คืนวันที่ ๑๔ มิ.ย. ๕๖ ระหว่างนั่งเครื่องบินจาก แฟรงค์เฟิร์ต กลับกรุงเทพ อ่าน นสพ. The Wall Street Journal ฉบับวันที่ ๑๔ - ๑๖ มิ.ย. ๕๖พบข่าว Supreme Court Says Genes Can’t Be Patented เป็นการยุติการต่อสู้ที่ดำเนินมา ๓๐ ปี ระหว่างฝ่ายโปรธุรกิจ กับฝ่ายโปรผลประโยชน์ของผู้ป่วยและการค้นคว้า ยกนี้ผู้ป่วยและนักวิจัยชนะ
คำอธิบายของศาลคือ ยีนที่แยกออกมาจากธรรมชาติ เอาไปจดสิทธิบัตรไม่ได้ เพราะผู้แยกยีนไม่ได้ประดิษฐ์ (invent) ใดๆ เลย แต่ยีนสังเคราะห์ จดสิทธิบัตรได้
เราจะเห็นว่า “ความรู้” หรือหลักฐานในเรื่องต่างๆ นั้น เปลี่ยนแปลงได้ เพราะเป็นสมมติสัจจะ ไม่ใช่ปรมัตถสัจจะ
อ่านข้อซักถาม และเหตุผลโต้แย้ง ได้ ที่นี่
วันที่ ๑๘ มิ.ย.๕๖ อ่านพบบทความที่ดีมาก เรื่อง Shaky science mars gene patent caseเขียนโดย ศ. Noah Feldman ศาสตราจารย์ด้าน กฎหมายของ ม. ฮาร์วาร์ด ชี้ให้เห็นความซับซ้อนของเรื่องนี้ ที่มีหลายเรื่องซ้อนกันอยู่ ทั้งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ตรรกกะวิธีคิดเชิงเหตุผล และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของบ้านเมือง ต่อสภาพที่ใน สรอ. ยุคนี้เน้นที่เศรษฐกิจฐานความรู้ การให้สิทธิแก่การค้นพบความรู้จึงสำคัญ และการให้น้ำหนักอย่างมีดุลยภาพแก่ผลประโยชน์ของผู้ค้นพบ กับผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวม อยู่ตรงไหน ที่บทความนี้เรียกว่า political economy ข้อโต้แย้งสำคัญอย่างหนึ่งของการอ้างสิทธิของการค้นพบ คือการค้นพบด้านประยุกต์ มีฐานต่อยอดมาจากการค้นพบด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐเป็นหลักหรือเกือบทั้งหมด เอกชนจะมาอ้างสิทธิทั้งหมด ย่อมมีข้อโต้แย้ง
วิจารณ์ พานิช
๑๕ มิ.ย. ๕๖ เพิ่มเติม ๑๘ มิ.ย. ๕๖