ความหวังที่ไร้รอยต่อระหว่างภาคีต่างๆของ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เป็นจริงวันนี้เพราะพวกเราสามัคคีกัน

               ก่อนอื่นสุต้องขอกราบขอบพระคุณลุงปราชญ์สงวน มงคลศรีพันธุ์เลิศและทีมงาน   ที่ได้ไปช่วยตอนมะละกอหมู่บ้านชลธารามมากกว่า 100 ต้น (สายข่าวลูกศิษย์ธีรยุทธ์/อุวนิตย์ โทรมาแจ้งเช้านี้) สุปลาบปลื้มดีใจมากๆพร้อมกับนัดหมายลูกศิษย์ปราชญ์ทุกคนให้คดข้าวห่อมารับประทานร่วมกับปราชญ์(ก่อนวันที่ 9/มิ.ย./2556 เพราะช่วงหลังจากนั้นนานนับเดือนที่ลุงปราชญ์จะต้องถือศีลอด)

                       

                       ภาพ : ลูกศิษย์ลุงปราชญ์สงวน มงคลศรีพันธุ์เลิศ จากอ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช

                   สิ่งที่ลุงปราชญ์สอนพวกเราไว้คือ ขอให้ไม่นำเรื่องงบประมาณมาเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงาน ให้เริ่มจาก 1)งานแบบช่วยตนเอง (สิ่งที่ตัวเองทำได้)  2)งานแบบขอเพื่อนช่วย(สิ่งที่เราทำไม่ได้ ให้ขอเพื่อนช่วยทำ) 3)งานแบบขอรับงบประมาณสนับสนุน (สิ่งที่ตัวเองทำไม่ได้ เพื่อนก็ทำไม่ได้ มีความจำเป็นด้านงบประมาณ)

                   เนื่องจากโครงการฯ ครบรอบการดำเนินงาน 1 ปีนายอำเภอถาวรวัฒน์ คงแก้ว มีดำริให้จัดประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2556 เวลา 13.00-16.00 น. ณ ห้องประชุมตุมปัง ชั้น 3  อาคารบริหาร  มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อ 1)นำเสนอผลการดำเนินงานรอบ 1 ปี (ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา คือ งานแบบช่วยตนเอง และงานแบบขอเพื่อนช่วย) 2)ร่วมกันพิจารณากรอบงาน/เป้าหมาย/หารือการทำงานในส่วนที่จำเป็นต้องขอรับงบประมาณสนับสนุน

                  สิ่งที่สุมีความสุขที่สุดตอนนี้คือ 1) ร.ต.เจริญ ลักษณะจันทร์  ลูกศิษย์ปราชญ์ฯเช่นกัน(สวมแว่นตาดำ) จาก ต.สระแก้ว ให้เบอร์มือถือ อ.จารุวรรณ(น้องแนน) ลักษณะจันทร์ (ลูกสาวซึ่งพึ่งมาเป็นผู้ช่วยสอนใน มวล. 2 สัปดาห์นี้) ช่วยผลักดันระบบ Software ซึ่งขณะนี้สุกับน้อง อ.แนน ได้หารือกันไป 2 รอบแล้วค่ะ 2)ผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นัดหมายปรับเรื่องระบบกองบุญ(ชื่อเดิมคือ กองนิธิและสวัสดิการ แต่ปราชญ์สงวนฯไม่ให้ใช้ชื่อนี้เพราะจะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าเป็นแหล่งกู้เงินซึ่งนำไปสู่ความล้มเหลว)

                  ก่อนจากกันวันนี้ขอนำคำคม Steve Jobs กล่าวใน msnbs.com วันที่ 25 พฤษภาคม 2006 ไว้ว่า “ผมคิดว่าหากคุณทำอะไรสักอย่างแล้วออกมาค่อนข้างดี  หลังจากนั้นควรไปทำอย่างอื่นที่ดีเยี่ยม  อย่าอยู่กับมันนานเกินไป ก็แค่นึกให้ออกว่าจะทำอะไรต่อไปดี” สิ่งนี้บอกอะไรเราเอ่ย? ชวนให้คิดใช่ไหม?  คิดออกหรือยังค่ะ? ค่อยๆคิดก็ได้ค่ะ?