ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว...ผมได้มาดูแลและล้างแผลให้พ่อของ “เด็กหญิง”
ที่นอนแน่นิง...ไม่รับรู้ความเป็นมาเป็นไปของโลกและเวลา
เพราะศีรษะของพ่อของเด็กหญิงได้รับการกระทบกระเทือนจากการตกจากรถกระบะ
ที่ส่งแรงงานมากมายกลับบ้านในยามพลบค่ำ
วันเกิดเหตุ...เด็กหญิงก็ไปทำงานกับพ่อ...
ถ้าผมเป็นเด็กหญิงผมคงจดจำภาพอันเลวร้ายที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีวันลืมเลือน
ผมมาล้างแผลให้ทุกวัน...เว้นเสียแต่ผมไม่ได้อยู่ในพื้นที่...
ผมขอร้องให้น้องๆ หมออนามัยไปช่วยล้างแผลให้...
แผลของพ่อเด็กหญิงผุดราวกับเห็ด...หายไปหนึ่งแผล...แต่กลับได้เพิ่มถึงสองแผล
ผมผ่านความรู้สึกเหม็นหรือรังเกียจบาดแผลที่เต็มไปหนอง...พร้อมกับ
การเรียนรู้และเข้าใจชีวิต...การดูแลพ่อของเด็กหญิงทำให้ผมได้เติบโตและเรียนรู้ชีวิตของตนเอง
ผมขอร้องญาติๆ ให้เอาคนไข้ไปนอนโรงพยาบาลได้ไหม?
แต่ก็ได้รับคำปฏิเสธทุกครั้ง...ผมเรียก 1669 มารับ...แต่ผ่านไปสองวัน คนไข้ก็กลับมานอนแน่นิ่งอยู่ที่บ้านเช่นเดิม...
ผมเริ่มเข้าใจ...เข้าใจ...และยอมรับ...ในที่สุด ทั้งที่หัวใจมีคำถามถามใจตัวเองมากมาย
สภาพบ้าน...ประตูบ้านที่ย่าของเด็กหญิง ที่เป็น “จ้ำ” (ร่างทรง)...ประจำหมู่บ้าน
ชอบลากเอาหนามของต้นไม้ เช่น มะขามเทศ ไม้ไผ่...ที่อยู่นอกหมู่บ้าน...มาปกปิดบ้านไว้...
ภายในบ้านก็เต็มไปด้วยฝุ่นเกรอะ...เสื้อผ้าที่กองเป็นหย่อมๆ ...
เมื่อเดินเข้าบ้านแต่ละครั้งต้องข้ามกองผ้า...จาน...ถาดอาหารที่แห้งกรัง...ได้กลิ่นบูดของอาหารโชยอบอวล...
ด้วยความยากจน...เช้าแต่ละวัน..ย่าของเด็กหญิงเอามาจากวัดใกล้บ้านหลังจากพระฉันเสร็จ
วันพุธถ้ามีการทำพิธีไหว้ศาลประจำหมู่บ้าน...ย่าจะได้เงิน...หรืออาหารพอให้ประทังได้หลายมื้อ
นอกจากเบี้ยผู้สูงอายุที่ได้เดือนละหกร้อยบาท
เมื่อก่อนสงกรานต์พ่อของเด็กหญิงได้เสียชีวิตลง....
ผมรู้สึกตกใจและเสียใจตามประสาคนไปมาหาสู่กัน...ถึงไม่ใช่ญาติแต่ความรู้สึกเหมือนญาติ
ส่วนเด็กหญิงไม่ต้องบอก...เอาแต่ร้องไห้และเงียบ
ผมมองกล่องของขวัญที่เด็กหญิงเก็บเงินค่าขนมซื้อเสื้อ เพื่อมอบให้พ่อวันปีใหม่
เฝ้ารอคอยวันเวลาให้พ่อฟื้น...เพื่อมาแกะกล่องของขวัญ
แต่พ่อไม่มีโอกาสนั้น...ได้เพียงเผากล่องของขวัญกับร่างของพ่อ...ให้เปิดดูกล่องท้องฟ้า
เด็กหญิงจบปอหก...ปิดเทอม...ย่าและญาติๆ ไม่ให้เรียนต่อมอหนึ่ง...
