What :

การเรียนว่ายน้้า

How :

ตอนสมัยเด็กๆข้าพเจ้าเคยไปว่ายน้ำกับพี่ แล้วมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักว่ายน้ำที่เก่งที่สุดในโลก ก็เริ่มต้นจากการเรียนว่ายน้ำ เริ่มต้นด้วยการตีขาใต้น้ำอยู่กับที่  พอได้พลังกล้ามเนื้อขาก็มาเกาะโฟมว่ายไปกลับ ทำเช่นนี้จนกว่าจนทรงตัวได้ ประมาณ 2วัน หลังจากนั้นก็เริ่มว่ายท่าพื้นฐานคือท่า free style โดยเริ่มจากการฝึกหายใจใต้น้ำ การเป่าลมใต้น้ำ เพื่อลดความเหนื่อยของร่างกายและเพิ่มสมรรถภาพในการว่ายได้ดียิ่งขึ้น ฝึกกล้ามเนื้อแขนและหัวไหล่โดยการว่ายจับโฟมสลับแขน และก็เริ่มว่ายโดยแหงนหน้าหายใจ พอเริ่มว่ายได้ก็ทำต่อเนื่องไปมาโดยจับเวลา เพื่อฝึกความอดทน และเมื่อเคยชินกับท่าที่ถูกต้องแล้วก็จะเพิ่มความเร็วให้มากยิ่งขึ้น ใช้เวลาในการเรียน 4สัปดาห์ แล้วก็ปรับเรื่องความสวยงามของท่าทาง

ขั้นตอนการเรียนว่ายน้ำท่า free style มีดังนี้

การใช้แขนท่าฟรีสไตล์ (Freestyle Arm Action)
 1. การว่ายน้ำทุกท่ายกเว้นท่ากบ จะต้องใช้แขนและมือเป็นตัวขับ เคลื่อนถึง 70 % หรือมากกว่า ดังนั้นแขนจึงเปรียบเสมือนไม้พาย ที่จะช่วยให้ร่างกายไปข้างหน้าได้ และในท่าฟรีสไตล์นั้น มีลักษณะการใช้แขนที่มีความต่อเนื่องกันมากที่สุด โดยการว่ายให้มีความเร็วและถูกต้องนั้น ทำได้ดังนี้1. เมื่อคุณยืดแขนไปด้านหน้าจนสุดแล้ว แขนของคุณต้องชิดกับหู
 2. ต่อจากนั้นให้คุณกดมือลง พร้อมกับโก่งแขนโดยการยกข้อศอกโดยแรงที่จะส่งตัวคุณนั้นจะออกมาจากไหล่
 3. ดันแขนท่อนล่างให้ผ่านไปใต้ลำตัว นิ้วทุกนิ้วเรียงชิดติดกัน
 4. ดันน้ำจนกระทั่งแขนของคุณตึงพอดี สามารถตรวจสอบได้ โดยมือของคุณจะผ่านไปถึงต้นขา
 5. ยกแขนขึ้น โดยงอข้อศอก แล้ววาดแขนมาด้านหน้า วางมือลงน้ำ กดศอกแล้วยืดแขนออกไป

การใช้ขาท่าฟรีสไตล์ (Freestyle Leg Action)
ในการใช้ขาของท่าฟรีสไตล์ จะเตะขาในลักษณะเตะสลับขึ้นลง ซ้ายขวา โดยที่จะต้องส่งแรงเตะมาจากสะโพก ไม่ใช่เตะจากหัวเข่า โดยในการเตะขานั้น ข้อเท้าและหัวเข่าต้องมีความพลิ้วไม่เกร็งเป็นอันขาดจังหวะของการเตะขาท่าฟรีสไตล์มีดังนี้  

เวลาคุณเตะขาท่าฟรีสไตล์นั้น คุณต้องขยับทั้งขา ยกตัวอย่าง เช่น ให้สะโพกของคุณเป็นมือ และขาของคุณเป็นเชือก ถ้าคุณสะบัดมือเชือกทั้งเส้นก็จะวิ่งตามกันไปทั้งหมด แต่แรงจริง ๆ ที่จะส่งให้เชือกเกิดการสะบัดก็คือมือของคุณ ดังนั้นแรงจริง ๆ ที่จะใช้ในการเตะขาจะส่งมาจากสะโพก นั่นเอง ในการเตะขาของคุณนั้น คุณต้องเตะอย่างต่อเนื่อง ถ้าว่ายระยะสั้น คุณต้องเตะอย่างแรงและเร็ว ไม่ยกเท้าขึ้นสูงพ้นน้ำจนกระทั่งเห็นน่อง ให้บริเวณข้อเท้าของคุณพ้นน้ำเท่านั้นก็พอแล้ว และเมื่อคุณสะบัดขาลงน้ำ คุณต้องเตะให้เต็มจังหวะ อย่ายึกยัก หรือเกร็งใด ๆ ทั้งสิ้น


Outcome :

1.ด้านสรีระ ช่วยพัฒนาสุขภาพร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อ ข้อต่อ ปอด หัวใจ และระบบต่าง ๆได้บริหาร เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ รักษาความแข็งแรงมีประสิทธิภาพในการทำงานดีขึ้น 

2. ด้านนันทนาการ ช่วยบุคคลในการใช้เวลาว่าง ให้เป็นประโยชน์ทำให้สนุกสนาน เกิดคุณค่า 

3. ด้านความปลอดภัย สามารถที่จะช่วยตัวเองให้เกิดความปลอดภัยได้ทุกคนควรฝึกว่ายน้ำให้เป็น และเรียนรู้วิธีการช่วยเหลือตนเองและบุคคลอื่น 

4.ด้านสติปัญญา มีสมาธิในการเรียนรู้มากขึ้น รู้จักการวางแผน ช่วยฝึกสมาธิ

5.ด้านอารมณ์ ทำให้สนุกสนานเพลิดเพลินในขณะว่ายน้ำก็ทำให้ผู้เล่นมีสมาธิอยู่กับการเคลื่อนไหวในน้ำ ทำให้สบายใจ 

ที่สำคัญคือ สามารถว่ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ


Reflecrion : 

มีสมาธิในการเรียนรู้อย่างอื่นมากยิ่งขึ้น มีสมรรถภาพทางร่างกายดีขึ้นหลังจากที่ได้ออกกำลังกาย รู้สึกมีความสุขเมื่อได้ออกกำลังกายว่ายน้ำ สามารถเอาตัวรอดเมื่ออาจจะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดได้

References :

http://blog.eduzones.com/offy/3920

http://www.youtube.com/watch?v=DYfwA3RxrA4

<p>Composed by :</p>

นศ.พ.นิธิ  เอื้อพงศ์การุณ

Code : 563070210-9

คณะแพทยศาสตร์ ชั้นปีที่ 1  


date 1st  22 / 07 / 2013

date 2nd 1 / 08 / 2013 (edited)




</span><blockquote style="margin: 0 0 0 40px; border: none; padding: 0px;"></blockquote></span><blockquote style="margin: 0 0 0 40px; border: none; padding: 0px;"><p>
</p></blockquote>

</span>