลอร์ได้ชื่อว่าเป็นนักรณรงค์เพื่อคนพิการที่มีบทบาท สำคัญ รวมทั้งการณรงค์สนับสนุนให้สตรีมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง ต่อต้านความรุนแรงและการสนับสนุนการคุมกำเนิด ในปี พ.ศ. 2458 ได้ก่อตั้งองค์การไม่แสวงกำไร "เฮเลนเคลเลอร์สากล" เพื่อป้องกันการตาบอด เฮเลนกับเพื่อนและครูคือ แอนน์ ซุลลิแวนได้ร่วมเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ 39 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย และได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นหลายครั้งและเป็นที่ชื่นชอบของชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง เฮเลน เคลเลอร์ได้พบกับประธานาธิบดีทุกคนตั้งแต่โกรเวอร์ คลีฟแลนด์ถึงประธานาธิบดีลีนดอน จอนห์สัน เป็นเพื่อนกับผู้มีชื่อเสียงอีกหลายคน อาทิ เช่น อเล็กซานเดอร์ แกรแฮม เบลล์ ชาร์ลี แชปปลิน และมาร์ค ทเวน

บั้นปลายชีวิต
เฮเลน เคลเลอร์เป็นสมาชิกพรรคสังคมนิยม
รณรงค์ช่วยเหลือชนชั้นกรรมกรตั้งแต่ปี พ.ศ. 2452- 2464
ได้เข้าไปเยี่ยมเยือนคลุกคลีกันคนยากจน ซึ่งเธอได้กล่าวไว้ว่า "ฉันได้ไปเยี่ยมโรงงาน สลัมคนยากจน ถึงฉันจะมองไม่เห็นแต่ก็ได้กลิ่น" กิจกรรมทางการเมืองของเฮเลนได้ลดลงพร้อมกับการเสื่อมถอยของพรรคสังคมนิยมหลังจากการเกิดสงครามโลกครั้งที่2 และได้หันมาทำงานให้กับ "มูลนิธิอเมริกันเพื่อคนตาบอด" จนถึงแก่กรรมเมื่ออ
เฮเลนเสียชีวิตวันที่ 1 มิถุนายน 1968 ที่ Arean Ridge ณ
เวลาที่อายุเกือบจะครบ 88 ปี ขี้เถ้าของเธอมีการจัดวางอยู่ใกล้ ๆ
กลับเพื่อน ๆ ที่เป็นสุดที่รักนั่นคือ Anne Sullivan Macy และ Polly
Thomson ในโบสถ์ของ St Joseph ของวอชิงตัน ณ
โอกาสดังกล่าวการรำลึกถึงโดยสาธารณะจะมีการจัดขึ้นในโบสถ์ดังกล่าวซึ่งเป็น
การตั้งใจโดยครอบครัวและเพื่อน ๆ ของเธอ เจ้าหน้าที่ของรัฐ
บุคคลผู้โดดเด่นจากทุกสาขาอาชีพ และตัวแทนจากองค์กรต่าง ๆ
ส่วนมากสำหรับคนตาบอดและหูหนวก
ในถ้อยคำสรรเสริญที่วุฒิสมาชิก Lister Hill แห่ง Alabama
ได้แสดงออกถึงความรู้สึกของโลกทั้งโลกเมื่อเขาได้กล่าวเกี่ยวกับเฮเลนว่า
“เธอจะยังมีชีวิตอยู่ เธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คน ชื่อนี้เป็นอมตะ
วิญญาณของเธอจะยังคงทนตราบใดที่มนุษย์ยังสามารถอ่านและประวัติจะมีการกล่าว
ถึงของผู้หญิงคนหนึ่งผู้ซึ่งได้แสดงให้ทั่วโลกได้รู้ว่าไม่มีขอบเขตต่อความ
กล้าหาญและศรัทธา”
เอกสารอ้างอิง
http://www.baanjomyut.com/library_2/extension-1/helen_keller/index.html
http://www.youtube.com/watch?v=bLTFr_KqVLE
http://www.youtube.com/watch?v=Gv1uLfF35Uw
คณะผู้จัดทำ
563070021-2 นางสาวนัฐฐา ไวทยะวิจิตร
563070046-6 นายปวริศร อัศวเลิศแสง
563070074-1 นางสาววรดา จันดารักษ์
563070101-4 นางสาวธัญรัตน์ พุ่มเทียน
563070125-0 นางสาวมุกรินทร์ ประฏิภาณวัตร
563070149-6 นายฆีณ ปิ่นแก้ว
563070174-7 นายนนชยา ใจตรง
563070198-3 นางสาวชนม์นิกา ประดิษฐ
563070222-2 นางสาวศุภรานันท์ ภักตะภา
563070252-3 นางสาวณัฐกานต์ โถวสกุล
จัดทำเมื่อ : 27/7/2556
การที่เราไม่เหมือนคนอื่น ไม่ได้ทำให้เราไร้คุณค่า ดีมากๆเลยครับ
เป็นบุคคลที่มีชื่อเป็นอมตะจริงๆครับ เรื่องราวของเธอคงอยู่คู่โลกไปอีกนาน
เป็นบุคคลที่น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง ความไม่มีของเธอไม่ได้ปิดกั้นให้เธอไม่สามารถให้สิ่งดีๆกับคนอื่นได้
เป็นบุคคลที่น่าเป็นแบบอย่างมากจริงๆค่ะ
น่าชื่นชมมากๆเลยค่ะ
เป็นชีวิตที่น่าสรรเสริญมากๆค่ะ