เพราะไม่มีเงิน...และกลัวไปโรงเรียนแล้วเจอเพื่อนผู้ชายแล้วจะไปมีอะไรกันที่ป่าอ้อยข้างโรงเรียนขยายโอกาสประจำตำบล...แล้วมีลูกให้เลี้ยง...เป็นเด็กหญิงแม่เหมือนตัวอย่างมากมายในหมู่บ้าน
ผมเยี่ยมเยียนย่าและเด็กหญิงเกือบทุกสัปดาห์...และยังยืนยันว่า การศึกษาสำคัญที่สุดสำคัญชีวิตของเด็ก
ติดต่อท่านผู้อำนวยการโรงเรียน...ก็บอกว่า เรียนฟรี...ให้ชุดหนังสือหนึ่งชุด หนังสือหนังหาก็มีให้
ทางชมรม อสม. ก็มอบทุนการศึกษาให้
ผมก็ช่วยเหลือค่าขนมประจำวันของเด็กหญิง...โดยเงินที่ได้นั้น...ครูประจำชั้นเป็นผู้ดูแลจ่ายให้เป็นวันๆ...
ผมเห็นรอยยิ้มของเด็กหญิง...ที่เฝ้ารอวันเปิดเทอม...
ผ่านวันเปิดเทอมได้เพียงสามวัน...
ผมถูกกลุ่มญาติมาดุด่าที่วัด ขณะทำการคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตให้ชาวบ้านมากมาย
ทำไมหมอให้เด็กหญิงไปเรียน เพราะพวกญาติๆ ไม่ให้เรียน...ให้อยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ โตเป็นสาวค่อยไปทำงานโรงงานกับน้า....
พลบค่ำวันนั้นเอง...ผมได้ไปบอกย่าและเด็กหญิงให้หยุดเรียน...
วันนั้นฝนตกปรอยๆ ผมเห็นน้ำตาของเด็กหญิง...ส่วนผมน้ำตาดูจะซึมออกตามรูอก
เวลาผ่านไปสามสี่วัน...ผมรอความเข้มแข็งเพื่อไปเยียนบ้านอีกสักครั้ง...
ผมพบว่า เด็กหญิงกำลังทำการบ้าน...คณิตศาสตร์
ทำได้ดี ตัวหนังสือเป็นระเบียบเรียบร้อย
ย่าบอกว่า...เช้าวันจันทร์...เด็กหญิงแต่งตัวไปโรงเรียน...
ย่าไม่ห้ามเพราะสงสารที่หลานอยากเรียน...
ณ วันนี้ เวลาผ่านมา...สามเดือนแล้ว...
เด็กหญิงไปโรงเรียน....ผมแวะไปหาที่บ้านบ้าง...
และเด็กหญิงแวะมาหาผมที่อนามัยบ้าง...
มาถามการบ้าน...และถามไถ่ชีวิตและการเรียน...
และผมให้ทำงานเล็กๆ น้อยๆ เป็นจิตอาสาในอนามัย
ทุกที่สิ่งทุกอย่างที่เกินขึ้นงดงามกับชีวิตผมมาก
เพราะผมเรียนรู้และเติบโตกับการ "ให้"
ที่ไม่ได้หวังผลประโยชน์ทั้งทางตรงและแฝงเร้น...
การให้ที่มากกว่าการได้กลับคืนหรือการรับที่รอรับการกระทำ
ผมภาวนาให้เด็กเรียนจนจบมอสาม...
และเห็นคุณค่าของตนเอง...
เหมือนที่ผมเห็นคุณค่าของตนเองผ่านชีวิต
เด็กหญิง พ่อ ย่า และญาติๆ ของเด็กหญิง....
และเรื่องราวของแม่ของเด็กหญิงที่ผมไม่เคยได้ยินจากคนในบ้านเลย.....
อ่านแล้วขนลุกค่ะ ชลัญเจอปัญหาพวกนี้มาก มาที่ รพ. ช่วยได้ก็ช่วย แต่ดูญาติๆเขาไม่ค่อยให้ความร่วมมือ
เหนื่อยและท้อเหมือนกัน ยังมาคิด นะว่า หากชลัญรวยล้นเหลือ ชลัญอยากช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสที่น่าสงสารกลุ่มนี้มากๆ
ทุกวันนี้สังคมเหลื่อมล้ำ คนรวยๆจนไม่รู้จะเอาเงินไว้ที่ไหน แล้วก็ยังไม่หยุดรวยแถมโลภ คนจนก็จนข้นแค้น คนกลางๆ ที่มีนำใจก็ไม่มีปัจจัยจะทำอะไรได้ เศร้าใจ
แต่ดีใจมากๆที่รู้ว่าในโลกนี้ก็มีคนที่มีจิตใจดีงามอย่างคุณอดิเรก นับถือและศรัทรา ค่ะ
เขาว่า โลกนี้ถึงกว้างใหญ่แต่ก็มรชีแรงดึงดูด ให้คนที่เหมือนกันได้มาเจอกัน
อย่างเช่น ชลัญ ได้รู้จักกับคุณอดิเรก และอีกหลายท่านใน gtk
ขอบคุณมากที่มีจิตใจที่ดีงามเผ่ื่อแผ่ความสุขแม้ไม่มากมายแต่ชลัญว่า มันสวยงามและอิ่มใจมาก
อิ่มทุกครั้งที่ได้อ่านเรื่องราวที่เล่า
ขอบคุณมากมาย
ร่วมด้วยช่วยกันสร้างสรรค์สังคมด้วยการ " ให้ " จ้ะคุณทิมดาบ ชื่นชมจ้ะ
อ่านอีกครังก็ยังตื้นตัน กับเรื่องราวของน้องผู้หญิงคนนี้
ชื่นชมคุณหมอครับ
ด้วยความศรัทธา และเป้นกำลังใจด้วยคนนะครับ
เรื่องเล่างดงามมากค่ะ ปลูกความหวังในใจเด็กหญิง ปลูกความความจริง ความดีงามในใจตัวเรา
ขอบคุณมากค่ะ
...เด็กหลายๆคนเสียโอกาสที่จะเรียนในโรงเรียน...แต่สังคมไทยยังมีน้ำใจต่อกันเสมอ...คุณหมอมีโอกาสได้แบ่งปันน้ำใจ...คุณหมอก็จะได้กลับมาอย่างครบถ้วนนะคะ...ขอชื่นชมคุณหมอ(ทิมดาบ)มากๆค่ะ...
คุณหมอคุณพ่อน้องทิมดาบ
เด็กน่ารักจังเลยนะคะ
ความเชื่อที่ผิดๆ และการทำให้เด็กไร้โอกาส เป็นยิ่งกว่าหนามที่ทำร้ายจิตใจเด็กค่ะ
แต่โลกนี้ก็ยังมีความดีและคนดี เด็กโชคดีมากนะคะที่ได้เจอคนดีๆ มีน้ำใจอย่างคุณหมอ และท่านอื่นๆ ที่ช่วยเหลือให้แกได้รับการศึกษาต่อ
เป็นกำลังใจให้คนทำดี ได้ทำดีต่อไปอย่าท้อถอยค่ะ
* กรุณาไปอ่านหลังไมค์ ที่กล่องเมลล์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
มาตามอีกรอบนะคะ รบกวนช่วยไปอ่านเมลล์และตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
เล่าได้น่าประทับใจ อ่านแล้วเศร้า
การ "ให้" ทำให้ "ได้รับ" กลับมาเกินกว่าจะคาดคิดคือความสุขอย่างที่คุณทิมดาบได้รับ
ชื่นชมค่ะ
โชคดีของเด็กที่มาเจอคุณพ่อน้องทิมดาบนะคะ
จิตอาสาด้วยใจ ให้ด้วยใจ ชื่มชมมากค่ะ