นำมาฝากนะคะ
" การนอนไม่หลับ หรือ Insomnia เป็นปัญหาการนอนที่พบได้บ่อยที่สุด
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์สูงถึงร้อยละ 30 ของประชากรทั่วโลก
โดยในจำนวนผู้ที่นอนไม่หลับทั้งหมดนี้ 30-40 เปอร์เซ็นต์มีปัญหาเป็นครั้งคราว
ในขณะที่กว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต้องเผชิญกับการนอนไม่หลับแทบทุกคืน
โดยมีเพียง 5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่นอนไม่หลับเท่านั้นที่มาพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
การนอนไม่หลับ หมายถึง การไม่สามารถนอนหลับสนิทได้ตามเวลาที่ต้องการ
แบ่งออกเป็น 4 แบบ ได้แก่ การนอนไม่หลับช่วงต้น (Initial
Insomnia) คือ การนอนหลับยากหรือต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาที เพื่อเข้าสู่การหลับสนิท การนอนไม่หลับช่วงกลาง (Middle หรือ Intermittent Insomnia) คือ
การนอนหลับสนิทไปแล้ว แต่ตื่นขึ้นมาเป็นช่วง ๆ กลางดึก การนอนไม่หลับช่วงปลาย (Terminal
Isomnia) คือ การนอนตื่นเร็วกว่าปกติอย่างน้อย 2 ชั่วโมง และไม่สามารถนอนต่อได้ และ การนอนไม่หลับแบบผสม (Total
Insomnia) คือ การนอนไม่หลับในหลาย ๆ ลักษณะรวมกัน
ปัญหาการนอนไม่หลับ เกิดได้จากหลายสาเหตุ หลายการศึกษาพบว่า
ผู้ที่มีอายุมากขึ้น จะพบอัตราการมีปัญหานี้มากขึ้นเช่นกัน
และเมื่อวิเคราะห์โดยละเอียดจะพบว่ากว่าครึ่งหนึ่งเกิดจากภาวะทางจิตใจหรือโรคในทางจิตเวช
เช่น ความเครียดและความวิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า โดย 25 เปอร์เซ็นต์เกิดจากโรคหรือสาเหตุทางร่างกายหรือระบบประสาท
เช่น การหยุดหายใจระหว่างนอนหลับ (Sleep Apnea) การนอนหลับแบบฉับพลันทันที
(Narcolepsy) และการใช้ยารักษาโรคต่าง ๆ (โรคหัวใจ
โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคหอบหืด) ยาเสพติด
หรือแม้กระทั่งการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่ ในขณะที่อีก 25 เปอร์เซ็นต์เป็นปัญหาการนอนไม่หลับแบบหาสาเหตุไม่ได้ หรือที่เรียกว่า Primary
Insomnia
ผลกระทบจากการนอนไม่หลับ นอก จากจะทำให้ร่างกายกายอ่อนล้า
เหนื่อยง่าย ภูมิคุ้มกันโรค การสร้างมวลกล้ามเนื้อ การเผาผลาญพลังงาน
และความยืดหยุ่นของร่างกายลดลงแล้ว ยังส่งผลให้การทำงานของสมองเชื่องช้าลง
การควบคุมอารมณ์ไม่เหมาะสม หงุดหงิดง่าย มีความไวต่อความเจ็บปวดมากขึ้น
ทั้งหมดนี้ส่งผลให้คุณภาพชีวิตโดยรวมที่แย่ลงอย่างชัดเจน
วิธีการรักษา ขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้มีอาการนอนไม่หลับ
แต่ไม่ว่าปัญหาของท่านจะเกิดจากอะไรก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่อาจช่วยให้ท่านมีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้นได้ก็คือ
สุขลักษณะของการนอนที่ดี (Sleep Hygiene) ซึ่งมีทั้งหมด 10
ประการ ได้แก่
1. พยายามเข้านอนและตื่นนอนเวลาเดิมทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด
2. ถ้าเข้านอนไป 20 นาทีแล้ว
ท่านยังไม่สามารถหลับได้ ให้ลุกออกมาจากเตียงและไปนั่งห้องอื่น
อ่านหนังสือที่ช่วยให้จิตใจสงบ ( ควรปิดไฟในห้องให้มืดและเปิดเฉพาะโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือเท่านั้น )
3. หลีกเลี่ยงการงีบหลับในช่วงกลางวัน ( ถ้าจำเป็นก็ไม่ควรงีบเกิน 1
ชั่วโมง )
4. งดเว้นการสูบบุหรี่ การดื่มชา กาแฟ ช็อกโกแลต
และเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
ก่อนเวลานอนอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง
5. ออกกำลังกายพอเหมาะอย่างสม่ำเสมอ
แต่ควรงดเว้นการออกกำลังกายในช่วง 4 ชั่วโมงก่อนเวลานอน
( เนื่องจากจะกระตุ้นร่างกายให้ตื่นตัว
ทำให้หลับได้ไม่สนิท )
6.หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มีการกระตุ้นร่างกายและจิตใจในช่วงใกล้เวลานอน
เช่น
การเปิดเพลงเสียงดังหรือชมภาพยนตร์ที่ตื่นเต้น
