nobita
นาย ชัยพร รัตนดิลก ณ ภูเก็ต

สะพานโค้งสีรุ้ง


เมื่อไรก็ตามที่เราเจอะเจออะไรที่ดี ๆ ที่ประทับใจ ก็เก็บความประทับใจนั้นไว้ เอาไว้กลับมาอ่านใหม่ในวันข้างหน้า ส่วนเรื่องที่เลวร้ายสำหรับเราก็ขอให้ผ่านพ้นไปอย่าเก็บไว้ในความทรงจำของเราเลย


หลังจากการเดินทางผ่านฤดูกาลที่หลากหลายภายในโมงยามย่ำเย็นหลังเลิกงานผมได้พบเห็นธรรมชาติที่งดงามปรากฎเป็นสะพานโค้งสีรุ้งพาดผ่านท้องฟ้าเบื้องหน้า สีสันสดใส  ทำให้ผมเกิดความรู้สึกเหมือนเด็กน้อยที่ตื่นตาตื่นใจกับรุ้งกินน้ำอีกครั้งหนึ่ง....

ผมออกเดินทางจากที่ทำงานด้วยแสงแดดที่แผดร้อนยามบ่ายสี่โมง บนท้องฟ้าเต็มไปด้วยปุยเมฆสีขาวสะอาดตา  ปกติการเดินทางกลับบ้านของผมจะใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา จะเป็นด่วนธงเขียว หรือด่วนธงเหลือแล้วแต่โอกาส สำหรับวันนี้ มีโอกาสได้นั่งด่วนธงเขียวกลับบ้าน 

ออกจากท่าสี่พระยาไม่นาน ท้องฟ้าที่สว่างสดใส ก็ค่อย ๆ มีเมฆสีหม่นเข้ามาแทนที่เรื่อย ๆ จนมาถึงสะพานพระรามเจ็ด ลมเริ่มแรงขึ้น และตามมาด้วยเม็ดฝนขนาดใหญ่สาดลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา จนกระทั่งถึงท่าน้ำนนทบุรี ผู้โดยสารแต่ละคนต้องขึ้นจากเรือด้วยอาการทุลักทุเลและเปียกปอนกันไปตาม ๆ กัน ฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดหรือซาเม็ดลงแม้แต่น้อย... แต่พักใหญ่ ต่อมาก็ค่อยเบาลง และตกปรอย ๆ แทน ...

เป้าหมายต่อไปของผมคือการไปออกกำลังกายที่ฟิตเนต การนั่งรถไปฟิตเนต ทำให้ผมพบว่า วันนี้ผมได้เดินทางผ่านฤดูร้อนที่ท้องฟ้าเป็นสีฟ้า มีปุยเมฆสีขาวสดใส แดดแรง  ต่อจากนั้นก็เป็นฤดูที่มีพายุฝนพรำ อากาศชุ่มฉ่ำ เย็นชื่นใจ แล้วสุดท้าย เมื่อนั่งรถต่อไปผมก็พบกับแสงแดดหลังฝนที่ดูอบอุ่น ท้องฟ้าก็เริ่มมีแสงสีทองของพระอาทิตย์ที่กำลังเคลื่อนคล้อยต่ำลงไปเรื่อย ๆ ตามกาลเวลายามเย็น

เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่ทำให้ผมหลงไหล เคลิบเคลิ้ม และดิ่งลึกกลับไปสู่วารวันในอดีตสมัยเมื่อตอนเป็นเด็ก นั่นคือ ผมได้เห็นสายรุ้งสีสวย ตีโค้งครึ่งวงกลมอยู่เบื้องหน้าผม ยิ่งรถที่ผมนั่งวิ่งตรงไปเท่าไร สะพานโค้งสีรุ้งก็ดูเหมือนจะยิ่งวิ่งนำหน้าผมไปเรื่อย ๆ ...