7.ไม่ใช้เตียงในการทำกิจกรรมอย่างอื่น (ยกเว้นการนอนและกิจกรรมอย่างว่าเท่านั้น)
8. รับประทานอาหารแต่พอดี อย่าปล่อยให้หิวจัด
และหลีกเลี่ยงอาหารมื้อใหญ่ในช่วงใกล้นอน
9. เมื่อตื่นนอนตอนเช้าแล้วให้ลุกขึ้นจากเตียงทันที
10. หลังจากตื่นนอนแล้ว ให้หันหน้าไปด้านที่มีแสงอาทิตย์ประมาณ 10-15
นาที
( เพื่อให้แสงอาทิตย์กระตุ้นและปรับเวลาการทำงานของสมองให้สมดุล )
สำหรับการรักษาด้วยยานอนหลับ
จำเป็นต้องได้รับการแนะนำและดูแลโดยจิตแพทย์หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากอาการนอนไม่หลับอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ การรักษาเพียงแค่ให้นอนหลับได้
โดยยังไม่ได้ระบุสาเหตุที่ชัดเจนและทำการแก้ไขหรือรักษาที่สาเหตุโดยตรงก่อน
จะทำให้ปัญหานี้เรื้อรัง ไม่สามารถหยุดยาได้
และหากสาเหตุนั้นเป็นสาเหตุที่ร้ายแรงก็อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
โดยทั่วไปแล้ว ข้อบ่งชี้ในการใช้ยา เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อทราบสาเหตุของอาการนอนไม่หลับแล้ว
และจัดการแก้ไขที่สาเหตุควบคู่กันไปด้วย
ซึ่งการนอนไม่หลับนั้นต้องก่อให้เกิดผลเสียต่อชีวิตประจำวันและใช้วิธีรักษาอื่น ๆ
แล้วไม่ได้ผล
หลักการให้ยานอนหลับในทางการแพทย์ ได้แก่ ใช้ยาในขนาดน้อยที่สุดที่สามารถทำให้หลับสนิทได้
ควรจะใช้ระยะสั้น ๆ (หากจำเป็นต้องใช้ระยะยาว ให้หยุดใช้ยาเป็นช่วง ๆ) และควรใช้ยาร่วมกับวิธีการอื่นร่วมด้วย
ไม่ว่าจะเป็นการฝึกสุขลักษณะการนอนที่ดี การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะและสม่ำเสมอ
เป็นต้น
ยานอนหลับที่ดี จำเป็นต้องออกฤทธิ์ให้นอนหลับได้เร็วขึ้น (สำหรับ Initial
Insomnia) หลับสนิทโดยไม่ตื่นกลางดึก (สำหรับ Middle หรือ Intermittent Insomnia) และหลับได้นานขึ้น (สำหรับ
Terminal Insomnia) โดยต้องตื่นขึ้นมาแล้วสดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ผู้ที่ใช้ยานอนหลับภายใต้คำแนะนำของแพทย์มีโอกาสเกิดอันตรายจากยาและมีอัตราการติดยาน้อยมาก
ตรงกันข้ามกับผู้ที่ใช้ยานอนหลับโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
แม้การนอนหลับสนิทอย่างเพียงพอ จะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับร่างกายของท่าน
แต่การเลือกใช้วิธีการที่ไม่เหมาะสมเพื่อให้หลับสนิท เช่น
การใช้ยานอนหลับโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์
การออกกำลังกายอย่างหักโหมเพื่อให้ร่างกายเหนื่อยล้า
หรือแม้กระทั่งการใช้แอลกอฮอล์หรือสารเสพติดในขนาดสูงเพื่อความผ่อนคลาย
ล้วนแต่เป็นวิธีการที่บั่นทอนสุขภาพของตัวท่านเอง
หากท่านเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องการนอน ผมอยากให้เริ่มต้นด้วยการปรับสุขลักษณะที่ดีในการนอนของท่านก่อน
หากไม่ได้ผลแล้วละก็ ยาแค่เม็ดเดียวก็ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์นะครับ
หากท่านอยากนอนหลับสนิทได้อย่างปลอดภัย
ข้อมูลจาก ข่าวสารกรมสุขภาพจิต ISSN 0125-6475 โดย นายแพทย์ ธิติพันธ์ ธานีรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยวิชาการ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข "
นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์
( ขอบคุณ 10 แนวคิดฯจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คอลัมน์ชีวิตและสุขภาพโดย นพ.สุรพงศ์ อำพันวงษ์ )
มีใครหลับยากบ้างค่ะ หากนอนไม่ค่อยหลับ ลองใช้แนวคิด 10 วิธีดูบ้างนะคะ
ด้วยความปรารถนาดี กานดา แสนมณี
ครูดาหลาตื่นตอนดึกแล้วไม่อยากไปนอนต่อค่ะ
มาพบบันทึกนี้ของคุณกานดาเข้าพอดีเลย
ขอบคุณความรู้ดีๆค่ะ
ขอบคุณค่ะได้ข้อคิดมากมาย จะลองนำไปใช้ค่ะ
เช้าวันหยุดใจสั่งให้นอนต่อเนี่ยสิคะ...ยากจัง ยกเว้นมีนัด มีธุระ
...หัวถึงหมอน...ก็หลับปุ๋ยค่ะ...แถมฝันไม่เป็นอีก...ขอบคุณบันทึกดีๆค่ะ