นึกถึงตอนเป็นเด็ก เมื่อเห็นรุ้งกินน้ำทีไร แรก ๆ ก็จะชี้ให้ใครต่อใครดู แล้วจะตามมาด้วยคำบอกเล่าว่า อย่าชี้ เด็วนิ้วจะขาด   หรือเห็นรุุ้งกินน้ำที่เกิดในแม่น้ำ ในคลอง หรือในทะเลทีไร ก็จะคิดต่อว่า แล้วรุ้งจะกินน้ำในสถานที่เหล่านั้นหมดไหมนะ แล้วจะกินน้ำไปถึงเมื่อไหร่    และเคยคิดไปว่า เราจะเดินไปบนสายรุ้งที่โค้ง ๆ ตรงของฟ้าได้หรือเปล่าหนอ... นั่นคืนจินตนาการตอนเป็นเด็ก

สิ่งที่ผมทำได้ในวันนี้คือ การใช้อุปกรณ์ที่มีในมือ (Note 8) ถ่ายภาพรุ้งกินน้ำนั้นไว้ ซึ่งภาพที่ได้ไม่สวยเท่ากับที่ตาเราเห็น แต่อย่างน้อย ๆ ก็จะเป็นภาพประทับใจที่จะสามารถเก็บไว้ได้หลังจากที่รุ้งกินน้ำได้จางหายไปพร้อมกับแสงสุดท้ายของดวงตะวันในวันนี้

สิ่งที่จะเป็นคติบอกตัวเองได้เป็นอย่างดีว่า ในแต่ละวันตั้งแต่ลืมตาตื่น เราอาจจะพบกับหลายหลายเรื่องราว มีทั้งดี ทั้งร้าย มีทั้งชอบ ไม่ชอบ มากมาย  เราสามารถเจอกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ทุกช่วงเวลา  ที่สำคัญไม่มีเหตุการณ์ใดที่จะอยู่กับเราตลอดไป เมื่อมีสิ่งร้ายผ่านเข้ามา ก็จะต้องมีสิ่งดีผ่านเข้ามาหาเราด้วยเช่นกัน  เมื่อไรก็ตามที่เราเจอะเจออะไรที่ดี ๆ ที่ประทับใจ ก็เก็บความประทับใจนั้นไว้ เอาไว้กลับมาอ่านใหม่ในวันข้างหน้า  ส่วนเรื่องที่เลวร้ายสำหรับเราก็ขอให้ผ่านพ้นไปอย่าเก็บไว้ในความทรงจำของเราเลยนะครับ..

คำสำคัญ (Tags): #รุ้งกินน้ำ
หมายเลขบันทึก: 541088เขียนเมื่อ 1 กรกฎาคม 2013 22:35 น. ()แก้ไขเมื่อ 2 กรกฎาคม 2013 08:46 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (7)

ความสุขง่ายงามจากรอบตัวและในใจเราเองนะคะ  เก็บไว้เป็นพลังใจ  ให้อาหารมุมบวกแก่จิตใจ  ชื่นชมคุณnobitaนะคะ

ทำตัวหนังสือเป็นสีรุ้งหรือเปล่าครับเนี่ย สวยดี แต่ผมตาลายครับ 555

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและกำลังใจครับ ขอบคุณ คุณ พ.แจ่มจำรัส ที่แนะนำครับ ผมเลยขอแก้ไขใหม่ครับ จะได้ไม่เป็นการทำร้ายผู้อ่านที่น่ารักนะครับ 


สวัสดีค่ะคุณnobita...แวะมาดูหลายรอบแล้วมองไม่ค่อยทันค่ะ...

เดี๋ยวนี้หาดูยากแล้วนะคะ

-สวัสดีครับ..

-ฟ้าหลังฝน..ย่อมสวยงาม...

-วันเวลาผันเปลี่ยน..สิ่งไหนดีก็เก็บไว้ในความทรงจำ สิ่งไหนไม่ดีก็ลบไปจามควาทรงจำครับ..

-ขอบคุณครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี